เนื้อหาวันที่ : 2011-01-19 14:12:45 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1701 views

อุตฯยานยนต์อู้ฟู่ ปี 53 กวาดยอดขายรถยนต์รวมกว่าแปดแสนคัน

โตโยต้า เผยตลาดรถยนต์ปี 53 ทุบสถิติยอดขายสูงสุดแตะ 8 แสนคันเพิ่มขึ้นถึง 45.8% คาดปี 54 โตต่อเนื่องยอดขายโต 7.4%

ตลาดรถยนต์ปี 2553 ยอดขายรวม 800,357 คัน เพิ่มขึ้น 45.8% โตโยต้า คาดปี 2554 เติบโตต่อเนื่อง ยอดขายรวม 860,000 คัน เพิ่มขึ้น 7.4%

มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ประจำปี 2553 มีปริมาณการขาย 800,357 คัน เพิ่มขึ้น 45.8% คาดตลาดรถยนต์ไทยปี 2554 เติบโต มียอดขาย 860,000 คัน เพิ่มขึ้น 7.4% พร้อมตั้งเป้าหมายการขายรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น 360,000 คัน เพิ่มขึ้น 10.4% ครองส่วนแบ่งตลาด 42%

มร.ทานาดะ กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมานับเป็นปี แห่งการทำสถิติใหม่ของตลาดรถยนต์ จากยอดขายตลาดรวมที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 800,357คัน เพิ่มขึ้น 45.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 50.7% และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 42.3% เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจ โดยรวม การไหลเข้าของเงินทุน ที่ทำให้มีปริมาณเงินในระบบมากขึ้นในขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งส่งผลดีต่อการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ รวมถึงความนิยมในตลาดรถยนต์นั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์นั่งขนาดเล็ก การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นพิเศษ ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี

          สถิติการขายรถยนต์ ในปี 2553

หมายเหตุ *จากสถิติการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ ปี2548 เคยเป็นปีที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุด ก่อนที่ปี 2553 จะสร้างสถิติสูงสุดขึ้นใหม่

 โดยโตโยต้าได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในทุกๆด้านเช่นกัน ทั้งจากยอดขายในประเทศรวมทั้งสิ้น 326,007 คัน ซึ่งเป็นสถิติยอดขายใหม่ ทั้งในตลาดรถยนต์นั่ง และรถกระบะขนาด 1 ตัน โดยรถยนต์นั่ง มียอดขาย 141,733 คัน รถกระบะขนาด 1 ตันมียอดขาย 164,795 คัน ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นปี ที่ 6ของทั้ง 3 ตลาด (Triple Crown)

          สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า ในปี 2553
          - ปริมาณการขายโตโยต้า 326,007 คัน เพิ่มขึ้น 41.4% ส่วนแบ่งตลาด 40.7%
          - รถยนต์นั่ง 141,733 คัน เพิ่มขึ้น 40.7% ส่วนแบ่งตลาด 40.9%
          - รถเพื่อการพาณิชย์ 184,274 คัน เพิ่มขึ้น 41.9% ส่วนแบ่งตลาด 40.6%
          - รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 164,795 คัน เพิ่มขึ้น 40.5% ส่วนแบ่งตลาด 42.5%
          - รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 144,190 คัน เพิ่มขึ้น 41.3% ส่วนแบ่งตลาด 41.5%

          ทั้งจากการส่งออกในปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้สร้างสถิติใหม่ในการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ด้วยยอดรวม ที่ 334,124 คัน เพิ่มขึ้นถึง 40% คิดเป็นมูลค่า 140,495 ล้านบาท ตลอดจนการส่งออกชิ้นส่วน มูลค่า 49,086 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยเป็นเงินทั้งสิ้น 189,581 ล้านบาท”

          สำหรับแนวโน้มของตลาดรถยนต์ของปี 2554 มร.ทานาดะ กล่าวว่า “จากสถิติการขายแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อตลาดรถยนต์ในปีที่ผ่านมาจะเป็นแรงบวกต่อเนื่องในปี 2554 จึงคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้ จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดรถยนต์นั่งและตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยจะมีปริมาณการขาย 860,000 คัน เติบโต 7.4% แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 385,200 คัน เพิ่มขึ้น 11.1% ในขณะที่ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ คาดว่าประมาณ 474,800 คัน เพิ่มขึ้น 4.6% โดยแบ่งเป็น รถกระบะขนาด 1 ตันประมาณ 375,000 คัน เพิ่มขึ้น 7.9%

          ประมาณการยอดขายรถยนต์ ในปี 2554
          - ปริมาณการขายรวม 860,000 คัน เพิ่มขึ้น 7.4%
          - รถยนต์นั่ง 385,200 คัน เพิ่มขึ้น 11.1%
          - รถเพื่อการพาณิชย์ 474,800 คัน เพิ่มขึ้น 4.6%
          - รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 414,000 คัน เพิ่มขึ้น 6.8%
          - รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 375,000 คัน เพิ่มขึ้น 7.9%

          สำหรับโตโยต้าในปี 2554 นี้ เราตั้งเป้าหมายการขายที่ 360,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 42% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 162,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 42.1% และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 198,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 41.7% โดยเป็นรถกระบะ 1 ตัน 179,000 คัน

          ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้า ในปี 2554
          - ปริมาณการขายรวม 360,000 คัน เพิ่มขึ้น 10.4% ส่วนแบ่งตลาด 41.9 %
          - รถยนต์นั่ง 162,000 คัน เพิ่มขึ้น 14.3% ส่วนแบ่งตลาด 42.1 %
          - รถเพื่อการพาณิชย์ 198,000 คัน เพิ่มขึ้น 7.4% ส่วนแบ่งตลาด 41.7%
          - รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 178,600 คัน เพิ่มขึ้น 8.4% ส่วนแบ่งตลาด 43.1%
          - รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 158,000 คัน เพิ่มขึ้น 9.6% ส่วนแบ่งตลาด 42.1%

          สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้อยู่ที่ 364,000 คัน คิดเป็นมูลค่า 139,000 ล้านบาท และชิ้นส่วนมูลค่า 59,900 ล้านบาท รวมมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้นประมาณ 198,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

          มร.ทานาดะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากเป้าหมายการขายในปีนี้ เรายังได้พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอันเป็นความท้าทายใหม่หลายประการเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดรถยนต์ เริ่มจากการขยายการผลิต เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้การผลิตมาตรฐานโลกของโตโยต้า โดยโครงการขยายการผลิตที่โรงงานบ้านโพธิ์ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 เป็นต้นไป

การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าที่โตโยต้าได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จโดยได้รับรางวัลเจดีเพาเวอร์ติดต่อกัน 4 ปี การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ รุ่นปรับปรุงโฉม และรุ่นพิเศษต่างๆ การมุ่งเน้นกิจกรรมการตลาด อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ รถยนต์ไฮบริด อาทิ โตโยต้า พริอุส และ คัมรี ไฮบริด ตลอดจนโครงการรถยนต์ใช้แล้ว คุณภาพดี โตโยต้า ชัวร์ โดยเพิ่มเป้าหมายการขายเป็น 20,000 คัน จากยอดขายในปีที่ผ่านมาที่ระดับ 15,000 คัน โดยมีการเพิ่มโชว์รูมจาก 56 แห่ง เป็น 70 แห่ง ภายในปีนี้”

          “นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะตอบสนองนโยบายของภาครัฐ เพื่อส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทย และนำรายได้สู่ประเทศและที่สำคัญ โตโยต้าได้มุ่งมั่นในกิจกรรมส่งเสริมสังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การสร้างความสุข อย่างยั่งยืนแก่สังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปีนี้จะเป็นปีที่มุ่งไปสู่การครบรอบ 50 ปีของบริษัทฯ ในปี2555

โดยเริ่มจาก การรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนภายใต้โครงการถนนสีขาว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง กว่า 22 ปี การดำเนินกิจกรรมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม องค์กร ตลอดจนห่วงโซ่ธุรกิจจากต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำ โดยเริ่มจากผู้ผลิตชิ้นส่วน สู่กระบวนการผลิตของโตโยต้า และไปสู่ผู้แทนจำหน่ายที่จะส่งมอบความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรไปยังลูกค้า เครือข่ายและชุมชน นับเป็นปณิธาน ในการสร้างประโยชน์ และความสุข ให้แก่สังคม ที่โตโยต้า ยึดถือตลอดมา” มร.ทานาดะ กล่าวในที่สุด
 
          ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนธันวาคม 2553
          1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 93,122 คัน เพิ่มขึ้น 29.2%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 37,170 คัน เพิ่มขึ้น 31.2% ส่วนแบ่งตลาด 39.9%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 17,424 คัน เพิ่มขึ้น 23.5% ส่วนแบ่งตลาด 18.7%
          อันดับที่ 3 ฮอนด้า 11,962 คัน เพิ่มขึ้น 0.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.8%

          2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 39,015 คัน เพิ่มขึ้น 28.2%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 15,857 คัน เพิ่มขึ้น 29.9% ส่วนแบ่งตลาด 40.6%
          อันดับที่ 2 ฮอนด้า 10,768 คัน ลดลง 0.2% ส่วนแบ่งตลาด 27.6%
          อันดับที่ 3 นิสสัน 3,046 คัน เพิ่มขึ้น 78.3% ส่วนแบ่งตลาด 7.8%

          3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 46,361 คัน เพิ่มขึ้น 30.1%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,227 คัน เพิ่มขึ้น 33.7% ส่วนแบ่งตลาด 41.5%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 16,127 คัน เพิ่มขึ้น 22.6% ส่วนแบ่งตลาด 34.8%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 4,465 คัน เพิ่มขึ้น 92.0% ส่วนแบ่งตลาด 9.6%
          *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 4,762 คัน
          โตโยต้า 2,238 คัน - อีซูซุ 1,236 คัน - มิตซูบิชิ 1,154 คัน - ฟอร์ด 134 คัน

          4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 41,599 คัน เพิ่มขึ้น 30.5%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 16,989 คัน เพิ่มขึ้น 33.3% ส่วนแบ่งตลาด 40.8%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,891 คัน เพิ่มขึ้น 22.1% ส่วนแบ่งตลาด 35.8%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,311 คัน เพิ่มขึ้น 151.8% ส่วนแบ่งตลาด 8.0%

          5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 54,107 คัน เพิ่มขึ้น 29.9%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 21,313 คัน เพิ่มขึ้น 32.1% ส่วนแบ่งตลาด 39.4%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 17,424 คัน เพิ่มขึ้น 23.5% ส่วนแบ่งตลาด 32.2%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 4,465 คัน เพิ่มขึ้น 92.0% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

          สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2553
          1) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 800,357 คัน เพิ่มขึ้น 45.8%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 326,007 คัน เพิ่มขึ้น 41.4% ส่วนแบ่งตลาด 40.7%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 152,787 คัน เพิ่มขึ้น 37.7% ส่วนแบ่งตลาด 19.1%
          อันดับที่ 3 ฮอนด้า 114,056 คัน เพิ่มขึ้น 22.1% ส่วนแบ่งตลาด 14.3%

          2) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 346,644 คัน เพิ่มขึ้น 50.7%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 141,733 คัน เพิ่มขึ้น 40.7% ส่วนแบ่งตลาด 40.9%
          อันดับที่ 2 ฮอนด้า 104,516 คัน เพิ่มขึ้น 18.6% ส่วนแบ่งตลาด 30.2%
          อันดับที่ 3 นิสสัน 30,070 คัน เพิ่มขึ้น 215.2% ส่วนแบ่งตลาด 8.7%

          3) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 387,793 คัน เพิ่มขึ้น 40.6%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 164,795 คัน เพิ่มขึ้น 40.5% ส่วนแบ่งตลาด 42.5%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 141,803 คัน เพิ่มขึ้น 37.0% ส่วนแบ่งตลาด 36.6%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 31,216 คัน เพิ่มขึ้น 102.7% ส่วนแบ่งตลาด 8.0%
          *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 40,479 คัน
          โตโยต้า 20,605 คัน - มิตซูบิชิ 10,872 คัน - อีซูซุ 8,037 คัน - ฟอร์ด 965 คัน

          4) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 347,314 คัน เพิ่มขึ้น 40.1%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 144,190 คัน เพิ่มขึ้น 41.3% ส่วนแบ่งตลาด 41.5%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 133,766 คัน เพิ่มขึ้น 37.3% ส่วนแบ่งตลาด 38.5%
          อันดับที่ 3 นิสสัน 23,744 คัน เพิ่มขึ้น 15.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.8%

          5) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 453,713 คัน เพิ่มขึ้น 42.3%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 184,274 คัน เพิ่มขึ้น 41.9% ส่วนแบ่งตลาด 40.6%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 152,787 คัน เพิ่มขึ้น 37.7% ส่วนแบ่งตลาด 33.7%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 31,217 คัน เพิ่มขึ้น 102.7% ส่วนแบ่งตลาด 6.9%