เนื้อหาวันที่ : 2011-03-17 09:28:45 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1960 views

SALEE เทงบกว่าร้อยล้านซื้อเครื่องจักรหวังดันรายได้โต 30%

SALEE เผยปี 54 คำสั่งซื้อในอุตฯสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่ง ทุ่มงบกว่าร้อยล้านซื้อเครื่องจักรใหม่ หวังปั๊มกำลังการผลิตเพิ่มอีก 30% ดันรายได้โตพันล้าน

นายสาทิส ตัตวธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

SALEE เผยปี 54 คำสั่งซื้อในอุตฯสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่ง ทุ่มงบกว่าร้อยล้านซื้อเครื่องจักรใหม่ หวังปั๊มกำลังการผลิตเพิ่มอีก 30% ดันรายได้โตพันล้าน

"สาทิส ตัตวธร" เผยปีนี้ SALEE ตั้งเป้าปีนี้โกยรายได้ 900-1,000 ล้านบาท หรือเติบโต 30% จากปีก่อน ตามคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภค บริโภค เปิดแผนการใช้เงินลงทุนปี 2554 เตรียมทุ่มงบ 100-150 ล้านบาทซื้อเครื่องจักรใหม่ หวังปั๊มกำลังการผลิตเพิ่มอีก 30% พร้อมเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นรองรับเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศฟื้นตัว พร้อมระบุที่ผ่านมาบอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลเอาใจผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่าย 20 พฤษภาคมนี้

นายสาทิส ตัตวธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (SALEE) เปิดเผยว่าในปี 2554 กลุ่มบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ประมาณ 900-1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 30% จากปี 2553 ตามคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะมาจากทั้งของ บมจ.สาลี่อุตสาหกรรม และบริษัท พาโก้ สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ โดยขณะนี้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เขากล่าวต่อถึงแผนการลงทุนในปี 2554 ว่าจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ผนวกกับกลุ่มบริษัท ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าเก่าและลูกค้ารายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น “สาลี่อุตสาหกรรม” และ “พาโก้ สาลี่ พริ้นท์ติ้ง” จึงได้จัดเตรียมงบลงทุนรวมประมาณ 100-150 ล้านบาท สำหรับใช้ในการซื้อเครื่องจักรใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตโดยรวมในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30% รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

"ปีที่ผ่านมา พาโก้ สาลี่ พริ้นท์ติ้ง ได้ติดตั้งเครื่องจักรใหม่ไปแล้วจำนวน 3 เครื่อง ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะติดตั้งเพิ่มอีกจำนวน 2 เครื่อง ส่วน “สาลี่อุตสาหกรรม” มีแผนซื้อเครื่องจักรใหม่เพิ่มจำนวน 7 เครื่อง เพื่อทดแทนเครื่องจักรเก่าที่ทยอยปลดระวางบางส่วนและเพิ่มใหม่บางส่วน สำหรับการเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรใหม่และทันสมัย จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงย่นระยะเวลาและสามารถบริหารเรื่องต้นทุนให้ดีขึ้น "

สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทมากนัก เนื่องจากยังสามารถบริหารจัดการได้ในระดับที่น่าพอใจ ส่วนราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนนั้น ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากเห็นว่าราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น ก็มีวิธีการบริหารความเสี่ยงให้ลดลง เช่น การซื้อวัตถุดิบบางส่วนมาเก็บไว้หรือเจรจาตกลงราคาล่วงหน้าไว้กับซัพพลายเออร์ เป็นต้น

เขากล่าวต่อในช่วงท้ายว่า ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2554 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2553 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 และจากกำไรสะสมของบริษัท ให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท โดยกำหนดให้วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record date) ที่มีสิทธิรับเงินปันผล และให้รวบรวมรายชื่อตาม ม.225 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ โดยวิธีการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2554

สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 93.33 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 96.78 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิในปี 2552 ดังกล่าวได้รวมกำไรก่อนภาษีจากการขายหุ้นบางส่วนในบริษัท พาโก้ สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำนวนประมาณ 53 ล้านบาทด้วย

ในขณะที่ในปี 2553 มีกำไรจากการขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท เอสซี วาโด เพียงจำนวนประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งหากไม่นับรวมกำไรดังกล่าวแล้ว กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทก็ถือได้ว่าเติบโตขึ้นมากกว่า 30% และแนวโน้มภาพโดยรวมธุรกิจของกลุ่มบริษัทในปี 2554 ยังคงมีทิศทางขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัว ทำให้ความต้องการในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภค บริโภค รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ ขยายตัวตาม ซึ่งมีผลทำให้ความต้องการสินค้าจากลูกค้าของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง