เนื้อหาวันที่ : 2010-07-07 15:08:05 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1459 views

SALEE มั่นใจครึ่งปีหลังธุรกิจยังโตฉลุย หลังอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์-ยานยนต์-คอนซูเมอร์ โต

SALEE มั่นใจครึ่งปีหลังธุรกิจยังโตฉลุย หลังอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และคอนซูเมอร์ โปรดักส์ เติบโตได้ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แถมเตรียมขยายกำลังการผลิตรองรับโอกาสทางธุรกิจที่กำลังจะเข้ามาถึง

SALEE มั่นใจครึ่งปีหลังธุรกิจยังโตฉลุย หลังอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และคอนซูเมอร์ โปรดักส์ เติบโตได้ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แถมเตรียมขยายกำลังการผลิตรองรับโอกาสทางธุรกิจที่กำลังจะเข้ามาถึง มั่นใจสิ้นปีปั๊มรายได้ทะลุ 700-800 ลบ.ตามเป้าหมายที่วางไว้ 

.

นายสุพจน์ สุนทรินคะ
ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์และพัฒนาธุรกิจ
บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

.

นายสุพจน์ สุนทรินคะ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ SALEE เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจในครึ่งปีหลังว่า มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกได้อย่างชัดเจน ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และคอนซูเมอร์โปรดักส์ ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น SALEE ในฐานะผู้ประกอบการ ที่ผลิตสินค้าอิงกับธุรกิจดังกล่าวจึงมีโอกาสเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน

.

"ในส่วนของธุรกิจหลักซึ่งเป็นธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและธุรกิจผลิตฉลากสินค้า เชื่อว่าในครึ่งปีหลังธุรกิจยังมีการเติบโตที่ดี ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากสินค้าของบริษัทฯ อิงกับภาคการส่งออกในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และธุรกิจคอนซูเมอร์โปรดักส์ โดยปัจจุบันมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับตามปกติในธุรกิจดังกล่าว  

.

ครึ่งปีหลังคำสั่งซื้อจะมีเข้ามามากกว่าครึ่งปีแรก นอกจากนั้น ธุรกิจดังกล่าวมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีในขณะที่ต้นทุนราคาวัตถุดิบก็ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา จึงมั่นใจว่าจะสะท้อนให้ผลประกอบการของบริษัทฯ ดีขึ้นในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับโอกาสทางธุรกิจที่กำลังจะมาถึง บริษัทฯ เตรียมใช้งบลงทุนกว่า 35 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรเพื่อขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้น เพียงพอต่อการรองรับคำสั่งซื้อที่จะเข้ามาในอนาคต"

.

นายสุพจน์กล่าวอีกว่า ในปีนี้ได้วางงบลงทุนไว้จำนวน 100 ล้านบาท โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ซื้อเครื่องพิมพ์ไปแล้ว 50 ล้านบาท และเตรียมจะซื้อเครื่องจักรอีกประมาณ 35 ล้านบาท แบ่งเป็น เครื่องฉีดพลาสติก 2 เครื่อง ใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท และเครื่องพิมพ์อีก 1 เครื่อง ใช้งบลงทุนราว 15 ล้านบาท ทำให้กำลังผลิตรวมปีนี้ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอีก 30% 

.

โดยเครื่องจักรใหม่ดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ ประมาณปลายเดือนกรกฎาคม - ต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งกำลังผลิตใหม่จะรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั้งการพิมพ์ และชิ้นส่วนพลาสติก เพราะเชื่อว่าความต้องการสินค้ายังขยายตัวได้อีก ตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดังกล่าว 

.

เขากล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 700-800 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 920 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้บริษัทฯไม่มีรายได้จาก SC WADO หลังจากช่วงที่ผ่านมาได้ขายหุ้นบริษัท ดังกล่าวทั้งหมด ทำให้ในปีนี้สัดส่วนรายได้หลักของบริษัทฯจะมาจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและธุรกิจผลิตฉลากสินค้าเป็นหลัก จากการดำเนินธุรกิจของ บมจ.สาลี่อุตสาหกรรม และบริษัทย่อยคือ บริษัท พาโก้ สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำกัด

.

ในขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างทางธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 1/2553 บริษัทฯ มีสัดส่วนหนี้สิน/ทุน (D/E ratio) ลดลงเหลือเพียง 0.2 เท่า เท่านั้น จากเดิมที่เคยมี D/E ratio สูงกว่า 1 เท่า จึงทำให้การพิจารณาหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ในธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถทำได้อย่างคล่องตัว รวมทั้งการขยายการลงทุนในธุรกิจเดิมด้วย