เนื้อหาวันที่ : 2015-09-16 17:06:33 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1086 views

คุณยังใช้วิธีการปรับปรุงระบบ SDN ที่แทบจะไม่ทำให้เครือข่ายของคุณดีขึ้นอยู่อีกหรือไม่?

ยีน เทอร์เจียน, รองประธานบริษัทและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี, สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ อวาย่า

 

ระบบเครือข่ายของคุณดูแย่มาก  ผมแน่ใจว่าคุณต้องเห็นด้วยแม้ว่าคุณไม่อยากจะยอมรับต่อสาธารณะก็ตาม หากมันดูเหมือนกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่ผมเคยไปเยี่ยมเมื่อไม่นานมานี้  เครือข่ายขององค์กรเหล่านั้นมีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์รุ่นเก่าและดูยุ่งเหยิงไปหมดแถมยังถูกนำมาใช้งานร่วมกับโปรโตคอลที่ล้าสมัยอีก  ติดแร็กตรงนี้ เดินสายตรงนั้น ฯลฯ และท้ายที่สุดมันก็ใช้การไม่ได้

แต่ถ้าคุณเกิดโชคไม่ดีเพราะบางครั้งระบบดันใช้การไม่ได้ในเวลาที่แย่ที่สุดของคุณล่ะ!!

ในทุกๆ วัน งานส่วนใหญ่ของธุรกิจจะตกไปอยู่ที่ระบบเครือข่ายมากขึ้น - แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ถูกนำมาใช้ มีอุปกรณ์มาต่อพ่วงมากขึ้น ต้องการแบนด์วิทธ์มากขึ้น และมีผู้ใช้เข้ามาเชื่อมต่อระบบเพิ่มขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด  นอกจากที่ระบบคลาวด์-อุปกรณ์เคลื่อนที่-ระบบวิเคราะห์-โซเชียลมีเดียจะถูกแปลงให้เป็นความเร็วของการทำธุรกิจไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ยังเป็นการสร้างช่องว่างความคล่องตัวที่กว้างขึ้นระหว่างความเร็วของการทำธุรกิจและความสามารถของระบบเครือข่าย  ช่องว่างนี้กว้างขึ้นและธุรกิจกำลังประสบปัญหา  ต้นทุนการเสียโอกาสของความไร้ประสิทธิภาพที่จะจัดหาการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพและรวดเร็ว และการใช้อุปกรณ์ ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวใหญ่ที่สุดของโลก นั่นคือ เอเชียแปซิฟิก[1]  การประเมินเทคโนโลยีล่าสุดของ IDC แสดงให้เห็นว่ามูลค่าของตลาด SDN ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 3 ปีข้างหน้าพร้อมทั้งเป็นโอกาสสำหรับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่และการจัดวางระบบให้กับองค์กร

ขณะที่ SDN เป็นความหวังสำหรับวิธีการเชิงสถาปัตยกรรมที่ง่ายขึ้นและมีความคล่องตัวขึ้น แต่โมเดลที่ใช้กันทั่วไปก็ยังไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก  พวกเขาลืมตัว “N” ที่อยู่ในคำว่า “SD”  ความพยายามส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ศูนย์ข้อมูล  วิธีการส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การนำฮาร์ดแวร์ใหม่เข้ามาหรือการวางซ้อนระบบซอฟต์แวร์เพื่อให้สามารถใช้งาน SDN ได้ แต่สิ่งที่น่าคิดคือว่าความพยายามเหล่านี้ในการที่จะทำให้ได้ความง่ายมากขึ้นกลับมีผลทำให้เกิดความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  โปรโตคอลที่ต้องจัดการมีมากขึ้น ฮาร์ดแวร์ใหม่ที่ต้องจัดระบบมีมากขึ้น นี่แหละสิ่งที่เรียกว่า การปรับปรุงอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย!!

ลองมองไปที่ชีวิตจริงที่ผมได้เห็นและได้ยินมาอย่างเจ็บปวดด้านล่างนี้

โรงพยาบาลกำลังเต็มไปได้อุปกรณ์เคลื่อนที่นอกเหนือจากทีมอุปกรณ์เคลื่อนที่และบ่อยครั้งก็ยังมีทีมดูแลจากระยะไกลด้วย  อุปกรณ์วินิจฉัยบางอย่าง เช่น เครื่องฉายเอ็กซเรย์ที่ใช้สำหรับคนไข้จะทำให้เกิดผลที่สามารถเข้าถึงได้ทันทีโดยผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ห่างออกไปถึงสี่เมืองซึ่งจะเป็นผู้ให้คำปรึกษากับนักรังสีวิทยาเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษาคนไข้ที่เข้ารับการรักษาได้ทันที

การปฏิบัติตามข้อกำหนดจำเป็นต้องมีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลเมื่อมันเดินทางผ่านระบบเครือข่าย  การกระจายข้อมูลจำเป็นต้องมีแบนด์วิทธ์ ความเร็ว และความยืดหยุ่น  ทุกๆ คนและทุกๆ สิ่งที่เชื่อมต่อกันอย่างมั่นคงปลอดภัยอาจจะพบกับฝันร้ายอย่างเทียบไม่ได้ แต่ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันส่วนที่เหลือของเครือข่ายจากการคุกคามที่อาจจะเป็นไปได้  นอกจากนี้ทีมดูแลยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของพนักงานระบบเคลื่อนที่ที่นำไปสู่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการเชื่อมต่อกับพนักงานและให้บริการกับพวกเขา ในเวลาเดียวกันก็จะเกิดแรงกดดันให้ตัดต้นทุนของระบบไอที (IT)

ด้วยแนวคิดอินเทอร์เน็ตคือทุกสิ่ง (Internet of Things) ซึ่งกลายเป็นแบบแผนที่มีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิต การค้าปลีก การให้บริการทางการเงิน และภาครัฐซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนแนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) แต่ถึงกระนั้นตามที่ผมได้พูดก่อนหน้านี้ ทั้งระบบไอทีและตัวระบบเครือข่ายเองกำลังใช้การไม่ได้ พวกมันใช้การไม่ได้ภายใต้ภาระของระบบที่มีความซับซ้อน ความต้องการความคล่องตัว และวิธีการที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในปี 2015 และสิ่งที่ทำให้แย่ไปกว่านั้นก็คือ 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ทำงานทางด้านไอทีในการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ที่เราได้ทำผ่านทางไดนามิกส์ มาร์เก็ต (Dynamic Market) ต่างก็ระบุว่าการกำหนดหรือการตั้งค่าโครงแบบการให้บริการ (รวมถึงการเพิ่มอุปกรณ์และผู้เข้าใช้ในระบบเครือข่าย) คือปัญหาที่น่าเวียนหัวมากที่สุดของ SDN ที่จำเป็นต้องมีการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

เราต้องคิดใหม่เกี่ยวกับการเข้าถึง SDN ของเรา  เราต้องคิดใหม่เกี่ยวกับความเรียบง่ายที่อยู่นอกเหนือขอบเขตศูนย์ข้อมูล  เราต้องทำให้มันง่ายขึ้นสำหรับอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายของบริษัทได้อย่างปลอดภัย  เราจำเป็นต้องคิดใหม่ตั้งแต่ต้นเกี่ยวกับวิธีการออกแบบระบบเครือข่ายสำหรับรุ่นถัดไปในอนาคต

จะเกิดอะไรขึ้นหากระบบเครือข่ายถูกทำให้เป็นจุดเชื่อมต่อระบบอนุกรมที่ปรับเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น?  นั่นคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ไอทีเชื่อมต่อทุกสิ่งไปยังเครือข่าย  ระบบเครือข่ายอัตโนมัติสามารถที่จะทำงานเหมือนกับระบบเครือข่ายแบบแมนวลหรือไม่?  วิธีการเชิงโครงสร้างจากศูนย์ข้อมูลไปยังขอบนอกสามารถที่จะทำสิ่งนี้ได้และฟังก์ชั่นการทำงานส่วนใหญ่ของระบบเครือข่ายอัตโนมัติจะทำงานผ่านซอฟต์แวร์

ธุรกิจจำเป็นต้องเสาะหาเทคโนโลยีที่ยินยอมให้อุปกรณ์ของบริษัทภายนอกสามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายได้อย่างมั่นคงปลอดภัยผ่านอะแดปเตอร์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติและไดนามิกส์ ความคล่องตัว ความสามารถของอุปกรณ์เคลื่อนที่ และความมั่นคงปลอดภัยที่ปรับแต่งได้บนพื้นฐานของความเหมือนกันของอุปกรณ์  บริการและนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทั้งหมดเป็นการปฏิบัติตามอุปกรณ์และอะแดปเตอร์  สิ่งนี้ช่วยกำจัดภาระในการติดตั้งจากฝ่ายไอที  ยินยอมให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายได้ง่าย รับประกันได้ว่าการกำหนดโครงแบบของระบบจะถูกจัดการโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้การเข้าถึง SDN จำเป็นต้องยินยอมให้พนักงานเข้าได้จากระยะไกล จากทีมดูแลจนถึงตัวแทนบริการลูกค้า เพื่อเชื่อมต่ออย่างไร้ขอบเขตไปยังระบบเครือข่ายของบริษัทโดยไม่สูญเสียการควบคุมที่จำเป็น รวมถึงการเข้าถึงและความเป็นหนึ่งเดียวกันและการเฝ้าตรวจสอบคุณภาพบริการผ่านโทรศัพท์  นั่นหมายถึงการจัดการอุปกรณ์จากระยะไกลและการจัดให้มีการเฝ้าตรวจสอบคุณภาพบริการ และยังต้องเปิดโอกาสให้ตัวแทนสามารถเข้าไปในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่มีความมั่นคงปลอดภัยโดยไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากฝ่ายไอทีเพื่อที่จะเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยและลดต้นทุนการดำเนินงาน

สิงที่เริ่มต้นจากเสียงกระซิบเบาๆ ของศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเติบโตด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเพื่อครอบคลุมไปยังระบบเครือข่ายเพื่อเรียกร้องวิธีการทำงานที่ง่ายขึ้นเนื่องจากเกิดความเบื่อหน่ายในความซับซ้อนและต้นทุนเครือข่ายที่ล้าหลัง  CIO กำลังมองหา SDN เพื่อจัดการกับข้อเรียกร้องและความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากแอพพลิเคชั่นที่ซับซ้อนขึ้นและผู้ใช้ที่คล่องตัว  แต่การทำงานที่ซ้ำซ้อนของ SDN ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่การแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่ไม่เพียงพอมากกว่าที่จะเป็นการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง เปรียบเสมือนการปิดพลาสเตอร์ยาบนแผลที่ถูกกระสุนยิง ซึ่งสุดท้ายก็จะทำให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้นกว่าความคล่องตัว

ไม่ใช่ว่าการทำงานซ้ำซ้อนของ SDN จะเท่าเทียมกันเสมอ หรือสถาปัตยกรรมใดๆ สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้ทุกครั้งไป  บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใจความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาและเลือกระบบที่จัดการกับความต้องการเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสมที่สุด การเสริมด้วยความรู้เรื่องนี้ ทำให้ธุรกิจรับทราบถึงสิ่งที่สถาปัตยกรรมสามารถที่จะให้ได้ในความเป็นจริงและอะไรที่ไม่สามารถทำได้จริง

 

[1] GSMA:  The Mobile Economy Asia Pacific 2014

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด