เนื้อหาวันที่ : 2011-04-28 10:44:39 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 936 views

ไอเอ็นจี ลุยตลาดหุ้น จีน-ฮ่องกง-ไต้หวัน เชื่อพื้นฐานแกร่ง

ไอเอ็นจี มั่นใจมองตลาดแม่น ส่ง เกรทเทอร์ ไชน่า ทริกเกอร์ ลุยตลาด จีน-ฮ่องกง-ไต้หวัน เชื่อพื้นฐานแกร่ง ราคาหุ้นยังถูก

ไอเอ็นจี มั่นใจมองตลาดแม่น ส่ง เกรทเทอร์ ไชน่า ทริกเกอร์ ลุยตลาด จีน-ฮ่องกง-ไต้หวัน เชื่อพื้นฐานแกร่ง ราคาหุ้นยังถูก

หลังจากที่ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีการออกกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย อีควิตี้ ทริกเกอร์ 10% (2 )และ (3)  มาแล้ว 2 กองทุน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมูลค่าหน่วยลงทุนกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ทริกเกอร์ 10% (2) อยู่ที่ 11.1698 บาทต่อหน่วย และ 10.9260 บาทต่อหน่วยของกอง(3) ซึ่งมูลค่าหน่วยลงทุนใกล้ถึงระดับเป้าหมาย 11.20 บาทต่อหน่วย (22 เม.ย.54)

ไอเอ็นจี พร้อมส่ง “เกรทเทอร์ ไชน่า ทริกเกอร์’ ลุยตลาด จีน-ฮ่องกง-ไต้หวัน เชื่อมองตลาดได้แม่นยำเหมือนทริกเกอร์ไทย แถมยังมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ระบุเปิดขาย 26 เมษายน- 4 พฤษภาคมนี้ จองขั้นต่ำ 2,000 บาท

นายต่อ อินทวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ได้เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย เกรทเทอร์ ไชน่า ทริกเกอร์ 10%” ระหว่างวันที่ 26 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2554 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท

โดยกองทุนดังกล่าวจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ING (L) Invest Greater China ที่บริหารโดย ING Investment Management เน้นการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่ม Greater China ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง และ ไต้หวัน ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย เกรทเทอร์ ไชน่า ทริกเกอร์ 10%” จะกำหนดผลตอบแทนที่แน่นอนจากการลงทุน โดยเมื่อหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 11.25 บาทต่อหน่วย ณ วันทำการใด กองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทั้งหมดและนำเงินค่าขายคืนไปลงทุนต่อใน “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แคช แมนเนจเม้นท์”

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวด้วยว่า กองทุนดังกล่าวเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในกองทุนต่างประเทศและมีความน่าสนใจ เช่น กลุ่มประเทศเกรทเทอร์ ไชน่า โดยการตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่น่าพอใจ และเมื่อได้ผลตอบแทนที่ต้องการแล้ว สามารถหยุดความเสี่ยงด้วยการออกจากตลาดหุ้นดังกล่าวทันที

“จุดเด่นของกองทุนนี้คือ การมุ่งเน้นผลตอบแทนที่ชัดเจน โดยกำหนดมูลค่าหน่วยลงทุนที่มากกว่าหรือเท่ากับ 11.25 บาทต่อหน่วย รวมถึงการมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยง (Currency Hedging) เพื่อลดความเสี่ยงจากการแข็งค่าของเงินบาท ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งสอดรับกับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง”

สำหรับประเทศในกลุ่มเกรทเทอร์ ไชน่านั้น ต่างก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป โดยประเทศจีนมีพัฒนาการแบบบูรณาการ จากการเน้นการผลิตเพื่อส่งออกสู่ประเทศที่มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีความต้องการบริโภคสินค้าและบริการในประเทศสูง จึงทำให้มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งและฐานะการเงินที่มั่นคง

สำหรับตลาดหุ้นก็มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกมากหากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและมาตรการควบคุมทางการเงินเบาบางลง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนยังมีอัตราส่วนหุ้นต่อกำไร (P/E) ที่ค่อนข้างต่ำ โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 12.1 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 13.9 เท่า

ส่วนฮ่องกงซึ่งมีเศรษฐกิจเกื้อหนุนระหว่างจีน ทำให้ได้รับประโยชน์อย่างมากทั้งด้านธุรกิจการค้า การเงิน-การลงทุน อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว โดยการที่รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้เปิดเสรีซื้อขายเงินหยวนในฮ่องกง ซึ่งรวมทั้งการฝากเงิน ตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้นในรูปเงินหยวน จะผลักดันให้ตลาดการเงินใหม่ในฮ่องกงพัฒนาอย่างรวดเร็วในอนาคตต่อไป

และนั่นทำให้ตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นตลาดที่มีหุ้นที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) มากที่สุดในโลกในปี 2553 ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นฮ่องกงในปัจจุบันยังมี P/E ที่ต่ำมาก โดยอยู่ที่ 11.0 เท่าซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 13.7 เท่า

ขณะที่ไต้หวัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิตที่ทันสมัยในภูมิภาคเอเชีย ก็มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 10.82% ในปี 2553 ซึ่งสูงสุดในรอบ 24 ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกไปยังจีน และในปีนี้ไต้หวันก็น่าได้รับประโยชน์ในการเป็นผู้รับผลิตสินค้าเทคโนโลยีชั้นสูงหลังจากที่ญี่ปุ่นประสบปัญหาจากแผ่นดินไหว ซึ่งตลาดหุ้นไต้หวันก็ถือได้ว่ามี P/E ที่ค่อนข้างต่ำเช่นกัน โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 12.0 เท่า ซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 14.0 เท่า

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.ไอเอ็นจี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ด้วยศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มประเทศเกรทเทอร์ ไชน่า และด้วยระบบการคัดกรองหุ้นอย่างมีคุณภาพโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพของกองทุนต้นทาง รวมทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบการกำหนดเป้าหมายผลตอบแทน โดยเสริมเรื่องการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้น กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย เกรทเทอร์ ไชน่า ทริกเกอร์ 10% จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจให้กับนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุน” นายต่อกล่าว

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต ของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต กองทุนนี้และกองทุนต่างประเทศ (Master Fund) อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่าเหมาะสม

เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของสกุลเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต่อหยวน หรือดอลลาร์ฮ่องกง หรือดอลลาร์ไต้หวัน  ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนของกองทุนนี้ขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้