เนื้อหาวันที่ : 2010-06-29 17:19:31 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 908 views

ปตท.ไม่หวั่นมูดี้ลดอันดับความน่าเชื่อถือ ชี้ไม่กระทบต้นทุนการเงิน

ปตท.ยืนยันการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเงิน พร้อมขยายลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต

ปตท.ยืนยันการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเงิน พร้อมขยายลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
.

.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 Moody’s Investor Services ได้ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือสกุลเงินบาทของ ปตท. (Local Currency Issuer Rating) และอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวสกุลต่างประเทศ (Foreign Currency Bond Rating) จากระดับ A2 สู่ระดับ A3 และคงอันดับความน่าเชื่อถือสกุลต่างประเทศของบริษัท (Foreign Currency Issuer Rating) ไว้ที่ระดับ A3 และคงแนวโน้มเชิงลบ (negative outlook) ไว้เช่นเดียวกับของประเทศไทย

.

ทั้งนี้ เหตุผลของการลดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นผลมาจากการใช้เงินเพื่อขยายการลงทุนในต่างประเทศและในธุรกิจใหม่ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น และคาดว่า ปตท.จะต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นเพื่อมาลงทุน 

.

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท. ได้ให้ความเห็นว่าการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของนักลงทุนหรือมีผลกระทบน้อย เนื่องจากอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A3 นั้น ยังคงสูงกว่าอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ณ ปัจจุบันที่ระดับ Baa1 และเป็นระดับที่สูงกว่าระดับความน่าเชื่อถือขั้นต่ำสุดของตราสารที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade - Baa3) ถึง 4 ระดับ (notches) 

.

นอกจากนี้คาดว่าผลกระทบในเชิงต้นทุนทางการเงินนั้นน่าจะอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากต้นทุนในการจัดหาเงินทุนนั้นยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ 
อาทิเช่น ภาวะตลาดในเวลาดังกล่าว อันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เทียบเคียงได้ในตลาด รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการและการเติบโตของตัวบริษัทด้วย ซึ่งในกรณี ปตท. ได้มีการพิจารณาถึงผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างรอบคอบแล้ว การขยายลงทุนนี้คาดว่าจะทำให้ ปตท.มีการเติบโตและมีกำไรเพิ่มขึ้นในอนาคต 

.

นอกจากนี้ล่าสุด Fitch Rating ได้ประกาศคงอันดับความเชื่อถือภายในประเทศของ ปตท. และอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลบาทภายในประเทศที่ระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับความน่าเชื่อถือที่สูงสุด ดังนั้นต้นทุนทางการเงินของ ปตท. โดยเฉพาะในการจัดหาเงินทุนภายในประเทศนั้นน่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้