เนื้อหาวันที่ : 2010-11-16 17:55:11 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1672 views

โยโกฮามางัดกลยุทธ์ Motorsport Marketing รุกตลาดยาง

โยโกฮามาเดินหน้ารุก Motorsport Marketing สุดตัวอัดงบหนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ต หวังไต่อันดับติด 1 ใน 4 ผู้นำตลาดยางรถยนต์เมืองไทย

.

โยโกฮามาเดินหน้ารุก Motorsport Marketing สุดตัวอัดงบหนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ต หวังไต่อันดับติด 1 ใน 4 ผู้นำตลาดยางรถยนต์เมืองไทย

.

โยโกฮามาเดินหน้ารุกกลยุทธ์การตลาด Motorsport Marketing สุดตัว อัดงบหนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับประเทศ หวังสะท้อนสมรรถนะคุณสมบัติเด่นที่สุดแห่งเทคโนโลยียางรถยนต์ Hyperformance จากสนามแข่งสู่ท้องถนน เพื่อกระตุ้นการรับรู้ผู้บริโภค และเพิ่มยอดขาย

.

มั่นใจจบปี 2553 จำหน่ายยางรถยนต์เฉียด 3 แสนเส้น หรือคิดเป็นมูลค่าร่วม 800 ล้านบาท เผยปีหน้าปรับยอดขายเพิ่มเป็น 4 แสนเส้น หรือเพิ่มขึ้นอีก 30% เร่งกรุยทางเพื่อก้าวขึ้นติดอันดับ 1 ใน 4 ผู้นำตลาดยางรถยนต์เมืองไทยต่อไป

.

มร.ยาซูชิ อิอิดะ ประธานกรรมการ บริษัท โยโกฮามา ไทร์ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยางโยโกฮามายังคงเน้นการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ด้วยการสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตในรายการต่างๆ ล่าสุดในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Bangsaen Thailand Speed Festival 2010” จัดแข่งขันไปเมื่อวันที่ 12-14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองที่ให้การสนับสนุนรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับประเทศดังกล่าว

.

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มการรับรู้ต่อแบรนด์ “โยโกฮามา” ว่าเป็นยางรถยนต์ Hyperformance ที่ไม่ใช่เป็นเพียงยางรถยนต์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านสมรรถนะและประสิทธิภาพสูงเท่านั้น แต่เป็นยางที่ให้ความนุ่มนวล ความเงียบ อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของยางโยโกฮามาจากสนามแข่งสู่ท้องถนน

.

“กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดของโยโกฮามา เพราะเราเห็นว่า “Bangsaen Thailand Speed Festival 2010” ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้รักกีฬาความเร็ว โดยโยโกฮามาใช้งบประมาณในส่วนนี้ค่อนข้างมากเกินกว่า 10 ล้านบาท และปีหน้าจะเพิ่มงบการตลาดในส่วนนี้อีก ทั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ต่อผลิตภัณฑ์และสะท้อนให้เห็นถึงสมรรถนะอันโดดเด่นของยางโยโกฮามา”

.

มร.ยาซูชิ อิอิดะ กล่าวว่า ร่วมสองปีที่โยโกฮามาเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 10% โดยภาพรวมตลาดยางของบริษัทในปี 2553 ได้ตั้งเป้าจำหน่ายไว้สูงมาก คือเกือบ 3 แสนเส้น หรือราว 800 ล้านบาท มากกว่าปี 2552 ร่วม 30%  

.

“เป้าหมายยอดจำหน่ายเกือบ 3 แสนเส้นในปีนี้ เป็นยางรถยนต์ในตลาดยางทดแทนทั้งหมด ไม่รวมยางในตลาด OEM โดยเมื่อจบไตรมาส 3 ปี 2553 ที่ผ่านมา (มกราคม-กันยายน) สามารถทำยอดจำหน่ายได้แล้วร่วม 2 แสนเส้น และมั่นใจว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะสามารถบรรลุถึงเป้าหมายยอดขายจำนวนเกือบ 3 แสนเส้นได้อย่างแน่นอน ส่วนปีหน้าจะปรับยอดขายเพิ่มเป็น 4 แสนเส้น หรือเพิ่มขึ้นอีก 30% ของยอดขายรวมทั้งปีของปี 2553”

.

“จากเป้าหมายการตลาดที่กำหนดไว้นี้มั่นใจว่า ในไม่ช้าโยโกฮามาจะก้าวขึ้นเป็นอันดับ 4 ในตลาดยางรถยนต์เมืองไทย แม้จะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งก็ตาม เนื่องจากคู่แข่งของเราเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยนานหลายสิบปี ขณะที่เราเพิ่งเข้ามาได้เพียงแค่ 2 ปี นับเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถเช่นกัน

.

อย่างไรก็ตาม เรามองว่า ก่อนที่จะเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นนั้น เราควรเน้นเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ และสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสูงสุดเสียก่อน เมื่อทำตรงนี้ได้สำเร็จ แน่นอนว่ายอดขายจะมีตามมา ซึ่งยางทุกรุ่นของโยโกฮามานั้นมีจุดเด่นในเรื่องของสมรรถนะที่ดีเยี่ยมในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว” 

.

มร.อิอิดะ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสู่ความสำเร็จของยางโยโกฮามาในขั้นต่อไป เพื่อทำให้สามารถก้าวสู่อันดับ 4 ของตลาดยางรถยนต์เมืองไทยนั้น โยโกฮามาเตรียมรุกการทำตลาด OEM อย่างเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันโยโกฮามาทำตลาดแบบ OEM กับบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ในรถยนต์รุ่นแลนด์เซอร์ อีเอ็กซ์ 1.8 1ลิตร และ 2.0 ลิตรเท่านั้น 

.

ส่วนผลกระทบจากยางพาราซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตยางรถยนต์มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นนั้น มร.อิอิดะ กล่าวในท้ายสุดว่า ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดการจำหน่ายนัก “การปรับราคายางในปีนี้ปรับแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเดือนเมษายน ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยปรับราคาขายเพิ่มขึ้นครั้งละ 5% ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายของโยโกฮามามากนัก เนื่องจากผู้ผลิตรายอื่นต่างก็ปรับราคาตามเช่นกัน”