เนื้อหาวันที่ : 2010-12-20 09:04:19 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1437 views

AGE ตั้งเป้า 5 ปีรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท

เอเชีย กรีน เอนเนอจี เตรียมเดินเครื่องรุกตลาดต่างประเทศเต็มตัว รับความต้องการถ่านหินของจีน อินเดียพุ่ง คาดปีหน้ารายได้โตกว่า 40%


เอเชีย กรีน เอนเนอจี เตรียมเดินเครื่องรุกตลาดต่างประเทศเต็มตัว รับความต้องการถ่านหินของจีน อินเดียพุ่ง คาดปีหน้ารายได้โตกว่า 40%


เอเชีย กรีน เอนเนอจี หรือ AGE หนึ่งในผู้นำและจำหน่ายถ่านหินสะอาด บิทูมินัส จากประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายตลาดต่างประเทศเต็มตัวรองรับความต้องการถ่านหินจากประเทศจีนและอินเดีย คาดรายได้ปีหน้าโตไม่ต่ำกว่า 40%


ขณะที่แผนระยะยาว 5 ปี ตั้งเป้ามีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% เตรียมแผนสร้างท่าเรือและคลังสินค้าหวังลดต้นทุนปีละ 100 ล้านบาท รวมถึงเตรียมเข้าถือหุ้นเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้า การันตีซัพพลายถ่านหินเพียงพอขายและมีออเดอร์ที่แน่นอน


นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) (AGE) เปิดเผยว่าบริษัทฯได้วางแผนระยะยาว 5 ปี รองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะโอกาสที่จะขยายตลาดไปยังประเทศจีนเนื่องจากจีนมีแนวโน้มจะต้องนำเข้าถ่านหินเพิ่มขึ้นตามการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศ


ปีนี้คาดว่าต้องนำเข้าถ่านหินรวมทั้งปี 150 ล้านตัน จากปีก่อนนำเข้า 120 ล้านตัน และยังมีแนวโน้มต้องการถ่านหินเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลักภายใน 2-3 ปี ต่อจากนี้ ขณะเดียวกันยังวางแผนศึกษาตลาดอินเดียเพิ่มเติมเนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ


“แนวโน้มความต้องการนำเข้าถ่านหินของจีนจะยังเติบโตทุกปี เพราะเศรษฐกิจเติบโตมากทำให้ซัพพลายขาดต้องนำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น จากการที่ปีนี้เราส่งสินค้าล๊อตแรกไปยังจีนทำให้เราสามารถรับออเดอร์ได้มากขึ้นในอนาคต คาดว่าปีหน้าเราจะส่งถ่านหินไปขายยังประเทศจีนได้ถึง 300,000 ตัน จากปีนี้ส่งไป 30,000ตัน จากแนวโน้มดังกล่าวเราคาดว่ารายได้จะเติบโตเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 30% ภายใน5 ปี รายได้รวมจะแตะระดับ 10,000 ล้านบาท”
นายพนม กล่าวอีกว่า บริษัทฯมีแผนงานรองรับการเติบโตดังกล่าว เริ่มจากแผนลดต้นทุนโดยจะก่อสร้างท่าเรือและคลังสินค้าระบบปิดแห่งแรกของประเทศไทยที่จังหวัดสมุทรสาครมูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอไม่ต้องเสียภาษีนิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี


คาดว่าจะสร้างเสร็จและเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสแรกของปี 2555 รวมถึงมีแผนสร้างคลังสินค้าระบบปิดที่จังหวัดอยุธยาเพิ่มอีกแห่งน่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาสแรกของปีหน้า เมื่อเปิดใช้งานจะช่วยให้บริษัทลดต้นทุนการขนส่งได้ถึงปีละ 100 ล้านบาท


นอกจากนี้ยังเตรียมลงทุนในธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำด้วยการเข้าไปถือหุ้นในเหมืองถ่านหินในรูปแบบของกิจการร่วมค้า โดยจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับออเดอร์ล่วงหน้าและทราบต้นทุนที่แน่นอนรวมถึงเข้าถือหุ้นในโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินในรูปแบบผู้ถือหุ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อจะได้สิทธิในการขายถ่านหินและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ทั้งสองโครงการยังอยู่ระหว่างการศึกษาโดยได้มีการเจรจากับพันธมิตรไปบ้างแล้ว


“เราจำเป็นต้องลงทุนในสามสิ่งดังกล่าวเพื่อรองรับกับออเดอร์ที่จะมาจากประเทศจีนและอินเดีย ในอนาคต เรื่องเงินลงทุนเฉพาะคลังสินค้าและท่าเรือสองแห่งคาดว่าต้องใช้เงิน 1,000 ล้านบาท แหล่งเงินทุนเราจะนำมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน 75% อีก 25% จะมาจากเงินที่เคยทำไอพีโอ (IPO) นายพนมกล่าว


สำหรับรายได้รวมปีนี้ คาดว่าจะทำได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 20% โดยน่าจะเติบโตถึง 40% มาจากตลาดในประเทศเท่านั้น ปีหน้ายังคาดว่าความต้องการถ่านหินในประเทศยังเติบโตได้ 10-20% ทำให้เราตั้งเป้ารายได้รวมปีหน้าเติบโตได้ 40% ส่วนแนวโน้มราคาถ่านหินปีหน้าคาดว่าจะยืนเหนือ 100 เหรียญต่อตันได้โดยความต้องการส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศจีนและอินเดีย