เนื้อหาวันที่ : 2011-04-28 09:07:14 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1569 views

คาเยนน์ ดีเซล พร้อมเครื่องยนต์ใหม่เปี่ยมประสิทธิภาพ

ปอร์เช่ เอจี เผยโฉมคาเยนน์ และพานาเมร่า ใหม่เสริมทัพ Model Year มาพร้อมเครื่องยนเจนเนอเรชั่น 2 ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น

          ปอร์เช่ เอจี เผยโฉมคาเยนน์ และพานาเมร่า ใหม่เสริมทัพ Model Year มาพร้อมเครื่องยนเจนเนอเรชั่น 2 ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น

          ปอร์เช่ เอจี เผยโฉมคาเยนน์ (Cayenne) และพานาเมร่า (Panamera) รุ่นใหม่ออกมาเสริมทัพเพิ่มเติมสำหรับ Model Year ใหม่และมาพร้อมกับประสิทธิภาพของรถที่ได้รับการพัฒนาและอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมให้เลือกติดตั้งมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นด้วยคาเยนน์ ดีเซล (Cayenne Diesel) มาพร้อมกับเครื่องยนต์เจเนอเรชั่น 2 ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น

ขนาดของเครื่องยนต์ คือ 3 ลิตร V6 มีขนาคความจุเท่าเดิม หากแต่ขุมพลังเครื่องยนต์กลับเพิ่มเติมขึ้นถึง 5 แรงม้า (3.7 กิโลวัตต์) ส่งผลให้เกิดกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 245 แรงม้า (180 กิโลวัตต์) และมีอัตราการบริโภคน้ำมันดีเซลที่ 7.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรเพียงเท่านั้น

ในขณะที่การปลดปล่อย CO2 ลดลงถึง 6 กรัมและมีอัตราโดยรวมที่ 189 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น ด้วยอัตรานี้เองที่ทำให้คาเยนน์ ดีเซล (Cayenne Diesel) สามารถกลับไปครองตำแหน่งรุ่นที่มีความประหยัดมากที่สุด พร้อมด้วยการปลดปล่อยคาร์บอนในอัตราที่ต่ำสุดในรุ่นคาเยนน์ (Cayenne) ด้วยเช่นกัน

ขุมพลังของเครื่องยนต์ที่มากขึ้นเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อศักยภาพการทำงานของเครื่องยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน อาทิเช่น อัตราเร่งของเครื่องยนต์จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ลดลงอยู่แค่เพียง 7.6 วินาที (ลดลง 0.2 วินาที) อีกทั้งความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (137 ไมล์ต่อชั่วโมง) เลยทีเดียว

          การปรับปรุงพัฒนาที่ดีขึ้นได้มาจากการพัฒนาในหลายๆ องค์ประกอบเข้าไว้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุที่ประกอบในรถที่มีน้ำหนักที่เบาขึ้น การลดแรงเสียดทานเพื่อปรับปรุงระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง การเปลี่ยน turbocharger ใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการความร้อน (thermal management) ใหม่

เพลาข้อเหวี่ยงได้รับการออกแบบใหม่ ด้วยการลดน้ำหนักของเพลาให้น้อยลงเพื่อการหมุนที่คล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม ความดันของการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 2,000 บาร์ (เพิ่มขึ้นมา 200 บาร์) และส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของการผสมสะสารต่างๆ ตัว Turbocharger แปรผันได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากยิ่งขึ้น

ใบพัดของคอมเพรสเซอร์ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อการตอบสนองและประสิทธิภาพที่มากขึ้น และด้วยการใช้วิธีการลดน้ำหนักวัสดุต่างๆ ของเครื่องยนต์นี้เองที่ทำให้น้ำหนักของรถนั้นลดลงไปอีก 20 กิโลกรัมและน้ำหนักโดยรวมของคาเยนน์ ดีเซล (Cayenne Diesel) ในตอนนี้อยู่เพียงแค่ 2,080 กิโลกรัมเท่านั้น

          สำหรับ Model Year ใหม่นี้ปอร์เช่ยังส่งอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติม Porsche Exclusive ใหม่ๆ ออกมามากมายสำหรับติดตั้งกับรุ่นคาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่นนี้ สำหรับพานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo) ในตอนนี้สามารถติดตั้ง Power kit ได้เช่นเดียวกัน

และด้วย Power Kit นี้เองสามารถเพิ่มขุมพลังเครื่องยนต์ได้มากถึง 540 แรงม้า ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากเดิม 40 แรงม้า แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 750 นิวตันเมตร อัตราเร่งของเครื่องยนต์จาก 0-100 กิโลเมตร (62 ไมล์ต่อชั่วโมง) พัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในตอนนี้อยู่ที่ 4.6 วินาที (ลดลง 0.1 วินาที) เพียงเท่านั้น

ความเร็วสูงสุดอยู่ในอัตราที่เรียกว่าเหนือชั้นนั่นคือ 281 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (176 ไมล์ต่อชั่วโมง) ถึงแม้จะติดตั้งอุปกรณ์ Power kit เข้าไปแต่การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยมลพิษยังคงอยู่ในระดับต่ำเช่นเดิม นั่นคือ 11.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (24.6 ไมล์ต่อกรัม) หรือการปล่อย CO2 ที่ 270 กรัมต่อกิโลเมตรเพียงเท่านั้น (ตามรูปแบบการขับขี่แบบ NEDC)

          ขุมพลังที่เพิ่มเติมมีส่วนมาจาก turbochargers ที่ทำจากไทเทเนี่ยม-อลูมิเนียม พร้อมด้วยการปรับเครื่องยนต์อิเลคทรอนิกส์ใหม่ให้เกิดการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ดียิ่งขึ้น ระบบเบรคได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อรองรับขุมพลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

ระบบการระบายความร้อนของเบรคได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น สำหรับเบรคเซรามิคอย่าง Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) สามารถเลือกติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรคให้ดียิ่งขึ้น พร้อมจานเบรคที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 420 มิลลิเมตร ล้ออะไหล่ขนาด 20 นิ้ว ได้รับการติดตั้งเสริมเพิ่มเติมมาพร้อมกับระบบนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

          นอกจากนี้ยังมีระบบไฟหน้าแบบไบซีนอล (Bi-Xenon) ที่มีชุดโคมด้านในสีดำที่มาพร้อมกับระบบไฟ Porsche Dynamic Light System (PDLS) และท่อไอเสียสี่เหลี่ยมคู่สีดำ พร้อมติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมเลือกติดตั้งได้อีกด้วย อีกทั้งทางด้านหลังยังมีความโดดเด่นด้วยระบบไฟ Tinted LED ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์เสริมเลือกติดตั้งสำหรับคาเยนน์ (Cayenne) ด้วยเช่นกัน

          Porsche Exclusive ยังนำเสนออุปกรณ์เสริมอีกมากมายสำหรับการตกแต่งภายในให้กับคาเยนน์ในโมเดลใหม่นี้ อาทิเช่น รอยตะเข็บแบบใหม่และแพคเกจหนังใหม่ๆ รวมไปถึงลายไม้คุณภาพดีเยี่ยมอย่าง Yachting Mahogany ใหม่ เป็นต้น

          การนำเสนออุปกรณ์ใหม่ๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งก้านเกียร์ทริปทรอนิค เอส (Tiptronic S) และกาบประตูในรูปแบบสแตนเลสใหม่ได้ด้วยเช่นกัน

          อุปกรณ์เสริมเลือกติดตั้งสำหรับรุ่นพานาเมร่า (Panamera) ได้รับการเสริมเพิ่มเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยในการเปลี่ยนช่องทาง (Lane Change Assist system) ที่นำมาจากรุ่นคาเยนน์ (Cayenne) ก็สามารถติดตั้งได้ในรุ่น พานาเมร่า (Panamera) ได้ตั้งแต่ Autumn 2011 เป็นต้นไป ระบบนี้จะทำการตรวจสอบพื้นที่ทางด้านหลังรถและทางด้านข้างของรถ รวมไปถึงจุดบอดของรถต่างๆ เพื่อแนะนำและเตือนผู้ขับขี่ผ่านสัญญาณที่ติดตั้งในกระจกข้าง ระบบนี้จะทำงานผ่านการเรียกใช้ของผู้ขับขี่จากสวิทซ์ที่อยู่บนประตูของผู้ขับขี่และจะทำงานระหว่างความเร็ว 30 ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

          อุปกรณ์เสริมเลือกติดตั้งจาก Porsche Exclusive สำหรับรุ่นพานาเมร่า (Panamera) มีให้เลือกหลายอย่าง เช่น ระบบไฟหน้าแบบไบซีนอล (Bi-Xenon) ที่มีชุดโคมด้านในสีดำ ที่มาพร้อมกับระบบไฟ Porsche Dynamic Light System (PDLS) รวมทั้งท่อไอเสียแบบสปอร์ตที่ได้รับการออกแบบใหม่ และตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปคุณสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมเลือกติดตั้ง “wireless Internet access” ได้เช่นกัน และด้วยอุปกรณ์นี้จะอำนวยให้คุณสามารถออนไลน์ได้ถึงแม้จะนั่งอยู่ในรถพานาเมร่า (Panamera) ก็ตามที