เนื้อหาวันที่ : 2010-05-07 09:02:27 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 3077 views

อั่งเปา แอสเสท ทุ่มงบกว่า 4 พันล้านเปิด "ณุศาศิริ พระราม 2"

อั่งเปา แอสเสท มั่นใจตลาดบ้านระดับบนยังโตต่อเนื่อง ล่าสุดทุ่มงบกว่า 4,500 ล้านบาท เปิด "ณุศาศิริ พระราม 2" เนรมิตสู่ศูนย์กลางที่อยู่อาศัย พร้อมศูนย์ Community Mall เต็มรูปแบบ คาดปิดขายเฟสแรกปีนี้

อั่งเปา แอสเสท มั่นใจตลาดบ้านระดับบนยังโตต่อเนื่อง ล่าสุดทุ่มงบกว่า 4,500 ล้านบาท เปิด "ณุศาศิริ พระราม 2" เนรมิตสู่ศูนย์กลางที่อยู่อาศัย พร้อมศูนย์ Community Mall เต็มรูปแบบ คาดปิดขายเฟสแรกปีนี้ เตรียมทีมพร้อมขยายการขายเฟส 2 ประกาศลุยโปรเจคใหม่ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง

.

.

บมจ. อั่งเปา แอสเสท เปิดฉากรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองไทยอีกครั้ง พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดรวม 6-7 โครงการในปี 2553 มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท นำร่องด้วยการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวหรูระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป “โครงการณุศาศิริ พระราม 2” โดยได้เริ่มเปิดขายในเฟสแรกไปแล้ว ท่ามกลางผู้สนใจจำนวนมาก มั่นใจปิดขาย เฟสแรก 57 หลังในปีนี้ รวมมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท 

.

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อั่งเปา แอสเสท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ ตลาดบ้านเดี่ยวหรือโครงการแนวราบ น่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น จากที่ชะลอลงใน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยระดับราคา ที่ขายดีอยู่ระหว่าง 3.00-4.99 ล้านบาท และในส่วนระดับราคาระหว่าง 5-15 ล้านบาท ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นกัน 

.

ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวโครงการ ณุศาศิริ พระราม 2 บนพื้นที่ขนาด 340 ไร่ มูลค่ารวมโครงการ 4.5 พันล้านบาท ซึ่งได้เปิดขายแล้วในเฟสแรก บนเนื้อที่ 129 ไร่ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวรวม 57 หลัง และ โฮม ออฟฟิศ รวม 26 ยูนิต มูลค่าเฟสแรกรวม 1.5 พันล้านบาท ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ และเชื่อมั่นว่า จะสามารถปิดการขายในเฟสแรกได้เร็วขึ้น ขณะนี้อยู่ในช่วงพิจารณาขยายการขายสู่เฟส 2 ต่อไป 

.

ทั้งนี้ โครงการ ณุศาศิริ พระราม 2 เป็นบ้านเดี่ยวระดับบน ราคาขายเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท ทำเลดี ติดถนนพระราม 2 บนทางหลวงเชื่อมต่อสู่ภาคใต้ แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล ฯลฯ

.

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการด้วยการพัฒนาพื้นที่ Community Mall ขนาดประมาณ 10,000 ตร.ม.บริเวณด้านหน้าโครงการ และมุ่งเน้นการผสมผสาน ความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายของการใช้ชีวิตในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย ตามสโลแกน Nusasiri N-Joy Living “นึกถึงบ้านหรู อยู่แล้วรื่นรมย์ ในสังคมคุณภาพ ต้อง ณุศาศิริ” โดยนำเสนอแบบมาตรฐาน 4 แบบ รวม 57 แปลง พื้นที่ใช้สอย 314–666 ตร.ม. ประกอบด้วย             

.

แบบบ้าน YADA พื้นที่ใช้สอย 314 ตร.ม.3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ, แบบบ้าน MEZZANINE พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ, แบบบ้าน THARA พื้นที่ใช้สอย 460 ตร.ม. 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ แบบบ้าน GRAND PAVILLION พื้นที่ใช้สอย 666 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ซึ่งทุกแบบมีห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ส่วน โฮม ออฟฟิศนั้นมี 1 แบบรวม 26 แปลง พื้นที่ใช้สอย 730 ตร.ม.

.

“จุดเด่นของบ้านณุศาศิริ พระราม 2 คือ เราเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งปรับเปลี่ยนแบบบ้าน เพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอยจากแบบบ้านมาตรฐานได้ ณ ตั้งแต่วันเริ่มก่อสร้าง เช่น ปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องนอน, ห้องพระ, ห้องทำงาน, ห้องออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำ, พื้นที่จอดรถ และอื่นๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการและลักษณะการใช้ชีวิตตามที่ลูกค้าต้องการ        

.

เมื่อวันที่บ้านในฝันที่ลูกค้าต้องการสร้างเสร็จ ก็สามารถเข้าอยู่ได้ทันที ไม่ต้องทุบ รื้อ ให้วุ่นวาย โดยตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 พฤษภาคม ศกนี้ บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษมอบส่วนลด 15% ฟรีดอกเบี้ยปีแรก พร้อมของแถมอีกหลายรายการ สอบถามรายละเอียดที่ 02-895-5235-6” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อั่งเปา แอสเสท จำกัด (มหาชน) กล่าว

.

ด้านมุมมองต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2553 นั้น นายวิษณุ เทพเจริญ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า “ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ น่าจะมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยน่าจะเติบโตประมาณ 5-10% ซึ่งจะปรับตัวในทิศทางที่ค่อยเป็นค่อยไป และมีปัจจัยหนุนจากภาวะเศรษฐกิจไทย ที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว โดยน่าจะขยายตัวเป็นบวกได้ที่ประมาณร้อยละ 3 – 3.5 จากที่หดตัวร้อยละ 3 ในปีที่ผ่านมา

.

ทั้งนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ น่าจะส่งผลต่อเนื่องไปสู่การกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อของลูกค้า ทำให้กลุ่มลูกค้า มีความมั่นใจต่อรายได้จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเริ่มกลับมามีความมั่นใจใน การตัดสินใจซื้อมากยิ่งขึ้น

.

อีกทั้งมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ ที่ต่ออายุให้อีก 2 เดือน จากเดิมสิ้นสุด 28 มีนาคม 2553 เป็น 31 พฤษภาคม 2553 ตลอดจนการแข่งขันในด้านการจัดรายการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ จะช่วยเร่งให้ผู้บริโภคกลุ่มที่มีความพร้อมในการซื้อที่อยู่อาศัย สามารถเร่งการตัดสินใจซื้อเพื่อให้ทันมาตรการดังกล่าว นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะยังคงทรงตัว ในระดับต่ำในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 น่าจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดที่อยู่อาศัยให้ขยายตัวได้

.

แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2553 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง อีกหลายด้าน เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงมีความเสี่ยงจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และเสถียรภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่อาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยขาดความต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเช่นกัน”