เนื้อหาวันที่ : 2010-11-26 14:39:16 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1346 views

ตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งสดใสแนวโน้มโตทั่วโลก

Microsoft ชี้ผู้บริหารไอทีองค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับคลาวด์คอมพิวติ้งและเวอร์ชวลไลเซชั่นเป็นอันดับแรก ระบุแนวโน้มเติบโตสดใส คาดมูลค่าตลาดสูงถึง 148.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


           Microsoft ชี้ผู้บริหารไอทีองค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับคลาวด์คอมพิวติ้งและเวอร์ชวลไลเซชั่นเป็นอันดับแรก ระบุแนวโน้มเติบโตสดใส คาดมูลค่าตลาดสูงถึง 148.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2014


           คลาวด์คอมพิวติ้งและเวอร์ชวลไลเซชั่นคือเทคโนโลยีที่ผู้บริหารไอทีองค์กรชั้นนำให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ในปี 2010 สอดคล้องกับความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถของเทคโนโลยี จากเดิมเน้นที่ความสามารถในการรองรับข้อมูลคลาวด์คอมพิวติ้งมีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับมูลค่าตลาดที่คาดว่าจะสูงถึง 148.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2014


          ผู้บริหารไอทีองค์กรชั้นนำในเอเชียระบุเวอร์ชวลไลเซชั่นและคลาวด์คอมพิวติ้งคือเทคโนโลยีที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในปี 2010 จากการวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ ในงาน Microsoft Cloud Summit ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ ถือเป็นแนวโน้นการใช้งานไอทีที่ตรงข้ามกับเทรนด์ Business Intelligence และแอพพลิเคชั่นสำหรับเอ็นเตอร์ไพรส์ในปี 2007 – 2008


          การ์ทเนอร์และไมโครซอฟท์ระบุว่าภาคธุรกิจในเอเชียมีแนวโน้มความต้องการทางเทคโนโลยีดังกล่าว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในทศวรรษหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วและยากที่จะคาดเดาเมื่อเทียบกับปัจจุบัน นอกจากนี้ อุตสาหกรรมและบริษัทต่างๆ จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในยุคฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากไอที เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง จะกลายเป็นองค์ประกอบหลักทางกลยุทธ์เพื่อสร้างโอกาสและรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจ


          จากการที่คลาวด์คอมพิวติ้งได้กลายเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่เพิ่มบทบาทและความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ไมโครซอฟท์เชื่อว่าการให้บริการในรูปแบบ Platform-as-a-service (PaaS) Software-as-a-service (SaaS) และ Infrastructure-as-a-Service (IaaS) จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทต่างๆ ได้หลายทาง


อาทิ การลดต้นทุนด้านทรัพยากรประมวลผลของฮาร์ดแวร์ เนื้อที่ความจุ และสมรรถนะ และแนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีในรูปแบบการบริโภคมูลค่าหรือจ่ายเท่าที่ใช้งาน ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มความต้องการด้านเทคโนโลยี จากเดิมเน้นที่ความสามารถในการรองรับข้อมูลออนดีมานด์ (capacity on demand) มาสู่การเพิ่มขีดความสามารถของเทคโนโลยีออนดีมานด์ (capability on demand)


          และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง เมื่อเร็วๆ นี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Office 365 เพื่อให้พนักงานบริษัทสามารถทำงานบน Microsoft Office, SharePoint, Exchange และ Lync ได้ทุกที่ทุกเวลา ในรูปแบบออนไลน์ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อกัน


ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถสื่อสารกับผู้อื่นทั้งในและนอกองค์กรได้อย่างปลอดภัย การให้บริการในรูปแบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการการใช้งานไอทีที่หลากหลายของลูกค้า ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญในอาชีพต่างๆ ไปจนถึงองค์กรขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่


          อย่างไรก็ตาม แม้ผู้บริหารไอทีในเอเชียจะให้ความสนใจกับเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง แต่ก็ยังให้ความระมัดระวังในการจัดสรรงาน ทั้งในแง่ประเภทและปริมาณที่จะใช้กับคลาวด์คอมพิวติ้ง อีกทั้งประเด็นด้านความปลอดภัย กฎข้อบังคับ และการวิเคราะห์ด้านงบประมาณที่มีผลต่อการตัดสินใจ


          “การใช้งานไอทีที่มีปริมาณมาก อาทิ อีเมล์ ได้ถูกนำไปใช้ในรูปแบบคลาวด์คอมพิวติ้งอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆ จำนวนมากเลือกใช้บริการออนไลน์ของไมโครซอฟท์เพื่อเพิ่มประสิทธิผลทางธุรกิจ อาทิ อีเมล์ SharePoint ไมโครซอฟท์มองว่าโซลูชั่นต่างๆ อย่าง CRM ก็ได้ถูกนำไปใช้งานแบบคลาวด์คอมพิวติ้ง อันส่งผลมาจากการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน” นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว


          “สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ลูกค้าเริ่มเข้าใจว่าคลาวด์คอมพิวติ้งสามารถตอบสนองความต้องการและความจำเป็นทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม คลาวด์คอมพิวติ้งไม่ได้เหมาะกับทุกคนหรือทุกองค์กร หากกำลังวางแผนที่จะใช้คลาวด์คอมพิวติ้ง ไมโครซอฟท์แนะนำให้ลูกค้าประเมินความจำเป็นและความเหมาะสมในการใช้งานก่อน”


          “มีบริษัทจำนวนเพียงแค่ร้อยละ 20 เท่านั้นที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคลาวด์คอมพิวติ้งเลย ส่วนที่เหลือร้อยละ 80 ของจำนวนธุรกิจทั่วโลกต่างให้ความสนใจใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งไม่ระดับใดก็ระดับหนึ่งทั้งสิ้น ซึ่งไมโครซอฟท์แนะนำว่าผู้บริหารไอทีที่ต้องการลงทุนเกี่ยวกับคลาวด์ควรพิจารณาองค์ประกอบ 4 ประการ ก่อนตัดสินใจ” มร. ไบรอัน เพรนทิส รองประธานฝ่ายวิจัยแห่งการ์ทเนอร์ กล่าว


          “ประการแรกก็คือ ผู้บริหารไอทีควรเปรียบเทียบงบประมาณลงทุนกับผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง ประการที่สอง ระบุการใช้งานไอทีที่มีปริมาณสูงสุด 3 อันดับแรกที่สามารถทดลองใช้งานคลาวด์ได้ ประการที่สาม ปรับปรุงแอพพลิเคชั่นให้เหมาะกับการใช้งานคลาวด์ และประการสุดท้าย อีเมล์และ Collaboration คือการใช้งานไอทีที่เหมาะกับคลาวด์”


          จากความแตกต่างการใช้งานคลาวด์ในด้านต่างๆ การอิ่มตัวของตลาดและการเติบโต บริการทางด้านไอทีของไมโครซอฟท์ที่นำเสนอนี้ช่วยให้กระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจง่ายขึ้น และช่วยให้ผู้บริหารไอทีมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักโดยไม่ต้องกังวลด้านนี้ ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในรูปแบบอีเมล์ โทรศัพท์ และการประชุม อีกทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบไอทีอีกด้วย