เนื้อหาวันที่ : 2007-01-22 12:02:34 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 711 views

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถหรูเป็นปีที่ 6

บริษัท เดมเลอร์ไครส์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศตัวเลขยอดขายรวมในปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายสูงสุดในตลาดรถยนต์ระดับหรูเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดไปถึง 44.1 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขายทั้งสิ้น 3,502 คัน แม้จะลดลงจากปีก่อนก็ตาม

.

บริษัท เดมเลอร์ไครส์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศตัวเลขยอดขายรวมในปีที่ผ่านมาในวันนี้ว่ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดจำหน่ายสูงสุดในตลาดรถยนต์ระดับหรูเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยในส่วนยอดขายรถยนต์นั่งระดับหรูในปี 2006 ที่ผ่านมานั้นทางเมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดไปถึง 44.1 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขายทั้งสิ้น 3,502 คัน แม้ว่าภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งระดับหรูในประเทศไทยจะมียอดขายรวมแล้วลดลงจากปีก่อนก็ตาม 

.

มร. โวล์ฟกัง ฮุบเพ็นบาวเออร์ ประธานบริหาร บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมของยอดขายรถยนต์ระดับหรูในปี 2006 จะลดลงแต่ก็นับว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง บริษัทฯถือเป็นความสำเร็จและพอใจกับยอดขายที่ผ่านมา ประกอบกับบริษัทฯยังคงสามารถรักษาความเป็นที่หนึ่งในตลาดรถหรูได้ทั้งที่ยอดขายโดยรวมทั้งตลาดลดลง และบริษัทฯเองก็ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นคือ S 320 CDI เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา   มร.ฮุบเพ็นบาวเออร์ กล่าวเสริม

.

บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ครองความเป็นที่หนึ่งมาตลอด 6 ปีต่อเนื่องกัน และมั่นใจว่าบริษัทฯจะครองอันดับหนึ่งต่อไปในปีหน้า

.

ในปี 2007 นี้    เมอร์เซเดส-เบนซ์มีแผนการตลาดที่จะเปิดตัวรถรุ่นหลักสู่ตลาดถึง 5 เซ็กเมนต์ใหญ่ได้แก่ S-Class 300 L, new generation E-Class, C 180 K Sports Edition และ A180 CDI นอกจากนี้ยังเสริมด้วย CL 500 Coupé อีกด้วย

.

สำหรับยอดขายของปี 2006 นั้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class นับเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด ด้วยยอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 1,754 คัน ตามด้วย C-Class ที่ 986 คัน   และรุ่นที่ถือเป็นรุ่นท๊อปคลาส คือ S-Class สามารถทำส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยปิดที่ยอดจำหน่าย 367 คัน โดยเฉพาะ รุ่น S 320 CDI ที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2006 ที่ผ่านมานั้นสามารถทำยอดขายชนิดไม่เคยมีมาก่อนถึง 100 คัน ภายในเวลาเพียง 3 วัน

.

.

มร.ฮุบเพ็นบาวเออร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดขายในปี 2006 นั้น เปรียบเสมือนภาพสะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยที่มีต่อแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างชัดเจน

.

นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึงคุณภาพอันเลื่องชื่อของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ผนวกกับชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ความเหนือชั้นของผลิตภัณฑ์ และความหลากหลายของรุ่นต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย

.
รายละเอียดยอดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2006 แบ่งออกได้ดังนี้

A-Class มียอดขายรวม 235 คัน       (คิดเป็น 42.6% ของส่วนแบ่งตลาด)

B-Class มียอดขายรวม 123 คัน       (คิดเป็น 100% ของส่วนแบ่งตลาด)

C-Class มียอดขายรวม 986 คัน         (คิดเป็น 37.4% ของส่วนแบ่งตลาด)

E-Class มียอดขายรวม 1,754 คัน         (คิดเป็น 51.4% ของส่วนแบ่งตลาด)

S-Class มียอดขายรวม 367 คัน         (คิดเป็น. 59.7% ของส่วนแบ่งตลาด)

M/G/R-Class มียอดขายรวม 37 คัน       (คิดเป็น. 6.2 % ของส่วนแบ่งตลาด)

.

รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี CDI ยังคงถือเป็นรถยอดนิยมสำหรับตลาดรถระดับหรู เนื่องจากเหตุผลหลาย ๆ ข้อ อาทิ สมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม การตกแต่งภายในที่หรูหรา นั่งสบาย ผนวกกับ มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และการประหยัดเชื่อเพลิงที่ดีขึ้น ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นเจ้าเดียวในตลาดรถหรูที่มีรถเทคโนโลยี CDI รองรับลูกค้าครบทุกเซ็กเมนต์อีกด้วย มร.ฮุบเพ็นบาวเออร์ กล่าวสรุป