เนื้อหาวันที่ : 2011-03-02 09:35:02 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2060 views

ทุนอินเดียเตรียมยกทัพบุกไทยขยายตลาดเครื่องจักร

กลุ่มทุนอินเดียเตรียมบุกไทยหาพันธมิตรลงทุน พร้อมเคลื่อนทัพขยายตลาดเครื่องจักร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

ภัสการ์ ซาการ์
ผู้อำนวยการบริหารและเลขาธิการ หน่วยงานส่งเสริมการส่งออกสินค้าวิศวกรรมอินดีย

กลุ่มทุนอินเดียเตรียมบุกไทยหาพันธมิตรลงทุน พร้อมเคลื่อนทัพขยายตลาดเครื่องจักร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

ภัสการ์ ซาการ์ ผู้อำนวยการบริหารและเลขาธิการ หน่วยงานส่งเสริมการส่งออกสินค้าวิศวกรรมอินดีย หรือ อีอีพีซี อินเดีย (EEPC in India) เผยสถานการณ์เศรษฐกิจ และโอกาสการเติบโตทางธุรกิจของไทยมีแนวโน้มไปในเชิงบวก จากปัจจัยสนับสนุนของภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับสิทธิประโยชน์ของไทยด้านภาษีจากข้อตกลงเขตการค้าต่าง ๆ การมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และอยู่ในทำเลที่เหมาะสม

โดยล่าสุดได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อศึกษารายละเอียดการจัด งานแมนูแฟกเจอร์ริ่งเอ็กซ์โป 2011 ที่กรุงเทพ ซึ่งจัดโดย บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ ก่อนจะกลับไปสรุปรายละเอียดกับนักธุรกิจอินเดีย เพื่อการเข้าร่วมงาน ระหว่างวันที่ 23-26 มิถุนายน 2554 ณ ไบเทค บางนา ทั้งนี้ จะมีกลุ่มทุนจากอินเดียประมาณ 150 บริษัทเข้าร่วมงานดังกล่าว ทั้งกลุ่มเครื่องจักรกล เทคโนโลยี พลังงาน เครื่องมือ และชิ้นส่วน โดยในจำนวนนี้จะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรงไม่ต่ำกว่า 30 บริษัท

“อินเดียกับไทยนั้น จริงๆแล้วถือว่ามีความใกล้ชิดกัน ที่ผ่านมานักธุรกิจก็ติดต่อกันอยู่เป็นประจำ เมื่อพูดถึงเมืองไทยหลายคนก็สนใจที่จะเข้ามาหาลู่ทาง” และเมื่อมองลึกลงไปในภูมิภาค อินเดียมองว่า ถ้าพูดถึงอาเซียน ก็จะต้องนึกถึงไทย ที่เปรียบเสมือนประตูสู่อาเซียน เนื่องจากไทยมีความพร้อมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภคที่เพียบพร้อม ทักษะแรงงานที่ไม่เป็นรองใคร รวมไปถึงวัฒนธรรมที่เห็นว่าหลายๆอย่างคล้ายคลึงกับอินเดีย ดังนั้นไทยจึงเป็นเป้าหมายที่ถูกกำหนดให้เป็นฮับของอาเซียน

“ปัจจุบัน อินเดียมีสิทธิพิเศษ เขตเสรีการรค้ากับภูมิภาคนี้ 2 ส่วนคือ อาเซียน-อินเดีย และไทย-อินเดีย ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ไทย-อินเดีย มีประโยชน์มากกว่า”

เมื่อถามว่า การเป็นฮับ หมายถึงการเป็นฮับด้านการค้า หรือการผลิต ภัสการ์ตอบสั้นๆ ว่าถ้าพูดถึงเรื่องของสาธารณูปโภค เรื่องของทักษะแรงงาน แน่นอนว่าอินเดียไม่ได้มองไทยแค่ศูนย์กระจายสินค้าเท่านั้น แต่ต้องเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ โดยเชื่อว่าหลังจากงาน แมนูแฟกเจอร์ริ่ง เอ็กซ์โป 2011 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอินเดีย จะได้เห็นการเคลื่อนไหวของทุนอินเดียเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

งานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2011 มหกรรมเทคโนโลยีเพื่ออุตสหากรรมการผลิต อันดับ 1 ของประเทศไทย เป็นงานเดียวที่เป็นแหล่งรวมเครื่องจักรและเทคโนโลยีล่าสุด เพื่ออุตสาหกรรมหลักของประเทศ ผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย จาก 30 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 23 – 26 มิถุนายน 2553 ณ ไบเทค บางนา

ประกอบด้วย 6 สาขา เข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ งาน InterPlas Thailand 2011 เพื่ออุตสาหกรรมพลาสติกและยางาน InterMold Thailand 2011 เพื่ออุตสาหกรรมแม่พิมพ์และการขึ้นรูป, งาน Automotive Manufacturing 2011 เพื่อการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์, งาน Assembly Technology 2011 เพื่อการผลิตระบบอัตโนมัติ,

งาน Industrial Energy and Environment 2011 เพื่อจัดการพลังงานต่อเนื่องและสิ่งแวดล้อมในการผลิต และ งาน Industrial Component and Subcontracting 2011 เพื่อชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และการรับช่วงผลิต งานดังกล่าวนับเป็นเวทีรวบรวมองค์ความรู้จากการจัดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการกว่า 150 หัวข้อ อาทิ Automotive Manufacturing Summit 2011, Plastics and Rubber Forum, Mold and Die Forum และหัวข้อการประชุมสัมมนาอื่นๆ ที่น่าสนใจ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานจากทั่วทั้งอาเซียนกว่า 40,000 คน สร้างมูลค่าเงินสะพัดในงานกว่า 5,000 ล้านบาท