เนื้อหาวันที่ : 2017-09-25 15:10:03 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 459 views

ไอโอที (IOT) : อดีต ปัจจุบัน และอนาคตในมุมมองของไอเอฟเอส

โดย : รอย เวจแมนส์
        ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย
        บริษัท ไอเอฟเอส


มุมมองด้านวิวัฒนาการของไอโอที (IoT) และวิธีการที่ธุรกิจได้นำไปใช้แล้ว กำลังใช้อยู่ และมีแผนจะใช้เพื่อสร้างประโยชน์จากแนวทางนี้

แนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) หรืออุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) กลายเป็นหัวข้อยอดนิยมหลังจากงานนิทรรศการระหว่างประเทศซีบิต (CeBIT) 2011 (พ.ศ.2554) แม้จะผ่านไปเพียงแค่ 6 ปี แต่ดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของเทคโนโลยีไปแล้ว ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจหรืออย่างน้อยก็เริ่มรับรู้ว่า "อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง์" หรือไอโอที (Internet of Things : IoT) หมายถึงอะไร แต่ในสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมมีคำถามเกิดขึ้นว่าเราสามารถได้รับประโยชน์จากข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นและส่งผ่านโดยอุปกรณ์อัจฉริยะอย่างไรบ้าง ดูเหมือนว่าจะเป็นคำถามสำคัญที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องพบเจอในตอนนี้ ผมจึงรู้สึกว่าน่าจะถึงเวลาที่เราจะต้องมาพูดคุยกันถึงวิธียกระดับขีดความสามารถด้วยสิ่งที่น่าสนใจนี้กันแล้ว

ไอโอทีในอดีต
ในช่วง 1 หรือ 2 ปีที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปพูดในงานไอโอทีงานหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์อัจฉริยะที่ไม่เพียงเพื่อการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบการผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วยพิจารณาความสำเร็จของธุรกิจโดยรวมด้วยว่าได้รับผลกระทบอย่างไรเมื่อระบบการผลิตหรือกระบวนการทำงานอื่น ๆ ของคุณล้มเหลว สิ่งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพของสินทรัพย์และการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจขององค์กรโดยตรง

ในขณะนั้นเรื่องราวที่ผมกล่าวถึงยังไม่ค่อยโดนใจผู้ฟังมากนัก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าใจ แต่ก็มีผู้เข้าร่วมฟังหลายคนที่กำลังให้ความสนใจอย่างมากกับเรื่องฐานข้อมูลในหน่วยความจำและโซลูชันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อนำมาใช้รับมือกับการล้นหลามของข้อมูลที่คาดว่าจะเกิดจากไอโอที ในขณะนั้นไอโอทีมีความเสถียรอย่างมากในห้องปฏิบัติการ โดยบรรดาวิศวกรด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้สาธิตให้เห็นถึงการใช้งานที่มีศักยภาพเป็นอย่างยิ่ง

ไอโอทีในปัจุบัน
ปีนี้ผมได้กลับไปที่งานไอโอทีงานเดิม ผมรู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่เห็นว่าไอเอฟเอสไม่ใช่บริษัทเดียวที่มุ่งเน้นผลลัพธ์จากแนวทางนี้ จากคำกล่าวของ "เจอร์รี่ ลี" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับไมโครซอฟท์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้พูดถึงการที่ไมโครซอฟท์ถูกคาดหวังจากบริษัทต่าง ๆ ให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำการวิเคราะห์ได้ สำหรับวิทยากรท่านอื่น ๆ ในงานนี้มีน่าสนใจหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากบริษัท แบม (BAM) (ธุรกิจก่อสร้าง) บริษัท ฮอร์ติลุกซ์ (Hortilux) (ผู้สร้างระบบเรือนกระจก) และบริษัท ฟิลิปส์ (Philips) (ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งทุกคนล้วนมีกรณีศึกษาทางธุรกิจที่ดีเยี่ยมจากการนำเทคโนโลยีไอโอทีไปช่วยในการดำเนินการสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นและมีต้นทุนที่ลดต่ำลง

อีกตัวอย่างหนึ่งของกรณีศึกษาทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นั่นก็คือ หนึ่งในลูกค้าของเราเอง แอนติซิเมกซ์ (Anticimex) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์ดักจับหนูที่มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบออนไลน์ ช่วยให้วิศวกรฝ่ายบริการสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถคาดการณ์เวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าไอโอทีสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในห้องปฏิบัติการ เมื่อองค์กรธุรกิจรายนี้นำมาปรับใช้จริงและพบว่าได้ผลดีในทางปฏิบัติ

นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกันอย่างมากเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์สำหรับอุตสาหกรรม หรือไอไอโอที (Industrial Internet of Things : IIoT) (กล่าวคือการผลิต) แต่ผมคิดว่าแนวทางนี้ยังครอบคลุมกรณีศึกษาทางธุรกิจด้านการควบคุมศัตรูพืช การก่อสร้าง เกษตรกรรม และการบริการที่มีการจัดการอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะยังไม่มีการนำไปใช้ในทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน แต่ระบบบางส่วนก็เริ่มทำงานกันแล้ว นั่นคือ มีการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์ร่วมกับระบบธุรกิจและเริ่มนำคุณค่าที่แท้จริงให้กับองค์กร

ไอโอทีในวันพรุ่งนี้
ตอนนี้องค์กรธุรกิจที่อยู่ในระดับปฏิบัติการล้วนเดินตามแนวทางของไอโอที ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหารระดับซีจะต้องเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้สำเร็จ เนื่องจากแนวทางนี้สร้างประโยชน์อย่างมากในด้านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยสิ่งที่เป็นตัวกำหนดทิศทางการเติบโตที่แท้จริงคือการนำผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เข้ามาใช้งาน

แนวคิดของบริษัทผลิตภัณฑ์ที่กำลังเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตนในรูปแบบบริการจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย แต่การดำเนินการตามแนวคิดนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ในด้านเทคนิคคุณจะต้องเข้าใจผลิตภัณฑ์ สามารถคาดการณ์ความล้มเหลว และมั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างผลกำไรด้วยการนำเสนอสิ่งดังกล่าวในรูปแบบของบริการ

สำหรับด้านการเงินคุณจะต้องปรับงบดุลอีกครั้งเนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทั้งหมดได้กลายเป็นสินทรัพย์ของคุณแล้ว นอกจากนี้คุณจะต้องรายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนดเอสแอลเอ (SLA) กับลูกค้าของคุณด้วย หากคุณไม่ใช่บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แต่เป็นบริษัทผู้ให้บริการ คุณจะสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับตัวชี้วัดที่สำคัญของความล้มเหลว ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ ประสิทธิภาพของซัพพลายเออร์สำหรับชิ้นส่วนอะไหล่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและสามารถทำตลาดได้ แต่คุณจำเป็นต้องมีมากกว่าทีมปฏิบัติการเพื่อการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

วิธีการเข้าร่วมเป็นธุรกิจที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม

ธุรกิจที่ได้รับแรงผลักดันจากแนวคิดไอโอทีต้องสามารถเก็บรวบรวมข้อมูล (การสื่อสารและระบบเครือข่าย) มีซอฟต์แวร์การวิเคราะห์และซอฟต์แวร์ธุรกิจเพื่อการทำงานที่สอดคล้องกันทั้งระบบ มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีพนักงานในองค์กรที่มีทักษะพร้อมสำหรับดำเนินการดังกล่าวด้วยตนเอง ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่กำลังแสวงหาพันธมิตรเช่นเดียวกับไอเอฟเอส นับตั้งแต่เปิดตัวไอเอฟเอส ไอโอที บิซิเนส คอนเนคเตอร์ (IFS IoT Business Connector) เราได้ขยายระบบเครือข่ายพันธมิตรของเราเพื่อให้ลูกค้ามีขีดความสามารถด้านการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมและเข้าร่วมเป็นธุรกิจที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมด้วยตนเอง โปรดเข้าไปที่หน้าเว็บ IoT Business Connector

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด