เนื้อหาวันที่ : 2010-04-23 11:05:06 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 3850 views

พฤกษา ทุ่มทุนกว่า 900 ล้าน เพิ่มกำลังผลิตโรงงานพฤกษา

พฤกษา ทุ่มงบประมาลงทุนกว่า 900 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในโลก เสริมศักยภาพเพิ่มกำลังผลิตโรงงานพฤกษา พรีคาสท์

พฤกษา ทุ่มงบประมาลงทุนกว่า 900 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในโลก เสริมศักยภาพเพิ่มกำลังผลิตโรงงานพฤกษา พรีคาสท์

.

.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทฯ ร่วมพิธีลงนามในสัญญาซื้อเครื่องจักรผลิตแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป กับ นายอูเว่ ไซร้ ( Mr. Uwe Seitz)  กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอบาเว่ อังลาเจนเทคนิค จำกัด (Ebawe Anlagentechnik GmBh) ณ สำนักงานใหญ่ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท          

.

โดยมีผู้บริหารของพฤกษา และผู้บริหารจากบริษัท เอบาเว่ อังลาเจนเทคนิค จำกัด บริษัท โปรเกร็ท จำกัด และบริษัท ทรีโอ เทคโนโลยี จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน

.

การลงทุนซื้อเครื่องจักรครั้งนี้ จะใช้สำหรับการขยายโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ แห่งใหม่ เพิ่มอีกจำนวน 2 โรงงาน ซึ่งนับเป็นโรงงานพรีคาสท์ โรงที่ 4 และ 5 ของบริษัทฯ  ตั้งอยู่ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

.

โดยบริษัทฯ ได้ซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในโลกและมีกำลังการผลิตสูงที่สุดในโลกจากเอบาเว่ ประเทศเยอรมัน มาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป เพื่อรองรับการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วของบริษัทฯ และเสริมศักยภาพการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยของพฤกษา ให้มีมาตรฐานและคุณภาพสูงขึ้น โดยมีมูลค่าการก่อสร้างโรงงานและเครื่องจักรรวมทั้งสิ้นกว่า 900  ล้านบาท

.

อนึ่ง โรงงานแห่งใหม่นี้ ประกอบด้วยโรงงานพรีคาสท์ (Precast) ระบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-automatic) สำหรับผลิตหน้ากากทาวน์เฮาส์และผนังคอนโดมิเนียม โดยมีกำลังผลิตหน้ากากทาวน์เฮาส์ 880 หลังต่อเดือน และผนังคอนโดมิเนียม 320 ห้องต่อเดือน ส่วนอีกโรงงานจะเป็นพรีคาสท์ระบบอัตโนมัติทุกขั้นตอน (Fully-automatic)

.

สำหรับผลิตแผ่นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป มีกำลังการผลิต 436 หลังต่อเดือน ซึ่งในการผลิตจะใช้เครื่องจักรอัตโนมัติและระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน อาทิ การเข้าแบบเหล็กกั้นข้างอัตโนมัติ การทอตะแกรงเหล็กเส้นอัตโนมัติ เป็นต้น ทำให้ได้แผ่นคอนกรีตที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูง โดยคาดว่าทั้ง 2 โรงงานนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทำการผลิตได้ประมาณปี 2554