เนื้อหาวันที่ : 2011-02-02 09:58:04 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1022 views

เชาว์ สตีลฯ รุกเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรดันรายได้โต 2 หลัก

เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ ลุยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและการจัดการด้านวัตถุดิบ หลังแนวโน้มต้นทุนด้านวัตถุดิบเพิ่ม

นายอนาวิล จิรธรรมศิริ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน)

          “เชาว์ สตีล อินดัสทรี้” ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว ลุยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและการจัดการด้านวัตถุดิบ ลดความสูญเสียในขั้นตอนการผลิตสินค้าเหลือ 1% หลังแนวโน้มต้นทุนด้านวัตถุดิบเพิ่ม พร้อมร่วมทุนก่อตั้งบริษัทขนส่งด้านโลจิสติคส์ หวังลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสินค้าและช่วยบริการส่งสินค้าได้ตรงเวลา เดินหน้าสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว ดันตัวเลขยอดขายปี 2554 เติบโต 2 หลัก

          นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว (Billet) ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวโน้มของต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นเศษเหล็กและสินแร่เหล็กในตลาดมีราคาสูงขึ้นถึง 20% ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทฯ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวมากนัก เนื่องจากบริษัทฯ มีระบบการบริหารจัดการด้านจัดซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์หลายราย โดยจะพิจารณาราคาที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้มากที่สุด

          นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตสินค้าของทางโรงงาน ซึ่งปัจจุบันมีองค์ความรู้ในการผลิตเหล็กแท่งยาว ที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวสินค้าและสามารถลดความสูญเสียจากกระบวนการผลิตในขั้นตอนของการหล่อเย็น ที่มีผลทำให้เหล็กแตกหรือโค้งงอไม่ได้มาตรฐานลดลงในระดับต่ำกว่า 1% จากเดิมที่เคยสูงถึง 5%

          “ปีนี้เราให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพในการกระบวนการผลิต เพื่อลดความสูญเสียในขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การปรับพัฒนาใช้องค์ความรู้ของเราในการหล่อเย็นที่ดีขึ้นส่งผลต่อคุณภาพในระดับที่เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดความสูญเสียจากกระบวนการผลิตให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1% จากเดิมที่เคยสูงถึง 5% ต่อปี หรือคิดเป็นรายได้ที่กลับมาจากการลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตถึงปีละกว่า 100 ล้านบาท” นายอนาวิล กล่าว

          ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ กล่าวด้วยว่า การปรับกระบวนการผลิตครั้งนี้ ยังส่งผลดีต่อกลุ่มลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจากทางบริษัทฯ ที่มีความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้ามากขึ้น ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่ต้องการนำเหล็กแท่งยาวไปผลิตแปรรูปเป็นเหล็กเส้น เหล็กกลม เหล็กข้ออ้อยและเหล็กรูปตัวซี ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทยและต่างประเทศ จึงได้มีแผนเพิ่มปริมาณการผลิตในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนตันต่อปี จากกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 7.3 แสนตัน

          นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้บริหารจัดการด้านการขนส่งเพื่อรองรับกับการผลิตและความต้องการเหล็กที่เพิ่มสูงขึ้น โดยได้ร่วมลงทุนก่อตั้งในบริษัทโลจิสติคส์ “บริษัท เวอเทค โลจิสติคส์ เซอร์วิส จำกัด” ในสัดส่วนการถือหุ้น 40% ซึ่งมีรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 30 คันรองรับการขนส่งสินค้าได้เฉลี่ยวันละ 1,000 ตัน

          ทั้งนี้จะช่วยให้การบริหารจัดการด้านการขนส่งสินค้าได้ตรงต่อเวลาและทันต่อความต้องการของลูกค้า สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งลงได้กว่า 10% จากเดิมที่ต้นทุนการขนส่งโดยเฉลี่ยอยู่ในอัตรา 260-280 บาทต่อตัน และยังมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจการขนส่งสินค้าอีกด้วย จึงมั่นใจว่า ผลประกอบการในปี 2554 จะเป็นปีที่ดีที่บริษัทฯ มีโอกาสในการเติบโตเป็นเลข 2 หลักทั้งในแง่ของยอดขายและปริมาณ