เนื้อหาวันที่ : 2010-11-02 17:13:40 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1168 views

PYLON ยิ้มคว้างาน 6 โครงการมูลค่ากว่า 1.2 ล้าน

PYLON ปลื้มได้งานเสาเข็มเพิ่มอีก 6 โครงการรวด หนุน Backlog ทะลุ 850 ล้านบาท รับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า

นายบดินทร์ แสงอารยะกุล
กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน)

.

PYLON ปลื้มได้เงินเสาเข็มเพิ่มอีก 6 โครงการรวด หนุน Backlog ทะลุ 850 ล้านบาท รับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า

.

บมจ.ไพลอน ประกาศคว้างานเสาเข็มเจาะอีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 121 ล้านบาท ดัน Backlog ทะลุ 850 ลบ. ทยอยรับรู้เป็นรายได้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า “บดินทร์ แสงอารยะกุล” เผย 2 เดือนสุดท้ายเล็งประมูลอีก 600 ลบ. มีลุ้นคว้า 30% พร้อมย้ำความมั่นใจปีนี้ปั๊มรายได้เข้าเป้า 600 ลบ. ได้แน่ ส่วนปีหน้าส่งสัญญาณงานฐานรากเริ่มหนาแน่น มีลุ้นผลประกอบการปีหน้าเติบโตโดดเด่น 

.

นายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON เปิดเผยว่าบริษัทได้รับการยืนยันการจ้างงานก่อสร้างโครงการต่างๆ เพิ่มเติมจากที่แจ้งในครั้งก่อนจำนวนทั้งสิ้น 6 โครงการ รวมเป็นจำนวนเงิน 121,468,267.50 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)     

.

แบ่งเป็นงานเสาเข็มเจาะ สำหรับงานอาคาร (งานเฉพาะค่าแรง) ในโครงการ อาคารจอดรถรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สัญญา3) ของบริษัท PAR Joint Venture โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 80 วัน โครงการ ฟิวส์ สาทร-ตากสิน เป็นเสาเข็มเจาะ สำหรับงานอาคาร (งานเฉพาะค่าแรง) ของ บมจ. พฤกษาเรียลเอสเตท ระยะเวลาก่อสร้าง 60 วัน 

.

โครงการ เรดิสัน พลาซ่า แบงคอก เป็นเสาเข็มเจาะ สำหรับงานอาคาร ของบจ. จี แอนด์ พี แอสเซ็ท โฮลดิ้ง มีระยะเวลาก่อสร้าง 72 วัน โครงการแบงคอก เอาท์เลท เซ็นเตอร์ เป็นงานเสาเข็มเจาะ สำหรับงานอาคาร (งานเฉพาะค่าแรง) ของ บมจ. ไทยโพลีคอนส์หรือ TPOLY มีระยะเวลาก่อสร้าง85 วัน                     

.

โครงการ เดอะ โคสท์ (อาคาร A-บางนา) เป็นงานเสาเข็มเจาะ สำหรับงานอาคาร ของ บจ. บีเคเค แกรนด์ เอสเตท มีระยะเวลาก่อสร้าง 85 วัน และโครงการ เดอะ โคสท์ (อาคาร B-บางนา) เป็นงานเสาเข็มเจาะ สำหรับงานอาคาร ของ บจ. บีเคเค แกรนด์ เอสเตท มีระยะเวลาก่อสร้าง 85 วัน 

.

เขากล่าวอีกว่า หลังจากที่รับงานใหม่เข้ามาทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) อยู่ที่ 850 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า ส่วนในช่วงที่เหลือของปีนี้ อยู่ระหว่างการยื่นประมูลงานใหม่อีกมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับงานในสัดส่วน 30% ของมูลค่างานทั้งหมด

.

เนื่องจากบริษัทฯ มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในงานด้านเสาเข็มเจาะมายาวนาน มีศักยภาพในการรับงานเป็นอย่างดี จากความพร้อมทั้งในเรื่องบุคลากร เครื่องมือ และเงินทุน ประการสำคัญได้ฝากผลงานสำคัญในโครงการต่างๆ ไว้มากมาย สร้างความมั่นใจให้กับทั้งลูกค้าและพันธมิตรในธุรกิจได้ต่อเนื่อง

.

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสที่ 3-4/2553 คาดว่า มีโอกาสออกมาในทิศทางที่ดี เพราะได้รับปัจจัยบวกจากงานก่อสร้างโครงการใหม่ๆ ซึ่งทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับรับรู้รายได้จากงานเดิมที่มีอยู่ในมือ ซึ่งคาดว่ารายได้ทั้งปีนี้บริษัทฯ มีโอกาสเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 596.83 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 สายงานหลัก

.

ประกอบด้วย 1.งานเสาเข็มเจาะ (Bored Pile) 2.งานปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) และ 3. งานก่อสร้างกำแพงกันดินชนิดไดอะแฟรม (Diaphragm Wall) ส่วนปีหน้าจากที่งานโครงการขนาดใหญ่เริ่มทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ PYLON เติบโตอย่างโดดเด่นได้