เนื้อหาวันที่ : 2011-01-07 11:33:22 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1361 views

ไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นปี 54 ไต่ขึ้นแตะ 1,200 จุดได้สบาย

บล.ไทยพาณิชย์ คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 54 จะยังคงโมเมนตัมขาขึ้นต่อเนื่อง ตั้งเป้าแตะที่ 1,200 จุด เชื่อการเมืองไม่กระทบมาก

บล.ไทยพาณิชย์ คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 54 จะยังคงโมเมนตัมขาขึ้นต่อเนื่อง ตั้งเป้าแตะที่ 1,200 จุด เชื่อการเมืองไม่กระทบมาก

สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 54จะยังคงโมเมนตัมขาขึ้นต่อเนื่องจาก ปี 2553 แต่ระดับความแรงจะไม่เท่าเดิม ตั้งเป้าหมายดัชนีปี 2554 ที่ 1,200 จุด โดยอิงกับ PE ปี 2554 ระดับ 14 เท่า แนะนักลงทุนติดตามประเด็นการลงทุน ทั้งด้านอัตราดอกเบี้ยในประเทศ การบริโภค การฟื้นตัวของเงินลงทุนทางตรงจากนักลงทุนต่างประเทศ (FDI) และการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานในอาเซียน หุ้นเด่นปี 2554 ได้แก่ KBANK KTB BANPU PTTCH PS AMATA SCC HMPRO และ STEC

นายเกียรติศักดิ์ เจนวิภากุล
CFA กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล. ไทยพาณิชย์

นายเกียรติศักดิ์ เจนวิภากุล, CFA กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล. ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยในปี 2554 ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ถึง 1,200 จุด แต่ระดับความแรงในการปรับตัวขึ้นมีโอกาสชะลอตัว ทั้งนี้ ประเมินว่าการที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาอย่างมากในปีที่ผ่านมาไม่ได้เป็นการปรับขึ้นมากเกินไป เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาคเดียวกัน

เนื่องจากราคาหุ้นโดยเฉลี่ยในปัจจุบันซื้อ-ขายที่ระดับ PE ปี 2554 ที่ 12 เท่า ซึ่งถือว่ายังคงถูกเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาค รองจากเกาหลีใต้ และหากมองย้อนกลับไป ตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดที่ปรับตัวขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) โดยที่ผ่านมา มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นปัจจัยลบที่สำคัญต่อการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย

“สำหรับสถานการณ์การเมืองในระยะนี้ เราคาดว่าน่าจะยังมีเสถียรภาพต่อไป เนื่องจากการเลือกตั้งกำลังจะเกิดขึ้นภายในระยะ 12 เดือนข้างหน้า แต่เราไม่คิดว่านักลงทุนสถาบันจะให้ Premium กับตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นอีกในปี 2554 ดังนั้นจะเหลือแค่อัตราการเติบโตของกำไรเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้ตลาดปรับตัวสูงขึ้น สำหรับเป้าหมาย SET index ของเราอยู่ที่ 1,200 จุด

โดยอิงกับ PE ปี 2554 ระดับ 14 เท่า บนสมมติฐานของอัตราการขยายตัวของกำไรของหุ้นที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ ที่ระดับ 29% ในปี 2553, 12% ในปี 2554, และ 12% ในปี 2555 เราใช้สมมติฐาน PE เป้าหมายที่ 14 เท่า ซึ่งเท่ากับ PE เฉลี่ยในอดีตที่ 12 เท่า บวก 1 standard deviation ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับค่า PE ของตลาดหุ้นไทย และ ตลาดหุ้นอื่นๆในอาเซียนที่ซื้อขายกันในปัจจุบัน ทำให้เป้าหมาย SET index ของเราที่ 1,200 จุดไม่ได้ดูสูงจนเกินไป” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

นายสุกิจ อุดมศิริกุล
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์

นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงประเด็นการลงทุนสำหรับปี 2554 ประกอบด้วย 4 ประเด็น ได้แก่

1) อัตราดอกเบี้ยในประเทศ ที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในปี 2554 ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่มีฐานเงินฝากออมทรัพย์มาก

2) การบริโภค ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวโน้มการบริโภคของคนเอเชียที่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีต่อเนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีกว่าสหรัฐฯ ยุโรป และ ญี่ปุ่น รวมถึง พฤติกรรมการบริโภคที่หันมาใช้บริการร้านค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มค้าปลีก

3) การฟื้นตัวของเงินลงทุนทางตรงจากนักลงทุนต่างประเทศ (FDI) จากการย้ายฐานการผลิตเพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาค่าเงินเยนแข็งค่า และ ค่าแรงงานในจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์

4) การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานในอาเซียน เริ่มมีให้เห็นอีกครั้ง ทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน ส่งผลดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

นอกจากนี้ นายสุกิจยังได้เปิดเผยมุมมองในส่วนของแนวโน้มตลาดหุ้นไตรมาสที่ 1/54 ว่า ดัชนีฯ มีโอกาสเคลื่อนไหวระหว่าง 924-1,078 จุด โดยประเมินว่า ตลาดฯ จะได้รับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าคาดการณ์ในปี 2554 ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะ น้ำมัน ถ่านหิน และ กลุ่มส่งออก อย่างเช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ ชิ้นส่วนยานยนต์

เนื่องจากแนวโน้มกำไรในปี 2554 มีโอกาสสูงกว่าที่คาดการณ์ ส่วนปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผล กระทบต่อเงินทุนต่างประเทศ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของจีน รวมถึง กนง.มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากการประชุม 2 ครั้งในไตรมาสที่ 1/54 เพื่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อ

หุ้นที่ฝ่ายวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ คัดเลือกให้เป็นหุ้นเด่นประจำปี 2554 นั้น ได้พิจารณาจากหลักเกณฑ์ 4 ประการ ได้แก่ 1) กำไรสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2553-2555 มีอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยสูงกว่า 15% ต่อปี ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดฯ 2) มีโอกาสในการขยายการลงทุนหรือเข้าซื้อและควบรวมกิจการ ซึ่งจะส่งผลให้กำไรเติบโตต่อเนื่องได้

3) ราคาหุ้นซื้อขายในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีตหรือหุ้นในกลุ่มเดียวกัน และ 4) มีอำนาจต่อรองในการตั้งราคาขายสินค้าและบริการเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้น โดยสรุปหุ้นเด่นปี 2554 ได้แก่ KBANK KTB BANPU PTTCH PS AMATA SCC HMPRO และ STEC

ทั้งนี้ สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ วางแผนจะจัดทำรายงานกลยุทธ์การลงทุนในปี 2554เฉลี่ยไตรมาสละ 1 ครั้ง โดยวิเคราะห์จากปัจจัยหรือสถานการณ์การลงทุนที่ได้รับความสนใจในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนต่อไป.