เนื้อหาวันที่ : 2010-08-04 09:26:34 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1709 views

ไทยพาณิชย์ชู "ยุทธ์ศาสตร์ SME" เดินหน้ารุกธุรกิจเอสเอ็มอี

ไทยพาณิชย์ชู "ยุทธ์ศาสตร์ SME" ตั้งเป้าสู่ Top 3 ภายใน 3 ปี พร้อมปรับโครงสร้างและผลิตภัณฑ์ใหม่ บุกตลาดด้วย “มหัศจรรย์เลข 3”

.

ไทยพาณิชย์ชู "ยุทธ์ศาสตร์ SME" ตั้งเป้าสู่ Top 3 ภายใน 3 ปี พร้อมปรับโครงสร้างและผลิตภัณฑ์ใหม่ บุกตลาดด้วย “มหัศจรรย์เลข 3”

.

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมรุกธุรกิจเอสเอ็มอีเต็มที่ เดินหน้าด้วยยุทธศาสตร์การเป็นพันธมิตรธุรกิจเคียงข้างลูกค้าเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จร่วมกัน (Together,we can) พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็น Top 3 ภายใน 3 ปี ด้วยการขยายฐานลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดย่อม (Small Business) พร้อมประกาศปรับโครงสร้างการบริหารงาน เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด และเปิดตัวบริการทางการเงินใหม่ ที่มุ่งเจาะตลาดด้วย “มหัศจรรย์เลข 3 ทั้งสินเชื่อวงเงิน 3 เท่า ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี

.

นายศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ เปิดเผยว่า “ ปีนี้เป็นปีที่ไทยพาณิชย์จะบุกตลาดธุรกิจ SME ให้ก้าวไปอีกขั้น โดยจะเน้นรุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดย่อม เนื่องจากมองเห็นโอกาสการเติบโตของ ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดในประเทศ ตั้งเป้าจะก้าวขึ้นสู่ Top 3 ภายใน 3 ปีข้างหน้า ด้วยเป้าหมายสินเชื่อรวมของเอสเอ็มอี 300,000 ล้านบาท โดยมียุทธศาสตร์หลัก คือ การเป็นพันธมิตรที่ร่วมเติบโตไปกับลูกค้า (Together,we can)

.

ทั้งนี้ ธนาคารจะนำจุดแข็งในด้านบริการทางการเงินที่ครบวงจร ความพร้อมของบุคคลากรที่เตรียมไว้สำหรับดูแลลูกค้าเอสเอ็มอีมากกว่า 1,100 คน ช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่านสำนักงานธุรกิจกว่า 70 แห่งและเครือข่ายสาขาที่มีมากที่สุดกว่า 1,000 แห่ง ทั่วประเทศ มาเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน

.

และเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว ธนาคารจึงได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ โดยมีผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารงานและดูแลลูกค้าธุรกิจ 3 ราย เป็นผู้ดูแล ได้แก่ นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ รองผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ รับผิดชอบด้านการตลาดและดูแลกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง                    

.

นางวรีมน นิยมไทย ดูแลกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม และ นายไตรรงค์ บุตรากาศ ดูแลด้านการวางแผนกลยุทธ์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมกับความต้องการลูกค้าแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน พร้อมกันนี้ได้จัดพอร์ตลูกค้าเอสเอ็มอีใหม่ โดยแบ่งตามขนาดธุรกิจ จากเดิมที่แบ่งตามพื้นที่ เป็นกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดย่อม (ธุรกิจที่มียอดขาย10-75 ล้านบาท ต่อปี) และกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลาง (ธุรกิจที่มียอดขาย75-500 ล้านบาท ต่อปี )

.

ล่าสุดธนาคารได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการทำงาน เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยผนวกผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของกลุ่มไทยพาณิชย์เข้าด้วยกันแบบครบวงจร ทั้งด้านสินเชื่อบริการBusiness Cash Management และ Trade Finance ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน ที่เน้นความสะดวก เงื่อนไขไม่ซับซ้อน และฉับไวทุกขั้นตอนดำเนินการ อาทิ “สินเชื่อวงเงิน 3 เท่า ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี (SCB SME 300% LTAV Fixed Rate)” สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม และ “สินเชื่อการค้าต่างประเทศโตไว” สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง เป็นต้น

.

นายศิริชัย กล่าวเสริมว่า “แม้ปีนี้เอสเอ็มอีจะมีโอกาสเติบโตมากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการยังคงต้องติดตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างใกล้ชิด ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ผลกระทบจากปัจจัยทางการเมือง โอกาสในการขยายตลาดตามแผนพัฒนาประชาคมอาเซียน และการรองรับนโยบายการเปิดเขตการค้าเสรี

.

ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งนี้ธนาคารได้จัดกิจกรรมสัมมนาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีข้อมูลที่ทันสมัยประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ”