เนื้อหาวันที่ : 2015-09-04 09:45:19 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1553 views

EATON สู่ความเป็นผู้นำทางด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและการจัดการพลังงาน

หากจะกล่าวถึงแบรนด์สินค้าของ EATON ในวันนี้ นักอุตสาหกรรมในประเทศไทยหลายท่านคงอาจจะไม่คุ้นเคยชื่อกันมากนัก แต่จะรู้หรือไม่ ว่า EATON ได้ดำเนินงานในประเทศไทยมากว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย

 คุณปริญญา พงษ์รัตนกูล (Regional  Business Development Manager East Asia Central)

 

หากจะกล่าวถึงแบรนด์สินค้าของ EATON ในวันนี้ นักอุตสาหกรรมในประเทศไทยหลายท่านคงอาจจะไม่คุ้นเคยชื่อกันมากนัก แต่จะรู้หรือไม่ ว่า EATON ได้ดำเนินงานในประเทศไทยมากว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิเช่น Moeller, MEM, F&G, Westinghouse, Cutler-Hammer, HOLEC, Powerware และอื่น ๆ แต่ในปัจจุบันสินค้าเหล่านี้ได้มีการทำ Brand Migration ให้กลายเป็นแบรนด์ภายใต้ EATON เกือบทั้งหมด ยกเว้น F&G และแบรนด์สินค้าชั้นนำเหล่านี้ จะปรากฏเป็น Series (รุ่น) บนตัวสินค้าแทน ดังนั้น หากนักอุตสาหกรรมทุกท่านได้เคยสัมผัสและมั่นใจในคุณภาพของสินค้าอุตสาหกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว จงเชื่อมั่นว่านับต่อแต่นี้ไป แบรนด์สินค้า EATON จะถูกกล่าวถึงและเป็นที่รู้จักอีกครั้งในฐานะผู้นำครบวงจรทางด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและการจัดการพลังงานอย่างแน่นอน

สำหรับวารสาร อินดัสเตรียล เทคโนโลยี รีวิว ฉบับนี้ ขออนุญาตแนะนำนักอุตสาหกรรมได้รู้จักกับ บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด กันอีกครั้ง จากการให้เกียรติพูดคุยกับ คุณปริญญา พงษ์รัตนกูล (Regional  Business Development Manager East Asia Central) ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเป็นมาของบริษัท ธุรกิจและบริการ นโยบายและกลยุทธ์การดำเนินงาน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมด้านศักยภาพสู่การเป็นผู้นำทางด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและการจัดการพลังงาน ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้ครับ

ทำความรู้จักกับ อีตั้น อิเล็คทริค

คุณปริญญาให้ข้อมูลว่า ธุรกิจของอีตั้นแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจนั่นก็คือ กลุ่มธุรกิจระบบไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยการควบคุมระบบไฟฟ้า ระบบจำหน่ายไฟฟ้า ระบบสำรองไฟฟ้า สินค้าและบริการทางด้านระบบควบคุมอัตโนมัติ กลุ่มธุรกิจสำหรับยานพาหนะ โดยอีตั้นเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงสำหรับยานพาหนะ ทั้งรถบรรทุกและรถยนต์ โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานในกลุ่มดังกล่าว กลุ่มธุรกิจสำหรับระบบอากาศยาน เป็นผู้จำหน่ายระบบ Aerospace ด้วยสินค้าที่หลากหลายเพื่อรองรับระบบอากาศยาน นอกจากนั้นยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Fluid Power Management ระบบจำหน่ายและควบคุมไฟฟ้าอุปกรณ์และระบบเซนเซอร์ เป็นต้น และสุดท้ายคือ กลุ่มธุรกิจระบบไฮดรอลิก โดยอีตั้นเป็นทั้งผู้ออกแบบ ผลิตและทำการตลาดในอุปกรณ์ไฮดรอลิกประสิทธิภาพสูง สำหรับงานอุตสาหกรรม งานเครื่องจักรเคลื่อนที่ และอากาศยาน รวมไปถึงเครื่องจักรกลเกษตร เหมืองแร่ งานวิศวกรรมโยธา ขุดเจาะน้ำมัน เคลื่อนย้ายวัสดุ เป็นต้น

“อีตั้นได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาก่อนหน้านี้ประมาณ 20 ปี โดยเริ่มจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางด้านระบบไฟฟ้าอย่าง Moeller, Cutler-Hammer และอีกหลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ถูกควบรวมให้กลายเป็นแบรนด์เดียวภายใต้ชื่อ EATON เกือบทั้งหมด โดยแบรนด์สินค้าเหล่านี้ จะปรากฏเป็น Series (รุ่น) บนตัวสินค้าแทน สำหรับธุรกิจของอีตั้นในประเทศไทยนั้น ยังคงให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มระบบไฟฟ้า ซึ่งแบ่งเป็นสองกลุ่มด้วยกันคือ อุปกรณ์ทางด้าน Power Distribution และ อุปกรณ์ทางด้าน Power Quality ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้มีโซลูชั่นที่หลากหลาย เพื่อรองรับกับความต้องการในแต่ละตลาด อาทิเช่น ที่พักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า อาคารสำนักงาน กลุ่มงานทางด้านไอทีและดาต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้น สินค้ากลุ่มระบบไฟฟ้าของอีตั้นที่จำหน่ายในประเทศไทย จึงเป็นกลุ่มจำพวก Circuit Breaker, Drive, Contactor, Soft Starter, Switchboard, Surge Protection, Motor Control Center, Motor Starter, Power Monitoring, Enclosed Control, Command and Control, Home Automation และ UPS เป็นต้น” คุณปริญญา กล่าวเสริม

ปัจจัยการเติบโตของอีตั้น อิเล็คทริคในประเทศไทย

EATON เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา ธุรกิจโดยรวมของ EATON ทั่วทั้งโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตลาดในประเทศไทยดั้วย โดยมียอดขายทั่วโลกในปี พ.ศ.2557 ถึง 22.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นในการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิผล ทั้งนี้ EATON มีพนักงานประมาณ 102,000 คน เพื่อประสานงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้ากว่า 175 ประเทศ

“สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก เป็นตลาดที่บริษัทแม่ให้ความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยสำนักงานของประเทศไทยถูกจัดอยู่ในโซนที่เรียกว่า East Asia Central ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลลูกค้าในประเทศใกล้เคียงอีก 6 ประเทศได้แก่ เมียนมาร์, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, กัมพูชา และบังกลาเทศ ซึ่งถ้าดูจากภูมิศาสตร์แล้ว ประเทศส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี และเมื่อสามารถรวมตัวกันได้ในปลายปีนี้ตามแผนเดิมแล้ว โอกาสของการขยายตลาดและการเติบโตจะยิ่งมีศักยภาพมากขึ้น สำหรับปัจจัยที่ทำให้ตลาดภูมิภาคนี้สามารถเติบโตได้อีกมากนั้น มาจากปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน เช่น ด้วยค่าแรงงานที่ไม่สูงมากนัก ทำให้ดึงดูดนักลงทุนเข้ามาใช้ภูมิภาคนี้เป็นฐานในการผลิตสินค้า อีกทั้งจำนวนของประชากรที่สูงมาก ทำให้มีความต้องการในการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูง แต่ในทางตรงกันข้ามกันคือคุณภาพของไฟฟ้ายังไม่ดีมากนัก จึงเป็นโอกาสที่เราสามารถเข้าไปทำตลาดได้”

สำหรับปัจจัยการเติบโตในประเทศไทยนั้น คุณปริญญากล่าวต่อว่า “ผมมองสองปัจจัยด้วยกันคือ เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ซึ่งประกอบด้วยงานเมกะโปรเจ็กต์ของทางภาครัฐไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า การขยายสนามบิน การพัฒนาและสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของเราดี นักลงทุนก็จะมองเห็นโอกาสในการเข้ามาลงทุน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจก็ดีขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนปัจจัยที่สองคือเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพและเสริมสร้างกำลังไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ จากสองปัจจัยนี้ทำให้เป็นโอกาสของอีตั้น อิเล็คทริค ได้เข้าไปตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวด้วยอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ของเราได้ครอบคลุมทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็น งานด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ อุตสาหกรรม การเงิน และหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น”

นโยบายและกลยุทธ์การดำเนินงาน

ปัจจุบัน EATON เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานทั้งโซลูชั่นครบวงจรด้านการจ่ายไฟฟ้าและรักษาคุณภาพของไฟฟ้า พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย ทั้งด้านอุปกรณ์ Industrial Automation และอุปกรณ์ Power Distribution ที่มีประสบการณ์ในวงการอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน “สำหรับนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินงานของอีตั้น อิเล็คทริค ประเทศไทยนั้น ปัจจุบันเราใช้ระบบการจำหน่ายโดยผ่านทางบริษัทของพาร์ทเนอร์ทั้งหมด (ยกเว้นงานที่เป็นโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนเกินขีดความสามารถของพาร์ทเนอร์) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 8 บริษัทด้วยกัน แต่ละบริษัทก็จะมีความชำนาญพิเศษในสินค้าที่ตนเองจัดจำหน่าย พร้อมทั้งให้คำปรึกษา และร่วมกันพัฒนาธุรกิจให้มีศักยภาพ ด้วยทีมงานที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ในส่วนของ EATON ก็จะทำหน้าที่คัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อจัดส่งให้กับพาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นผู้กระจายสินค้าไปยังผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพาร์ทเนอร์แต่ละบริษัทได้ร่วมดำเนินธุรกิจมานานกว่า 20 ปี รวมทั้ง EATON ยังมีความชำนาญในด้านเทคนิค และพร้อมด้วยทีมงานวิศวกรในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนกับพาร์ทเนอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ EATON ยังได้มีระบบการสต๊อกสินค้าที่สามารถจัดส่งได้ทันทีเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งประเทศได้อย่างรวดเร็ว” คุณปริญญา กล่าว

จุดแข็งและความได้เปรียบ

“การเติบโตของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มเอเชียตะวันออกนั้น ขึ้นอยู่กับประเทศไทยเป็นประเทศหลัก ดังนั้นเราจึงพยายามผลักดันทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกประเทศมีการเติบโต เรามีความได้เปรียบในเรื่องของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ EATON ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีใช้งานมานานมากแล้ว รวมทั้งการเป็นเจ้าแรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดให้กับกลุ่มการไฟฟ้าของประเทศไทย อีกอย่างคือ ผลิตภัณฑ์ของเรามีความพร้อม เรียกได้ว่ามีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน สามารถนำเสนอเป็นโซลูชั่น หรือเป็นแพ็กเกจให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมทุกความต้องการ ด้วยทีมวิศวกรและช่างเทคนิค ตัวแทนบริการภาคสนามที่ได้รับการฝึกอบรมซึ่งเปี่ยมด้วยประสบการณ์ พร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย”

“และด้วยนโยบายการจัดจำหน่ายโดยผ่านทางพาร์ทเนอร์ทั้งหมด จึงเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ ดังนั้นจุดแข็งและความได้เปรียบของเราอีกอย่างจึงเป็นเรื่องของการมีพาร์ทเนอร์ที่เข้มแข็ง ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถเป็นแขนขาให้เราได้ มีการเรียนรู้จากเราและสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อในประเทศนั้น ๆ เรามีการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิดเสมือนเป็นบริษัทเดียวกัน รวมทั้งในเรื่องของการทำตลาด เรามีการจัดทำกิจกรรม แนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าโดยผ่านทางสาขาของพาร์ทเนอร์ด้วยเช่นกัน” คุณปริญญา กล่าวเสริม

อุปสรรคและก้าวต่อไปของอีตั้น อิเล็คทริค

“ปัจจุบัน แบรนด์ EATON เพิ่งกลายมาเป็น One Brand ซึ่งยังไม่ได้เป็นที่รับรู้ในตลาดมากนัก แต่นักอุตสาหกรรมบางท่านที่เคยผ่านการใช้งานแบรนด์เหล่านี้มาแล้ว อาทิเช่น Moeller, MEM, F&G, Westinghouse, Cutler-Hammer, HOLEC, Powerware ฯลฯ วันนี้ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะจริง ๆ แล้วก็เป็นสินค้าตัวเดิม แต่อยู่ภายใต้การควบรวมเป็นแบรนด์ EATON ซึ่งคุณภาพของสินค้ายังคงเหมือนเดิม มีการผลิตจากที่เดิม และจากนี้ไปเราจะสร้างแบรนด์ให้ผู้คนรับรู้และมีการสื่อสารเข้าสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างขึ้น”

“นอกจากการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นแล้ว เรายังได้มีการเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากร ทั้งทีมงานในประเทศไทยและต่างประเทศ ไว้เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทั้งในส่วนของทีมขาย ทีมการตลาด ทีมวิศวกร และทีมบริการหลังการขาย ไว้พร้อมทุกมิติที่จะรองรับความต้องการของลูกค้ารวมถึงช่องทางพาร์ทเนอร์ของเราด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางที่ EATON ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสั่งสมประสบการณ์เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และในขณะเดียวกันก็เป็นเพื่อนคู่คิดกับพาร์ทเนอร์ จึงส่งผลให้ก้าวแต่ละก้าวของ EATON แข็งแกร่งและมั่นคงต่อไป” คุณปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

หากผู้ประกอบต้องการทราบข้อมูลเกี่ยว EATON สามารถเข้าชม www.eaton.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และผู้อ่านสามารถกด Like Fanpage: www.facebook.com/EATONTHAILAND เพื่อติดตามข่าวสารและร่วมกิจกรรมรับของที่ระลึกกับทาง Eaton ได้ 

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด

เลขที่ 89/1 อาคารเกษมทรัพย์ ชั้น 4 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900

โทรศัพท์ 0-2511-5300 โทรสาร 0-2511-5290

http://www.eaton.com

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด