เนื้อหาวันที่ : 2010-02-26 10:24:26 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1319 views

HTECH ผนึกพันธมิตรสิงคโปร์ รุกขายเครื่องมือตัด-ผลิตชิ้นส่วนโลหะ เจาะลูกค้าทุกอุตสาหกรรม

แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จับมือพันธมิตรสิงคโปร์ ตั้งบริษัทร่วมทุน " แฮลเทค " จําหน่ายเครื่องมือตัด-ผลิตชิ้นส่วนโลหะ เจาะตลาดในทุกอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนโลหะ หวังกระตุ้นยอดขาย เพิ่มกำลังการผลิต คาดดำเนินการแล้วเสร็จเดือนมี.ค.นี้

แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จับมือพันธมิตรสิงคโปร์ ตั้งบริษัทร่วมทุน " แฮลเทค " จําหน่ายเครื่องมือตัด-ผลิตชิ้นส่วนโลหะ เจาะตลาดในทุกอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนโลหะ หวังกระตุ้นยอดขาย เพิ่มกำลังการผลิต คาดดำเนินการแล้วเสร็จเดือนมี.ค.นี้

.

พร้อมกับโชว์ผลงานปี 52 ฟันกำไรรวม 65 ล้านบาท ' พีท ริมชลา ' กรรมการผู้จัดการ ระบุบอร์ดบริษัทใจดีสั่งจ่ายปันผลทันทีในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 29 เม.ย.นี้ พร้อมย้ำเป้ารายได้ปี 53 เติบโตอยู่ที่ 350 ล้านบาท

.

นายพีท ริมชลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จํ ากัด (มหาชน)

.

นายพีท ริมชลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จํ ากัด (มหาชน) หรือ HTECH เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท แฮลเทค จำกัด ( Haltek ) เพื่อประกอบธุรกิจจัดจําหน่ายเครื่องมือตัด เพื่อใช้ในการผลิตชิ้นส่วนโลหะต่างๆ ของทุกอุตสาหกรรม โดยคาดว่าน่าจะจัดตั้งได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

.

บริษัท แฮลเทค จำกัด มีทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท จำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 1,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท HTECH คือ Halcyon Technology (Thailand)Plc.(ไทย) โดยถือหุ้นในสัดส่วน 700,000 หุ้น หรือ 70% และ Atek Precision Tooling Pte Ltd. (สิงคโปร์) ถือหุ้นในสัดส่วน 300,000 หุ้น หรือ 30%

.

สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือ จะช่วยเกื้อหนุนกันในแง่ของการลงทุนด้านต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเป็นการขยายตลาดเครื่องมือตัด ในกลุ่ม Carbide Cutting Cools ให้ครบวงจร ไปยังลูกค้า ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดย Atek จะให้การสนับสนุนในด้านเทคนิค และการสำรองสินค้า

.

ซึ่งจะทำให้ HTECH สามารถขยายฐานลูกค้าเครื่องมือตัดไปยังอุตสาหกรรม ต่างๆ ได้เพิ่มขึ้น และสามารถขยายกำลังการผลิตได้มากขึ้น เนื่องจาก Atek เป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องมือตัดจากประเทศจีน ซึ่งมีขอบเขตการจําหน่ายในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย

.

เขากล่าวต่อถึง ผลประกอบการงวดปี 2552 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 65.03 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2551 ที่มีกำไรสุทธิ 70.99 ล้านบาท 

.

'แม้ผลประกอบการปีที่ผ่านมาจะลดลงเล็กน้อยจากปี 2551 เป็นผลมาจากในช่วงครึ่งปีแรกประสบปัญหาเศรษฐกิจโลกทรุดตัวอย่างรุนแรง ทำให้รายได้ในช่วงนั้นลดลง แต่ในครึ่งปีหลัง บริษัทได้เร่งการผลิตอย่างเต็มที่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จึงทำให้ผลประกอบการโดยรวมของทั้งปีลดลงเล็กน้อยจากปี 2551 แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย คือเกินระดับ 80% ของทั้งปี 2551"นายพีทกล่าว

.

ส่วนแนวโน้มธุรกิจของบริษัทในปี 2553 คาดว่า น่าจะเป็นปีที่ดี ต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากลูกค้าทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วน HARD DISK DRIVE (HDD) และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์มีการขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว 

.

ดังนั้นจึงเชื่อว่าน่าจะผลักดันให้ยอดขายในปีนี้เติบโตอยู่ที่ประมาณ 350 ล้านบาท โดยประเมินแนวโน้มของอุตสาหกรรมฯ ปีนี้คาดว่าน่าจะขยายตัวได้ประมาณ10-15% จากปี 2552 

.

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการประจำ ปี 2552 ให้กับ ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท ซึ่งเป็นเงินปันผลจากกิจการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท คิดเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 19,200,000 บาท

.

โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 16 เมษายน 2553 เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2551 โดยประกาศปิดสมุด ทะเบียนพั กการโอนหุ้ นในวันที่ 19 เมษายน 2553 และกำหนดวั นจ่ายเงินปันผลใน วันที่ 29 เมษายน 2553