เนื้อหาวันที่ : 2010-07-22 13:40:12 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1322 views

ไอเอฟเอส เตรียมขายหุ้น IPO เชื่อนลท.ตอบรับดี

บิ๊ก ไอเอฟเอส เร่งระดุมทุนขยายกิจการ ล่าสุดเตรียมนำหุ้น IPO 120 ล้านหุ้นเปิดขายปลายเดือนกรกฎาคมนี้ มั่นใจนลท.ตอบรับดี เหตุปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง

บิ๊ก ไอเอฟเอส เร่งระดุมทุนขยายกิจการ ล่าสุดเตรียมนำหุ้น IPO 120 ล้านหุ้นเปิดขายปลายเดือนกรกฎาคมนี้ มั่นใจนลท.ตอบรับดี เหตุปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง       

.

นายตัน เล เยน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

.

บิ๊ก บมจ.ไอเอฟเอส แคปปิตอล พร้อมนำหุ้น IPO จำนวน 120 ล้านหุ้น เปิดขายนักลงทุนปลายเดือนกรกฎาคมและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET ต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพราะเชื่อมั่นศักยภาพของประเทศไทยและตลาดหุ้นไทย “ตัน เล เยน” ระบุเงินที่ได้จะนำไปขยายกิจการเพื่อสร้างฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม มั่นใจหุ้นสามารถเรียกความสนใจจากนักลงทุนได้ เหตุ IFS มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี 

.

นายตัน เล เยน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ IFS เปิดเผยว่าเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน120 ล้านหุ้น ประมาณปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือนสิงหาคม 2553

.

ทั้งนี้หุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) มีจำนวน120 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.53 ของจำนวนหุ้นที่เรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้ (ณ เดือนธันวาคม 2552 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 470 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 470 ล้านหุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยมีทุนชำระแล้ว 350 ล้านบาท)

.

“ในปัจจุบันถือเป็นจังหวะที่ลงตัวทั้งความพร้อมของบริษัทฯ และสภาพของตลาดทุน และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงได้ตัดสินใจที่จะระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนและเข้าจดทะเบียนได้ประมาณในปลาย กรกฎาคม - ต้นสิงหาคม นี้” 

.

เงินทุนที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ IFS มีแผนที่จะนำไปใช้ในการขยายการให้บริการและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท เพราะเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงธุรกิจของ IFS ที่ยังสามารถขยายตัวได้อีกมากเช่นกัน ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของ IFS ที่จะระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำมาขยายธุรกิจให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทุกปี และมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทางด้านเงินทุนรองรับควบคู่กันไป

.

สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคต IFS มีแผนจะเปิดสาขาในต่างจังหวัดเนื่องจากมีผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ ที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี โดยการเปิดสาขา เพื่อครอบคลุมพื้นที่การให้บริการสินเชื่อ และเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ทั้งนี้ จะพิจารณาควบคู่ไปกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยบริษัทมีโครงการที่จะเปิดสาขาในภาคตะวันออก ภาคกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านบาทต่อสาขา

.

IFS เป็นบริษัทลูกของ IFS (Singapore) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์ ทั้งนี้ กลุ่ม IFS (Singapore) มีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจแฟคตอริ่ง มีการดําเนินธุรกิจในหลายประเทศได?แก? สิงคโปร? ไทย มาเลเซี ย อินโดนีเซีย และฮ?องกง โดย IFS มีต้นทุนทางการเงินที่สามารถแข่งขันได้ มีอัตราหนี้เสียต่ำ และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ในเกณฑ์ดี   

.

สำหรับผลประกอบการสุทธิของ IFS ในปี 2550 2551 และ 2552 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 50.48 ล้านบาท 71.13 ล้านบาทและ 71.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามลำดับ

.

ทั้งนี้ ในปี 2551 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.91 เทียบกับปี 2550 ที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมีรายได้มากขึ้นและการบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทได้ตระหนักถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม โดยพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนปี 2552 แม้จะมีวิกฤติทางการเงินแต่ก็สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 71.29 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากปี 2551 ร้อยละ 0.22 

.

บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตั้งมานานกว่า 19 ปีประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการสินเชื่อแฟคเตอริ่งซึ่งเป็นสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการ ที่สามารถนำลูกหนี้การค้าที่เกิดจากการขายเชื่อมาใช้ในการใช้สินเชื่อกับ IFS ได้ ทั้งผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าในประเทศและส่งออกเนื่องจาก IFS เป็นสมาชิกของ International Factors Group

.

ซึ่งเป็นเครือข่ายแฟคตอริ่งที่มีสมาชิกกว่า 152 บริษัท อยู่ในประเทศต่างๆมากกว่า 55 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมี สินเชื่อลีสซิ่งประเภทสัญญาเช่าทางการเงิน และสินเชื่อเช่าซื้อ ที่สามารถเป็นแหล่งเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจและมีการลงทุนในเครื่องจักร หรือยานพาหนะ

.

นอกจากนี้ IFS ยังมีสินเชื่อประเภทอื่นๆ โดยบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าในทุกภาคธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียนหรือเงินลงทุน ในทุกภาคธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรม พาณิชย์ หรือบริการ เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร เครื่องดื่ม ยา กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ การบริการ เช่น จัดหางาน รักษาความปลอดภัย บันเทิงและนันทนาการ