เนื้อหาวันที่ : 2010-02-04 11:50:25 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1749 views

แอร์บัสคาดอีก 20 ปีเอเชียแปซิฟิคต้องการเครื่องบินใหม่กว่า 8,000 ลำ

แอร์บัสคาดการณ์อีก 20ปีข้างหน้าเอเชีย แปซิฟิคต้องการเครื่องบินใหม่กว่า 8000 ลำ โดยความต้องการเครื่องบินขนาดใหญ่ยังคงพุ่งสูงต่อไปในภูมิภาค

แอร์บัสคาดการณ์อีก 20ปีข้างหน้าเอเชีย แปซิฟิคต้องการเครื่องบินใหม่กว่า 8000 ลำ โดยความต้องการเครื่องบินขนาดใหญ่ยังคงพุ่งสูงต่อไปในภูมิภาค

.

.

แอร์บัสผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่จากฝั่งยุโรปคาดการณ์ว่า สายการบินต่างๆในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิคจะต้องการเครื่องบินใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าอีกกว่า 8000 ลำ ใน 20 ปีข้างหน้า  ซึ่งรวมมูลค่ารวมแล้วกว่า 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

.

โดยนับเป็นหนึ่งในสามจากการคาดการณ์ถึงปริมาณการส่งมอบเครื่องบินของแอร์บัสของทั้งโลกระหว่างปัจจุบัน ถึง พ.ศ. 2571 ด้วยภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิคนี้เองจะเป็นแรงผลักดันสำคัญของความต้องการเครื่องบินขนาดใหญ่

.

จอห์น เลย์ฮีย์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการลูกค้า คาดการณ์ถึงปริมาณความต้องการเครื่องบินระหว่างงานสิงคโปร์ แอร์โชว์ ในวันนี้ ณ ประเทศสิงคโปร์

.

สำหรับ ในส่วนของผู้โดยสารนั้น แอร์บัสคาดการณ์ว่าปริมาณการเดินทางอากาศในภูมิภาคจะเพิ่มสูงขึ้นที่อัตราเฉลี่ยร้อยละ 5.9 ต่อปี  ขณะที่ปริมาณการขนส่งสินค้านั้นจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 ต่อ ปี  เทียบกับปริมาณการเจริญเติบโตเฉลี่ยของทั้งโลกที่อยู่ที่ร้อยละ 4.7 สำหรับปริมาณของผู้โดยสาร และร้อยละ 5.2 สำหรับการขนส่งสินค้า  

.

และด้วยปริมาณการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นและความต้องการฝูงบินใหม่มาทดแทน แอร์บัสคาดการณ์ว่าทั้งภูมิภาคจะมีการส่งมอบเครื่องบิน แบ่งเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่จำนวน 880 ลำ เครื่องบินทางเดินคู่ลำตัวกว้างจำนวน 2570 ลำ และ เครื่องบินทางเดินเดี่ยวจำนวน 4560 ลำ 

.

สัดส่วนของเครื่องบินขนาดใหญ่สะท้อนถึงความหนาแน่นของประชากรรอบเมืองใหญ่ต่างๆ ในภูมิภาคที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้มีความต้องการเดินทางระหว่างเมืองต่างๆในภูมิภาเพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณการเดินทางที่หนาแน่นไปยังประเทศต่างๆทั้งในภูมิภาคยุโรป และสหรัฐฯ

.

ขณะเดียวกันการคาดการณ์ความต้องการเครื่องบินทางเดินเดี่ยวจะเพิ่มขึ้นด้วยการเจิรญเติบโตอย่างรวดเร็วของสายการบินต้นทุนต่ำและการเปิดเส้นทางการบินต่างๆเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศจีน อินเดีย และ เอเชีตะวันออกเฉียงใต้   

.

ในส่วนด้านการขนส่งสินค้านั้น ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิคจะยังคงครองเจ้าตลาดด้านการขนส่งสินค้า ด้วยฝูงบินที่จะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าถึงจำนวน 1500 ลำ โดยแนวโน้มเครื่องบินขนส่งสินค้าในอนาคตจะมาจากการดัดแปลงเครื่องบินผู้โดยสาร โดยแอร์บัสคาดการณ์ว่าจะมีการส่งมอบเครื่องบินขนส่งสินค้ากว่าอีก 340 ลำ ใน 20 ปี ข้างหน้า  โดยความต้องการส่วนใหญ่ยังคงเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างและนับเป็นร้อยละ 40 ของความต้องการเครื่องบินขนส่งสินค้าใหม่ทั้งหมด 

.

จอห์น เลย์ฮีย์ คาดการณ์ต่อไปอีกว่าในอีก 20 ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิคจะเอาชนะยุโรป และสหรัฐฯ และ ขึ้นเป็นตลาดการเดินทางทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยปริมาณการขนส่งผู้โดยสารของสายการบินต่างๆในภูมิภาคจะนับเป็นร้อยละ 30 ของปริมาณการขนส่งทางอากาศของทั้งโลก และปริมาณการขนส่งสินค้านับเป็น ร้อยละ 40 

.

"ความต้องการเครื่องบินขนาดใหญ่จะเป็นที่ต้องการเพื่อลดการจราจรที่หนาแน่น ด้วยทำมากขึ้นแต่ลดผลของการกระทำลง”  จอห์น เลย์ฮีย์ กล่าว “ การส่งมอบเครื่องบินทางเดินคู่ให้กับสายการบินต่างๆในภูมิภาคจะนับเป็นกว่าร้อยละ 40 ของการส่งมอบของแอร์บัสทั้งหมด และความต้องการเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง เอ 380 ของสายการบินต่างๆในภูมิภาคนับเป็นร้อยละ 50 ของความต้องการทั้งหมด

.

เพราะด้วยความทันสมัย ประสิทธิภาพและสายการผลิตที่ครอบคลุมทุกกระบวนการ รวมถึงเป็นที่ใหม่ที่สุดในตลาดเครื่องบินขนาดใหญ่ แอร์บัสจึงนับว่าเป็นผู้ผลิตเครื่องบินที่สามารถตอบสนองความต้องการของสายการบินต่างๆในภูมิภาคได้อย่างตรง กับความต้องการที่สุด"

.

ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิคถือเป็นตลาดที่สำคัญของแอร์บัสโดยยอดคำสั่งซื้อถึงหนึ่งในสี่ของทั้งหมดมาจากภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค นี้โดยนับถึงวันนี้ในภูมิภาคมีเครื่องบินของแอร์บัสให้บริการอยู่ประมาณ 1430 ลำ โดยผู้ให้บริการ 66 รายทั้งภูมิภาค และยอดคำสั่งซื้อกว่าอีก 1120 คำสั่งซื้อที่รอการส่งมอบในอนาคต โดยนับเป็นร้อยละ 32 ของยอดคำสั่งซื้อทั้งหมดของบริษัท ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงตลาดที่เจริญเติบโตของเครื่องบินเชิงพาณิชย์

.

การคาดการณ์ของแอร์บัสสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนี้มาจากการคาดการณ์การตลาดทั้งโลดของบริษัท ที่คาดการ์ณว่า ความต้องการเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารและขนส่งสินค้าจะมีจำนวนประมาณเกือบ 25000 ลำ ซึ่งมูลค่ากว่า 3.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2552-2571 โดยแบ่งเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่จำนวน 1700 ลำ เครื่องบินลำตัวกว้างทางเดินคู่จำนวน 6250 ลำ และ เครื่องบินทางเดินเดี่ยวเกือบ 17000 ลำ 

.

โดยปัจจุบันแอร์บัสมีสายการผลิตได้แก่ ตระกูลเอ320 สำหรับเครื่องบินทางเดี่ยวที่ขายดีที่สุดสำหรับตลาดเครื่องบินทางเดินเดี่ยว เอ330/เอ340และเอ350 เอ็กซ์ดับเบิ้ลยูบี รุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับเครื่องบินทางเดินคู่ และเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดอย่าง เอ380 สำหรับเครื่องบินขนส่งสินค้านั้นปัจจุบันแอร์บัสกำลังพัฒนาเอ330-200เอฟ ที่จะนำเข้าให้บริการในปีหน้าที่จะถึงนี้