เนื้อหาวันที่ : 2010-07-20 10:37:45 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2268 views

ราชบุรีโฮลดิ้ง จับมือ ยันฮี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ราชบุรีโฮลดิ้ง จับมือ ยันฮี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง เดินหน้าพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้แก่สาธารณชนด้านพลังงานสะอาด หรือ กรีนสคูล

ราชบุรีโฮลดิ้ง จับมือ ยันฮี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง เดินหน้าพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้แก่สาธารณชนด้านพลังงานสะอาด หรือ กรีนสคูล

.

.

ราชบุรีโฮลดิ้ง จับมือ ยันฮี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง เดินหน้าพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้แก่สาธารณชนด้านพลังงานสะอาด หรือ กรีนสคูล บรรลุข้อตกลงร่วมลงทุนในบริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำกัด โดย บริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 60 และบริษัท ยันฮี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 40 กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 356 ล้านบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

.

บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) “ราชบุรีโฮลดิ้ง” เดินหน้าพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทนเป็นโครงการที่สองของบริษัทฯ โดยลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านทางบริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยลงทุนด้านพลังงานทดแทน โดยลงทุนร่วมกับบริษัท ยันฮี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด    

.

ล่าสุดในวันนี้ทั้งสองบริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นในบริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไทรเสนา กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ โดยถือหุ้นในโครงการร้อยละ 60 

.

นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง กล่าวว่า “ความสำเร็จในการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท ยันฮี โซล่าเพาเวอร์ จำกัด ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทนของบริษัทฯ เพื่อขยายโอกาสธุรกิจการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนในพลังงานทดแทน ที่กำหนดเป้าหมายไว้ 100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2559  

.

ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไทรเสนา กำลังผลิตติดตั้ง 3 เมกะวัตต์นี้ มีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 356 ล้านบาท โดยโครงการได้มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประเภท Non-firm และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)   

.

ทั้งนี้เป็นผลให้บริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเงื่อนไขในระยะเวลา 8 ปี และยังได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกร้อยละ 50 ต่อเนื่องต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 5 ปี  ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้จะเป็นโครงการนำร่องเพื่อจะขยายการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อื่นๆต่อไป”

.

นายแพทย์สุพจน์  สัมฤทธิวณิชชา  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยันฮีโซล่า เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “การจัดตั้งบริษัทฯ เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์นี้  ได้สนองตอบต่อนโยบายของภาครัฐบาล  ในอันที่จะนำพลังงานทดแทนมาใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่เชื่อมั่นว่า                     

.

ในอนาคตอันใกล้จะนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งแนวคิดดังกล่าว ก็สอดคล้องกับแนวคิดของบริษัทฯ ที่ต้องการนำพลังงานสะอาดและไม่สร้างมลภาวะใดๆ  ขณะใช้งาน  มาพัฒนาเพื่อให้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติต่อไป     

.

ทั้งนี้ เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานหมุนเวียน ( Renewable Energy )  สามารถนำมาใช้ได้อย่างไม่สิ้นสุดและมีลักษณะกระจายไปถึงผู้ใช้โดยตรง อีกทั้งยังเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาดปราศจากมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและตามปกติมนุษย์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ตามธรรมชาติในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว  ซึ่งทำให้เชื่อมั่นว่า โครงการนี้ จะเป็นโครงการที่มั่นคงและยั่งยืนอีกโครงการหนึ่งในอนาคต”

.

สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไทรเสนา ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าประเภท Non-Firm ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมากที่ใช้พลังงานทดแทน (VSPP) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งผ่านสายส่งไฟฟ้าระบบ 22 kV และได้รับเงินสนับสนุน (Adder) จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) จำนวน 8 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 10 ปี          

.

โดยโครงการนี้มีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 เพื่อผลิตไฟฟ้าในกำลังผลิต 1 เมกะวัตต์ และจะเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าระบบในกำลังผลิต 2 เมกะวัตต์ในเดือนตุลาคม  โดยโครงการนี้สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าเท่ากับ 1,000 หลังคาเรือน และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ได้ถึง 2,000 ตันต่อปี 

.

นอกจากนี้  โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไทรเสนา ยังถือเป็นโครงการนำร่องด้านพลังงานสะอาดที่ทางบริษัทจะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ชุมชน หรือที่เราเรียกว่า “Green School” โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนโดยรอบโครงการ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป สามารถเข้ามาดูพื้นที่โครงการในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเริ่มพัฒนา ก่อสร้างและการดำเนินโครงการอีกด้วย