เนื้อหาวันที่ : 2017-01-06 15:42:23 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 503 views

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ทะลายอุปสรรคที่ขัดขวางการนำอุปกรณ์ IoT มาปรับใช้งานอย่างแพร่หลาย

Hewlett Packard Enterprise

 

hpe.com

 

 

เสนอโซลูชั่นใหม่ช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์ IoT ขนาดใหญ่ในอาณาบริเวณกว้างสำหรับระดับองค์กรและอุตสาหกรรมเป็นจริงขึ้นมาได้

 

     ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE) ได้ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถติดตั้งใช้งานอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) ได้ในพื้นที่อาณาบริเวณกว้างขวางสำหรับตอบโจทย์ทั้งการใช้งานภายในองค์กรและทางด้านอุตสาหกรรม โดยโซลูชั่นเหล่านี้มีส่วนประกอบดังต่อไปนี้:

 

  • HPE Mobile Virtual Network Enabler
  • HPE Universal IoT Platform
  • Aruba ClearPass Universal Profiler
  • Aruba 2540 Series Switches
  • Edgeline Systems ขยายความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในเรื่องระบบการประมวลผลปลายทางและระบบการควบคุมจัดการแบบเบ็ดเสร็จ

 

          “ประเด็นทางด้านการลงทุนที่สูงจนยากจะเข้าถึงและการขาดโซลูชั่นสำเร็จรูปแบบองค์รวมนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำอุปกรณ์  IoT มาปรับใช้งานในวงกว้างให้แพร่หลาย” Keerti Melkote รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปแห่งฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์กล่าว “ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปเสริมให้กับ IoT เพื่อขยายเฟรมเวิร์คที่มีความครอบคลุมของเราให้กว้างขวางยิ่งขึ้นภายใต้การทำงานบนโซลูชั่นระบบโครงข่ายที่ปลายทาง (edge infrastructure), แพลตฟอร์มของระบบซอฟต์แวร์ และความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อื่น ๆ ในระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยีของเรา ทำให้เอชพีอีสามารถเอาชนะอุปสรรคทางด้านต้นทุน, ความซับซ้อน และความปลอดภัยอันเป็นข้อกังวลของเหล่าองค์กรที่กำลังมองหาบริการในรูปแบบใหม่ซึ่งจะช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานได้ในอนาคต”  

 

          ถึงแม้องค์กรจะได้ทำการผสาน IoT เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานหลักในธุรกิจแล้ว การ onboarding IoT และการบริหารจัดการอุปกรณ์เหล่านั้นก็ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่สูงและยังคงขาดประสิทธิภาพอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในระบบที่มีขนาดใหญ่ และในขณะเดียวกัน ความหลากหลายของการเชื่อมต่อ, โปรโตคอล และความปลอดภัยในการใช้งาน IoT นั้นก็ทำให้องค์กรไม่สามารถผนวกรวมข้อมูลระหว่างโครงข่ายของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันด้วยวิธีการที่แตกต่างกันได้สำเร็จ

 

          เพื่อทำให้การนำ IoT ไปใช้สร้างองค์ความรู้อันทรงคุณค่าจากข้อมูลของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกันอยู่นับพันล้านชิ้นเป็นจริงขึ้นมาได้ เอชพีอีได้ช่วยให้เหล่าองค์กรปรับปรุงวงจรการใช้งานอุปกรณ์ IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ลงและการแปลงการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ทั้งหมดให้กลายเป็นภาษากลาง เอชพีอีมีเครื่องมือที่ทำให้เหล่าองค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน และยังทำให้การนำระบบ IoT ไปใช้งานภายในระบบขนาดใหญ่ให้ดีขึ้นได้อย่างมหาศาล.

 

          เพื่อปรับปรุงให้การลงทุน IoT ในระบบระยะไกล ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เอชพีอีจึงได้ประกาศเปิดตัว HPE Mobile Virtual Network Enabler (MVNE) และเสริมความสามารถใหม่ๆ ให้กับระบบ HPE Universal IoT (UIoT)

 

          HPE Mobile Virtual Network Enabler – HPE Mobile Virtual Network Enabler ที่เปิดตัวใหม่นี้จะทำให้ลูกค้าสามารถควบคุมอุปกรณ์ IoT ที่ต้องมีการเชื่อมต่อโครงข่ายและบริการโทรศัพท์ไร้สายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งระบบนี้จะรองรับการมาของเหล่า IoT Mobile Virtual Network Operators (MVNOs) ที่จะเกิดขึ้นในบทบาทผู้ให้บริการเฉพาะทางเพื่อขายการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์ IoT แก่ลูกค้าโดยตรงด้วยราคาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบการเชื่อมต่อของเครื่องจักรสู่เครื่องจักร (machine-to-machine/M2M) และการใช้งาน IoT ในขนาดใหญ่ HPE MVNE บริการในการจัดเตรียม, ตั้งค่า, บริหารจัดการ และคิดค่าใช้จ่าย นั้นเมื่อถูกนำมาใช้ร่วมกับการให้บริการโครงข่ายในพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้ว ก็จะช่วยเปลี่ยนแปลงการลงทุนของระบบ IoT ขนาดใหญ่ให้คุ้มค่าขึ้นได้ด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมลงไปได้สูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์

 

          HPE Universal IoT Platform ด้วยการออกแบบระบบมาเพื่อสนับสนุนการใช้งานระบบ IoT ในขนาดใหญ่, รองรับอุปกรณ์จากผู้ผลิตหลากหลายราย และมีระบบเครือข่ายจากผู้ผลิตหลากหลายรายได้ ด้วยการใช้มาตรฐานสื่อสารกลางอย่าง oneM2M ก็ทำให้ HPE Universal IoT Platform สามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ HPE MVNE ได้ และยังสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ IoT ได้จากหลากหลายผู้ผลิต, ออกรายงานสรุปรวม และมีบริการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับอุปกรณ์เป็นจำนวนมากได้ ในระดับเดียวกันกับผู้ให้บริการโครงข่าย (Carrier-grade) แพลตฟอร์มนี้ยังสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระยะไกลแบบใช้พลังงานต่ำอย่างเช่น LoRa และ SIGFOX  รวมไปถึงยังรองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบโครงข่ายสำหรับโทรศัพท์ไร้สาย, คลื่นวิทยุ, Wi-Fi และบลูทูธได้อีกด้วย

 

ความสามารถใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามามีดังนี้

 

  • สนับสนุนมาตรฐาน Lightweight M2M - ทำให้อุปกรณ์ IoT สามารถทำงานร่วมกับบริการ UIoT ได้แบบ Plug-and-play
  • บริหารจัดการอุปกรณ์ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถบริหารจัดการทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ SIM และไม่ใช้ SIM ได้ด้วยการรองรับระบบ, อุปกรณ์ และแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย
  • รองรับการใช้งานเกทเวย์ของ LoRa มากขึ้น – สามารถใช้เกทเวย์ของ LoRa ที่มีชุดของแอพพลิเคชั่นพื้นฐานเหมือนกันได้หลายชนิดมากขึ้น ทำให้ง่ายต่อการจัดเตรียมและควบคุมอุปกรณ์ภายใต้การใช้งานที่มี LoRa แตกต่างกันไป

 

          บทความแนะนำ: https://www.hpe.com/us/en/newsroom/news-archive/featured-article/2016/11/New-release-of-HPE-Universal-IoT-Platform-increases-opportunities-for-insights-and-innovation.html

 

          “เพื่อให้ประโยชน์อันสูงสุดของ IoT นั้นเป็นที่ประจักษ์ต่อทั้งภาคธุรกิจและเหล่าผู้บริโภค เครือข่ายเซ็นเซอร์ของ IoT นั้นสามารถถูกติดตั้งใช้งานได้ทุกที่ และเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ได้” Paul Gudonis ประธานกลุ่มธุรกิจองค์กรของ Inmarsat กล่าว “การรวมกันระหว่างระบบเครือข่ายดาวเทียมชั้นนำทั่วโลกของ Inmarsat และ Universal IoT Platform ที่ทำงานบนคลาวด์ของเอชพีอีนั้นก็ได้ทำให้เหล่าองค์กรสามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ความร่วมมือแรกของพวกเราในโครงการ Precision Farming นั้นไม่เพียงแต่ได้สร้างแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการในการก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ในอุดมคติที่บริษัทของพวกเราสามารถนำวิธีการเดียวกันนี้ไปปรับใช้ได้ในอีกหลากหลายอุตสาหกรรมนอกเหนือไปจากการเกษตร พวกเราตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับโอกาสที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้”

 

 

ความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ IoT ภายในระบบเครือข่ายภายในองค์กร

 

          เพื่อให้การเชื่อมต่อของระบบ IoT ขนาดใหญ่สามารถควบคุมและรักษาความปลอดภัยได้ที่ระบบเครือข่ายปลายทางขององค์กร อรูบา หนึ่งในบริษัทของฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ ได้เคยประกาศเปิดตัว Aruba ClearPass Universal Profiler และ Aruba 2540 Series Switch ออกมาแล้ว โดยโซลูชั่นใหม่เหล่านี้จะทำการจำแนกและจัดเก็บข้อมูลของอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดทันทีที่อุปกรณ์เหล่านั้นทำการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อ IoT ผ่านสายสัญญาณได้อีกด้วย

 

          ClearPass Universal Profiler ที่ออกมาใหม่นี้จะทำการจำแนกคุณลักษณะของอุปกรณ์ IoT โดยอัตโนมัติทันทีที่อุปกรณ์เหล่านั้นเชื่อมต่อเข้ามายังระบบเครือข่าย ซึ่งความสามารถนี้จะทำให้เหล่าผู้จัดการฝ่าย IT สามารถระบุได้ว่ามีอุปกรณ์ IoT อะไรบ้างอยู่บนระบบเครือข่ายมีสายและระบบเครือข่ายไร้สาย แล้วยังสามารถทำการกำหนดนโยบายรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับแต่ละอุปกรณ์ได้ Universal Profiler นี้ยังช่วยให้สามารถตรวจสอบและรับรู้ข้อมูลแวดล้อมเช่นความเสี่ยงหรือประเด็นปัญหาทางด้านประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ IoT ได้อีกด้วย

Aruba 2540 Series Switch สามารถช่วยปกป้องอุปกรณ์ IoT ให้มากขึ้นได้ด้วยการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเครือข่ายอย่างครบวงจร โดยความสามารถนี้จะทำการระบุและกำหนดสิทธิ์ให้กับอุปกรณ์ IoT ทันทีที่มีการเชื่อมต่อเข้ามาในระบบเครือข่าย, ทำการกำหนดระดับความสำคัญให้แก่แอพพลิเคชั่นที่ส่งผลต่อธุรกิจ และควบคุมว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถเข้าถึงส่วนใดของระบบเครือข่ายได้บ้าง Aruba 2540 Series Switch นี้เหมาะต่อการใช้งานสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ด้วยความหนาแน่นน้อยถึงปานกลางที่ปลายขอบของระบบเครือข่ายองค์กร

 

          HPE Aruba Media Advisory: http://news.arubanetworks.com/press-release/hpe-aruba-drives-iot-adoption-innovations-connectivity-and-device-visibility

 

นำเสนอนวัตกรรมที่ปลายทางของระบบเครือข่ายโดยเฉพาะสำหรับการใช้งาน IoT ในระดับอุตสาหกรรม

 

          ความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ทางด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจรนั้นถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับ IoT โดยพาร์ตเนอร์ทางด้านเทคโนโลยีของระบบแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ นั้นก็ได้ช่วยส่งเสริมให้ HPE Edgeline Converged Edge Systems สามารถแก้ไขปัญหา ให้กับลูกค้า และเพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆได้อีกด้วย วันนี้ เอชพีอีได้ประกาศถึงโซลูชั่นใหม่ๆ จำนวนมากและกรณีการใช้งานร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่จะทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับ IoT ได้แก่:

  • การตรวจจับความผิดปกติและแก้ไขปัญหาภายในโรงงาน – ในความร่วมมือระหว่าง PTC และ National Instruments นั้น Edgeline Systems ได้ทำให้การแจ้งเตือนการเสียของระบบต่างๆ ได้ล่วงหน้า ช่วยให้ทีมบำรุงรักษาสามารถแก้ไขความผิดพลาดเหล่านั้นได้ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา
  • การบริหารจัดการข้อมูลที่ปลายขอบของระบบเครือข่าย – ด้วยการพัฒนาต่อยอดจาก OSIsoft ก็ทำให้โซลูชัน Edgeline Systems นี้ถูกออกแบบมาสำหรับการจัดเก็บข้อมูล, การบริหารจัดการข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูลต่อเนื่องในรูปแบบอ้างอิงเวลาโดยเฉพาะ ซึ่งก็เป็นความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีในการปฏิบัติงานและโลกของ IoT ในปัจจุบัน

 

          บทความแนะนำ: https://www.hpe.com/us/en/newsroom/news-archive/featured-article/2016/11/Living-on-the-Edge-With-Edgeline-Converged-Edge-Systems.html

 

          คำกล่าวสนับสนุน  

 

          “เราได้เลือกให้เอชพีอีเป็นพาร์ทเนอร์หลักในแผนการสร้างเมืองอัจฉริยะของรัฐบาลอินเดีย” Dr.Anand Agarwal ซีอีโอแห่ง Sterlite Technologies กล่าว “ในฐานะของพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์สำหรับ IoT เอชพีอีจะเข้ามาร่วมพัฒนาส่วนต่างๆ ของเมืองอัจฉริยะ ได้แก่ ระบบมาตรวัดอัจฉริยะ, ระบบจัดการน้ำและของเสียอัจฉริยะ และระบบลานจอดรถและไฟส่องสว่างอัจฉริยะ รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วย ทั้งหมดนี้จะเป็นแม่แบบสำหรับเมืองและชนบทของอินเดีย ความร่วมมือของเรากับเอชพีอีนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการประสานงานและการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันจะสามารถสร้างคุณค่าได้มากยิ่งกว่าเดิมสำหรับทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมืองอัจฉริยะ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนผู้อยู่อาศัยได้จริง ด้วยการผนวกรวมจุดแข็งทางด้านเทคโนโลยีและบริการของเราเข้าด้วยกัน เราก็จะสามารถสร้างโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะชั้นนำระดับโลกให้กับอินเดียได้อย่างแน่นอน”

 

          “กลุ่มมาตรฐาน oneM2M นั้นมุ่งเน้นไปที่การทำให้วิสัยทัศน์ของการสร้างสังคมที่เชื่อมต่อถึงกันให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยการพัฒนาข้อกำหนดทางด้านเทคนิคที่ระบุให้ต้องมีชั้นของบริการ M2M กลางซึ่งสามารถสื่อสารร่วมกันได้” Fran O’Brien ผู้ดำรงตำแหน่ง Steering Committee Chair แห่ง oneM2M กล่าว “oneM2M ได้รับทราบถึงการทำงานของบริษัทอย่างฮิวเล็ตต์ แพ็คการ์ด เอ็นเทอร์ไพรส์ (เอชพีอี) ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวบริการแพลตฟอร์มสำหรับ IoT ที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน oneM2M หนึ่งได้ และทำให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการได้อย่างหลากหลาย ตัวอย่างเช่น เมืองอัจฉริยะ, ระบบขนส่งอัจฉริยะ และรถยนต์อัจฉริยะ”

  

         “การผนวกรวมโซลูชั่นจากหลากหลายผู้ผลิตให้อุปกรณ์และระบบของ IoT ที่แตกต่างกันสามารถสื่อสารระหว่างกันและบริหารจัดการร่วมกันได้นั้นถือเป็นความท้าทายอย่างมาก” Zeus Kerravala หัวหน้านักวิเคราะห์จาก ZK Research กล่าว “การฝืนให้โซลูชั่นเหล่านี้ทำงานร่วมกันได้จะส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านโครงสร้างและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานเป็นอย่างสูงตามมา และทำให้องค์กรเริ่มต้นใช้งานโซลูชั่น IoT ได้ช้าลง โซลูชั่นใหม่ของเอชพีอีที่ถูกนำเสนอขึ้นมาเพื่อแก้ไขอุปสรรคในการนำ IoT ไปใช้งานได้นี้จะช่วยลดเวลาในการติดตั้งใช้งานระบบ IoT ลงเป็นอย่างมาก และยังจะช่วยให้สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายมีความซับซ้อนน้อยลง อันจะส่งผลให้มีความปลอดภัยสูงขึ้นไปด้วย”

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
• Discover London Press Kit: https://www.hpe.com/us/en/newsroom/news-archive/press-kits/2016/11/Discover-London-2016.html
• Maximize Enterprise IoT Value with the Intelligent Edge: https://www.hpe.com/us/en/newsroom/news-archive/featured-article/2016/11/Maximize-Enterprise-IoT-Value-with-the-Intelligent-Edge.html
• Intelligent Spaces: Adapting to the Way People Work: https://www.hpe.com/us/en/newsroom/news-archive/featured-article/2016/11/Intelligent-Spaces-Adapting-to-the-Way-People-Work.html HPE and Nokia collaborate to expand IoT initiatives: https://www.hpe.com/us/en/newsroom/news-archive/press-release/2016/11/1288009-hewlett-packard-enterprise-and-nokia-expand-collaboration-on-internet-of-things.html

 

          เกี่ยวกับบริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์

 

          บริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นบริษัทผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถก้าวสู่อนาคตได้อย่างรวดเร็วขึ้น ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบที่สุดในอุตสาหกรรม มีโซลูชั่นหลากหลายทั้งในระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในสำนักงาน ด้วยเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ ของเราช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถใช้งานไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและมีความปลอดภัยสูงยิ่งขึ้น

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด