เนื้อหาวันที่ : 2010-01-26 09:04:29 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1445 views

บีโอไอไฟเขียว 8 โครงการมูลเงินลงทุนเฉียด 2 หมื่นล้าน

บีโอไอประเดิมปีเสืออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 18,834 ล้านบาท เน้นชิ้นส่วนรถยนต์อีโคคาร์ และพลังงาน

บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 18,834 ล้านบาท อาทิ นิสสันได้รับส่งเสริมให้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อีโคคาร์ ส่วนโรจนะเพาเวอร์ ได้รับการส่งเสริมผลิตไฟฟ้าป้อนกฟผ. และเมอร์เมด ออฟชอร์ เซอร์วิสเซส ได้รับส่งเสริม 2 โครงการทดสอบและสำรวจแท่นขุดเจาะและตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม

.

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

.

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 18,834 ล้านบาท ประกอบด้วย 

.

1.บริษัท สยามกลการและนิสสัน จำกัด ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผลิตชิ้นส่วนโลหะและชิ้นส่วนประกอบของตัวถังสำหรับรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล มูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,430 ล้านบาท โดยมีกำลังการผลิตชิ้นส่วนโลหะสำหรับรถ Eco Car ประมาณ 1.08 ล้านชิ้นต่อปี หรือ 26,890 ตัน  

.

ขณะที่ชิ้นส่วนประกอบของตัวถังสำหรับรถ Eco Car กำลังการผลิตประมาณ 100,188 ชุดต่อปี มีการจ้างแรงงานไทย 410 คน ตลาดส่งออกหลักร้อยละ 75 คือกลุ่มประเทศอาเซียน ออสเตรเลีย อินเดียจีนและญี่ปุ่น ร้อยละ 25 จำหน่ายในประเทศ

.

2. บริษัท ไอเอชไอ เทอร์โบ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะ ได้แก่ อุปกรณ์ช่วยอัดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์โดยใช้ไอเสียของเครื่องยนต์กลับมาเป็นตัวขับดัน (TURBO CHARGER ) กำลังการผลิตประมาณ 600,000 ชุดต่อปี และTURBINE SHAFT ที่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งใน TURBO CHARGER กำลังการผลิตประมาณ 450,000 ชิ้นต่อปี เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท จำหน่ายในประเทศร้อยละ 90 โดยมีลูกค้าหลักคือ อีซูซุ และส่งออก TURBINE SHAFT ประมาณร้อยละ 10 ให้บริษัทในเครือที่ประเทศจีน 

.

3.บริษัท ไทยลู้บเบส จำกัด (มหาชน)ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผลิตเคมีภัณฑ์ ได้แก่ สารเพิ่มความหนืดสำหรับการผลิตยางรถยนต์ (TREATED DISTILLATED AROMATIC EXTRACT:TDAE) กำลังการผลิตประมาณ 67,500 ตันต่อปี เพื่อใช้ในการผลิตยางรถยนต์ และ สารที่ใช้ในการผลิตยางมะตอย (SECONDARY EXTRACT MIX) กำลังการผลิตประมาณ 82,500 ตันต่อปีใช้เป็นยางมะตอย มูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,105 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์นี้ยังไม่มีผู้ผลิตในประเทศ 

.

4.บริษัท เมอร์เมด ออฟชอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 2โครงการ ในกิจการทดสอบและสำรวจด้านโครงสร้างของแท่นขุดเจาะ และตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม โดยมีประสิทธิภาพในการให้บริการปีละประมาณ 20 งาน เงินลงทุนทั้ง 2 โครงการรวมทั้งสิ้น 5,219 ล้านบาท                           

.

โครงการนี้ช่วยสนับสนุนและพัฒนาเศรษฐกิจในด้านพลังงานก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้แก่ อุตสาหกรรมซ่อมบำรุงเรือ และอู่เรือ ช่วยนำเข้าเงินตราต่างประเทศปีละประมาณไม่น้อยกว่า 13-14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

.

5.บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัดได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม มูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 5,200 ล้านบาทกำลังการผลิตไฟฟ้า 131 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 41 ตันต่อชั่วโมงและ น้ำเพื่ออุตสาหกรรม 55 ตันต่อชั่วโมง  

.

โครงการนี้เป็นการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ เพื่อจำหน่ายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายเล็ก (SPP) ส่วนที่เหลือจำหน่ายให้โรงงานอุตสาหกรรมในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 

.

6.บริษัท ฟินิคซ ยูทิลิตี้ส์ จำกัด ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ซึ่งกระบวนการผลิตไฟฟ้าจะใช้ของเสียจากกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ ( Black Liquor ) เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า กำลังการผลิต 9.6 เมกกะวัตต์

.

ขณะที่ไอน้ำมีกำลังการผลิต 133 ตัน/ชั่วโมง เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,520 ล้านบาท ทั้งนี้ไฟฟ้าและไอน้ำที่ได้ตามโครงการจะจำหน่ายให้บริษัท ฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ

.

7.บริษัท บางจากโซลาร์เอ็นเนอร์ยี จำกัด ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ มูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,360 ล้านบาท กำลังการผลิตไฟฟ้า 30 เมกกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นับว่าเป็นโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังผลิตมากที่สุดเท่าที่เคยอนุมัติให้ส่งเสริม