เนื้อหาวันที่ : 2015-09-21 16:29:41 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1581 views

เทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมให้เฟื่องฟูในภูมิภาคอาเซียน

โดย จีรวุฒิ วงศ์พิมลพร, กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เลอโนโว ประเทศไทย

 

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน เนื่องจากมีการเจริญเติบโตและศักยภาพที่ดี นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมการผลิตที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รายงานล่าสุดจาก Singapore’s Economic Development Board[1] เผยว่า อาเซียนกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งใหม่ของ(เอเชีย) ที่อาจจะแข็งแกร่งเท่าเทียมกับมหาอำนาจอย่างจีน โดยมีแนวโน้มว่าจะแข็งแกร่งกว่าอีกด้วย นอกจากนี้รายงานยังเผยอีกว่าการลงทุนจากต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นสูงเป็นประวัติการณ์ โดยการลงทุนส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่อุตสาหกรรมการผลิตและการบริการ

หนึ่งในเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ภูมิภาคอาเซียนเติบโตได้อย่างรวดเร็วนั้นคือ ความรวดเร็วในการปรับตัวเข้ากับเทรนด์เทคโนโลยีล่าสุดของแต่ละประเทศ ซึ่งเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเป็นอย่างมาก ความสัมพันธ์ที่ชัดเจนนี้ทำให้เกิดปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดเครื่องหมายของอุตสาหกรรมการผลิตที่ทันสมัย

ผลวิจัยล่าสุดจาก McKinsey[2] คาดการณ์ว่า Disruptive Technology จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากถึง 220 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ถึง 625 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ดังนั้นผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการลงทุนกับ 4 เทคโนโลยีที่กำลังจะเติบโตมากที่สุดคือ บิ๊กดาต้า, ระบบคลาวด์, โมบิลิตี้และ โซเชียลมีเดีย[3] และวิธีการที่สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญในอาเซียน

บิ๊กดาต้าให้ผลตอบแทนมหาศาล

บิ๊กดาต้าสามารถช่วยให้บริษัทเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า การวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างครอบคลุมและทันสถานการณ์ จะช่วยให้สามารถคิดค้นกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพ มากไปกกว่านั้น การใช้บิ๊กดาต้าจะสามารถช่วยในการคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น บริษัทต่างๆจึงจะสามารถเตรียมแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆของกลุ่มธุรกิจเดียวกันได้ ทั้งนี้การใช้งานบิ๊กดาต้าจำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามา เช่นเดียวกับการใช้ระบบคลาวด์

ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลของบิ๊กดาต้าจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆเตรียมพร้อมวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ทุกแง่มุม รวมไปถึงวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย  บริษัทในอุตสาหกรรมการผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการการผลิตและเครือข่ายการจัดจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น, ลดความซับซ้อน หรือการเพิ่มผลตอบแทน[4][5]

จากการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าผ่านบิ๊กดาต้า ทำให้บริษัทสามารถคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าได้ และนำไปใช้วิจัยเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เพิ่มประสิทธิภาพการบูรณาการข้อมูลทั่วทุกทวีป

อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผนวกกับฟังก์ชั่นไอทีต่างๆ เช่นการจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูล กระบวนการที่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในการดำเนินการ ในขณะนี้สามารถทำได้จากทางไกลผ่านทางอินเทอร์เน็ต จึงเป็นการประหยัดเนื้อที่การใช้สอยและลดค่าใช้จ่ายไปในตัว

บริษัทต่างๆเริ่มโยกย้ายอินทราเน็ตของพวกเขาไปยังระบบคลาวด์ ซึ่งแผนกไอทีต่างๆสามารถให้บริการข้อมูลและการใช้งานแก่ผู้ใช้งานได้ทั่วโลก จึงทำให้เครือข่ายมีความปลอดภัยและทำให้การเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์เป็นเรื่องสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยทั่วไปการใช้ระบบคลาวด์จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีความเสถียรและเชื่อถือได้ เพื่อความสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูล  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล รวมไปถึงการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า

ระบบคลาวด์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นระบบที่มีประโยชน์อย่างมากต่อธุรกิจที่มีการดำเนินงานข้ามชาติ ส่วนมากธุรกิจที่มีศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน และมีส่วนงานอื่นๆกระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ เช่น ทีมออกแบบและทีมวิศวกร มักจะใช้ ระบบคลาวด์ในการดำเนินระบบธุรกิจเสมอ เพราะระบบคลาด์ทำให้บริษัทต่างๆมั่นใจได้ว่า  ทีมงานแต่ละฝ่ายก็สามารถทำงานได้อย่างสมบรูณ์แบบ, ลดความซับซ้อน และพัฒนาการผลิตได้อย่ามีประสิทธิภาพแม้จะอยู่ต่างทวีปกันก็ตาม

ฮาร์ดแวร์โมบิลิตี้จะเป็นสิ่งนำทางธุรกิจ

ในสองทศวรรษที่ผ่านมา คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงและพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ทำให้จำนวนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะลดจำนวนลงจากหลายปีก่อน ในส่วนของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทุกคนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกัน อุปกรณ์เคลื่อนที่ในตลาดได้ถูกออกแบบมาสำหรับการบริโภคข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงมากกว่าจะใช้งานทางธุรกิจ รวมถึงไม่รองรับการใช้งานในรูปแบบบริษัทอีกด้วย ประเด็นนี้นำไปสู่ความต้องการในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทางธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ขณะที่ยังคงความคล่องตัวในรูปแบบเดียวกับแท็บเล็ตและมือถือ

อุตสาหกรรมการผลิต โมบิลิตี้มีส่วนช่วยในการเก็บรักษาสินค้าและการจัดการคลังสินค้าผ่านการอัพเดตแบบเรียลไทม์ อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นที่ต้องใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย เช่น การออกแบบซอฟต์แวร์และสำหรับทีมวิศวกร

โซเชียลมีเดียเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค

โซเชียลมีเดียได้ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับตัวบริษัทได้เป็นอย่างมาก ในปัจจุบันลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะให้กับบริษัทและสินค้าต่างๆได้ทั่วโลก บริษัทที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลจะตระหนักได้ดีถึงความสำคัญของโซเชียลมีเดีย และพยายามใช้มันให้เป็นประโยชน์ที่สุดต่อทั้งลูกค้าและตัวบริษัทเอง

จากการวิเคราะห์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย  บริษัทจะได้รับข้อเสนอแนะที่ออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริงของลูกค้า ทำให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการต่างๆให้ดียิ่งขึ้น ถูกใจผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยระบบโซเชียลมีเดียนี้จำเป็นต้องอาศัยระบบคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ขององค์กรที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ซึ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวิจัยและการพัฒนา โดยเฉพาะสำหรับการคาดการณ์และวิเคราะห์ข้อเสนอผ่านบิ๊กดาต้า

นี่คือสิ่งสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน ที่เต็มไปด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรม บริษัทจะต้องรับรู้ความรู้สึกของลูกค้าและหลีกเลี่ยงความเปราะบางทางวัฒนธรรม โซเชียลมีเดียจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวัดปฏิกิริยาของลูกค้า ช่วยให้บริษัทตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลให้ลูกค้ารู้สึกดีกับตัวบริษัทอยู่เสมอ

บทสรุป: เทคโนโลยีใหม่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตภายในภูมิภาคอาเซียน

ด้วยทางเลือกที่เหมาะสมทางเทคโนโลยี ธุรกิจการผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดต้นทุนการดำเนินงาน พัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า และเติบโตอย่างรวดเร็ว รายงานล่าสุดจาก IDC คาดการณ์ว่าการค้าภายในภูมิภาคเอเชียสำหรับภาคการผลิตยังจะเติบโตขึ้นในปี 2015 ขณะที่การเกิดขึ้นของรัฐบาลใหม่ในบางประเทศ และนักลงทุนที่สนใจจากประเทศต่างๆรวมถึงประเทศจีน จะช่วยให้แนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ผู้นำทางธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตของอาเซียนจะกลายเป็นผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์สูงสุดจากแนวโน้มธุรกิจนี้ และพัฒนาให้เกิดผลที่ดีที่สุด รายงาน IDC เผยว่า 37% ของผู้ผลิตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใช้บิ๊กดาต้าอยู่แล้ว และเทคโนโลยีการวิเคราะห์จะช่วยปรับปรุงการจัดการคุณภาพการผลิตด้วย

ด้วยแนวโน้มล่าสุดมาพร้อมกับความต้องการสำหรับฮาร์ดแวร์องค์กรที่พร้อมและมีประสิทธิภาพ ผู้ผลิตจะมองหาผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือได้ คุ้มค่ากับการลงทุน และมีฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถมีความสามรถด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งพาพวกเขาไปอยู่ลำดับต้นๆของกลุ่มธุรกิจ ภูมิภาคอาเซียนจะกระชากความสนใจจากนักลงทุน แต่ธุรกิจจะต้องดำเนินการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ

[1] https://www.edb.gov.sg/content/edb/en/news-and-events/news/singapore-business-news/Feature/special-report-unlocking-aseans-manufacturing-potential.html

[2]http://www.mckinsey.com/~/media/McKinsey/dotcom/Insights/Energy%20Resources%20Materials/Three%20paths%20to%20sustained%20economic%20growth%20in%20Southeast%20Asia/MGI%20SE%20Asia_Full%20report_November%202014.ashx

[3] http://idc-cema.com/eng/events/58924-cloud-computing-mobility-big-data-social

[4] http://www.mckinsey.com/insights/operations/how_big_data_can_improve_manufacturing

[5] http://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS25397315

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด