เนื้อหาวันที่ : 2022-01-26 22:28:12 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 443 views

อรูบ้าเจาะลึก Wi-Fi 6E - ทำไมธุรกิจดิจิทัลจึงต้องหันมาใช้ Wi-Fi 6E

โดย : Steve Wood, Vice President, APJ บริษัท Aruba บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise

Wi-Fi ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน โดยจากสถิติล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่า 59.5% หรือเกินกว่าครึ่งของประชากรโลกได้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว และด้วยวิกฤตโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นนี้ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นของ Wi-Fi ที่ทำให้ธุรกิจในแต่ละวันยังคงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดีเมื่อองค์กรมีการใช้งานระบบ Video Conference ที่ต้องการใช้แบนด์วิดธ์มากขึ้น มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเร่งปรับตัวสู่การใช้งาน Cloud ระบบเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันต้องแบกรับภาระที่มากขึ้น ซึ่งความต้องการในการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาส่งผลให้ระบบเครือข่ายไร้สายต้องรองรับการเชื่อมต่อที่มากยิ่งขึ้น รวมถึงต้องการช่องสัญญาณรับส่งข้อมูลที่มากขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ระบบเครือข่าย Wi-Fi ที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องในทุกวันนี้เริ่มเผชิญกับข้อจำกัดด้านช่องความถี่สัญญาณที่มีให้ใช้งานแล้ว
ประเด็นนี้เองทำให้ Wi-Fi 6E ได้รับความสำคัญด้วยการคาดการณ์ว่าจะมีการใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มากกว่า 338 ล้านชุดในปี ค.ศ. 2021 แต่เทคโนโลยีดังกล่าวแตกต่างจากเทคโนโลยี Wi-Fi ก่อนหน้าอย่างไร? และเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการทำ Digital Transformation ที่ Edge ได้อย่างไร?

รองรับการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น
ประเด็นแรกที่เป็นพื้นฐานเลย นั่นคือ Wi-Fi 6E ถูกออกแบบโดย Wi-Fi Alliance เพื่อให้ Wi-Fi 6 สามารถใช้งานได้ในย่านความถี่ 6 GHz โดยการตัดสินใจของ U.S. Federal Communications Commission ที่เปิดให้ย่านความถี่ 6 GHz สามารถใช้งานได้เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2020 จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ประเทศอื่นทั่วโลกดำเนินการตาม โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดให้ใช้งานย่านความถี่ 6 GHz ได้เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่นและไต้หวันเริ่มมีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน
ทำไมประเด็นนี้จึงสำคัญ? ตัวอักษร ‘E’ ใน Wi-Fi 6E ย่อมาจากคำว่า ‘Extended’ ซึ่งเดิมทีเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ที่เราคุ้นเคยนั้นจะใช้ย่านความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz เท่านั้น ในขณะที่ Wi-Fi 6E จะเพิ่มย่านความถี่ที่ใช้งานได้มากกว่าเดิมเกิน 2 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งด้วยย่านความถี่ที่จะถูกแย่งกันใช้งานน้อยลง มีช่องสัญญาณที่กว้างขึ้นและรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายได้มากขึ้นนี้ส่งผลให้ Wi-Fi 6E สามารถสนับสนุนการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ รองรับนวัตกรรมใหม่ ๆ จากหลากหลายอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี

เปิดโอกาสสำหรับการใช้งานรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่
หนึ่งในกรณีการใช้งานที่เห็นได้ชัดเจนของ Wi-Fi 6E ก็คือ Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) ที่ต้องการความเร็วในระดับ Multi-Gigabit โดยทั้งสองเทคโนโลยีนี้ต่างเป็นที่ทราบกันดีถึงความสามารถในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี หากอ้างอิงจากรายงานของ Grand View Research จะพบว่าการใช้งาน AR นั้นเติบโตมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว (ด้วยมูลค่าตลาดโดยประมาณที่สูงถึง 340,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี ค.ศ. 2028
นอกจาก AR และ VR แล้วการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมเองก็ยังได้รับประโยชน์จาก Wi-Fi 6E ด้วยเช่นกัน โดยในภาคการศึกษา Wi-Fi 6E จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือและไร้รอยต่อสำหรับโลกในยุค Digital Transformation ที่ทำให้เกิดห้องเรียนแบบดิจิทัลและโรงเรียนอัจฉริยะ อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการเชื่อมต่ออย่างหนาแน่น อย่างเช่น หอประชุม ห้องเรียน และหอพัก เป็นต้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านการเรียนที่เข้มข้น ช่วยให้การบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับภาคสาธารณสุข Wi-Fi 6E สามารถช่วยให้แอปพลิเคชันที่มีความสำคัญสูงทำงานได้ดียิ่งขึ้น ให้บริการด้านการรักษาผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องกังวลถึงประเด็นด้าน Latency หรือความเร็วในการเชื่อมต่อเครือข่าย ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่จะต้องเดินทางภายในอาคารตลอดเวลาและมีการเชื่อมต่อใช้งานจากอุปกรณ์หลายร้อยชิ้นพร้อม ๆ กัน นอกจากนี้ภาคสาธารณสุขยังจำเป็นต้องอัปเกรดไปสู่การใช้ Wi-Fi 6E เพื่อรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันและบริการใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลปริมาณมหาศาล อย่างเช่น ระบบการรักษาทางไกลที่เป็นที่นิยมท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด เป็นต้น

เตรียมองค์กรของคุณให้พร้อมสำหรับ Wi-Fi 6E
เมื่อโลกเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการมาของ Wi-Fi 6E ผู้นำทางธุรกิจก็ต้องพิจารณาว่าระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนี้จะช่วยสนับสนุนการทำ Digital Transformation ได้อย่างไร และนี่คือกลยุทธ์ 6 ประการที่จะช่วยให้ใช้งาน Wi-Fi 6E ได้อย่างเต็มศักยภาพ สามารถรองรับการลงทุนใน Wi-Fi ระยะยาวได้เป็นอย่างดี

  • ใช้ย่านความถี่ทั้ง 3 ให้เต็มที่ – การรองรับการใช้งานย่านความถี่ 4 GHz, 5 GHz และ 6 GHz ได้อย่างครอบคลุมจะช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปได้อย่างเต็มที่ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน อีกทั้งการแบ่งเฉพาะย่านความถี่ 6 GHz สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6E นั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิดธ์สูงและ Latency ต่ำสามารถใช้งานได้บนย่านความถี่ 6 GHz โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานที่ยังคงเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน Wi-Fi 4, 5 และ 6 แต่อย่างใด
  • รักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับเครือข่าย - เมื่ออาชญากรไซเบอร์ยังคงมุ่งโจมตีจุดอ่อนด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้ Cloud อย่างแพร่หลาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ โดยการใช้งาน Wi-Fi 6E จะทำให้การใช้งาน WPA3 ซึ่งเป็นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระดับสูงสุดบน Wi-Fi กลายเป็นสิ่งจำเป็น ทำให้การเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi 6E กลายเป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยไปโดยปริยาย โดยองค์กรควรพิจารณาโซลูชันที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Wi-Fi 6E ทั้งในส่วนของ WPA3 และ Enhanced Open เพื่อการเข้ารหัสและการยืนยันตัวตนที่มั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและ AIOps เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน - AIOps ได้เข้ามาเสริมระบบ Network Monitoring แบบดั้งเดิมด้วยการระบุถึงปัญหาของระบบเครือข่าย ความมั่นคงปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติด้วยการใช้ AI และ Machine Learning ทำให้องค์กรสามารถแก้ไขปัญหาที่จะส่งผลต่อธุรกิจหรือประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้ในเชิงรุก
  • ประเมินว่าจะนำ Wi-Fi 6E มาใช้งานในระบบเดิมได้อย่างไร - เฉกเช่นเดียวกับเทคโนโลยีใหม่ใด ๆ การประเมินว่า Wi-Fi 6E จะถูกนำมาใช้งานในองค์กรได้อย่างไรบ้างถือเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมหรือทำการอัปเกรดระบบทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว ประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษคือความเร็วที่เชื่อมต่อระหว่าง Access Point และ Switch เนื่องจาก Wi-Fi 6E นั้นจะมีประสิทธิภาพในระดับ Multi Gigabit อย่างแท้จริง ทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง Access Point และ Access Switch นั้นต้องมีความเร็วที่สูงกว่า 1 Gbps
  • ให้ความสำคัญกับ Certification และ Standard - ในการเลือกผู้พัฒนาเทคโนโลยีนั้นจะต้องให้ความสำคัญกับทั้งนวัตกรรมที่เคยพัฒนามาในอดีตและการยึดมั่นตามมาตรฐานระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม เช่น Wi-Fi Alliance ที่ได้มีการพัฒนาชุดของมาตรฐานที่มุ่งเน้นถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายใหม่ ๆ เป็นต้น
  • วางแผนเริ่มต้นใช้งาน - การเริ่มต้นทดลองใช้งานนั้นเป็นการทดสอบระบบโครงสร้างพื้นฐานในเชิงรุกที่ดีเพื่อให้เห็นถึงปัญหาและการเตรียมตัวที่จำเป็นก่อนการติดตั้งใช้งานทั่วทั้งองค์กร โดยการวางแผนเริ่มต้นทดลองใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้อยที่สุดในระหว่างเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี

มองสู่อนาคต
เมื่อปัญหาความหนาแน่นในการใช้ Wi-Fi เกิดมากขึ้น ประสบการณ์ของผู้ใช้งานก็ย่อมได้รับผลกระทบ โดยท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเรายังคงต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นจากที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในพื้นที่สาธารณะก็ตาม Wi-Fi 6E จึงเป็นเทคโนโลยีที่จะเปิดโอกาสใหม่ให้กับองค์กรที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่การนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าผู้ใช้งานรายนั้น ๆ จะเชื่อมต่อจากช่องทางใดก็ตาม

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด