เนื้อหาวันที่ : 2013-04-23 14:22:21 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2875 views

KRASSTEC ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์อันทันสมัยจากประเทศยุโรป

ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นักอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คงไม่พลาดที่จะได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมงาน Metalex ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีทางด้านโลหะการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนงานหนึ่ง

KRASSTEC ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์อันทันสมัยจากประเทศยุโรป
เศรษฐกาญจน์ อนุวัตรวงศ์

     
     ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นักอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คงไม่พลาดที่จะได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมงาน Metalex ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีทางด้านโลหะการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนงานหนึ่ง และในปีนี้ก็เช่นกัน ที่เราจะได้พบกับกองทัพของนวัตกรรมเครื่องจักรกลกว่า 4,000 ชนิดจากกว่า 2,700 บริษัท และจาก 50 ประเทศ ที่จะนำมาจัดแสดงและสาธิตให้กับผู้ที่สนใจได้ชมกันอย่างเต็มรูปแบบ

    และหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลในครั้งนี้ก็คือ บริษัท คราสส์เทค จำกัด ซึ่งนักอุตสาหกรรมหลายท่านคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ในบทบาทของการเป็นผู้บุกเบิกนำเอาเทคโนโลยีอันทันสมัยของเครื่องจักรและอุปกรณ์จากกลุ่มประเทศยุโรป เข้ามาทำตลาดให้กับอุตสาหกรรมในบ้านเรา และด้วยประสบการณ์กว่าทศวรรษ จึงนับว่าเป็นกลไกขับเคลื่อนอันสำคัญส่วนหนึ่ง ในการพัฒนาศักยภาพทางด้านอุตสาหกรรมไทย เพื่อก้าวไปสู่เวทีการแข่งขันในตลาดโลกได้
 วารสาร อินดัสเตรียล เทคโนโลยี รีวิว ฉบับนี้

ขออนุญาตนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ คุณกิตติ ตั้งทรงธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท คราสส์เทค จำกัด ซึ่งได้ให้เกียรติมาพูดคุยกันในประเด็นของสินค้าและบริการของคราสส์เทค, สถานการณ์และทิศทางของตลาดเครื่องจักรกลในอนาคต, ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยจากการเข้าร่วมเป็นสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และทำความรู้จักกับสินค้าที่เป็นไฮไลต์ ซึ่งจะนำมาให้ท่านสัมผัสกันในงาน Metalex 2011


คุณกิตติ ตั้งทรงธรรม
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท คราสส์เทค จำกัด

เริ่มต้นด้วยการบุกเบิกนำเข้าเครื่องจักรกลจากยุโรป
   คุณกิตติกล่าวว่า “คราสส์เทค ได้เริ่มต้นทำธุรกิจในปี พ.ศ.2540 ซึ่งปีนี้กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 14 ด้วยการเริ่มต้นจากเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องจักรแปรรูปเหล็กแผ่นยี่ห้อ TRUMPF จากประเทศเยอรมนี แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จากนั้นก็ได้มีการขยายผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้นด้วยการเพิ่มสินค้าภายใต้แบรนด์ RAS และ BOSCHERT เข้ามา รวมเป็น 3 แบรนด์หลัก สำหรับการประกอบธุรกิจในช่วงแรก

และเพื่อให้ธุรกิจสามารถครอบคลุมความต้องการอันหลากหลายของลูกค้าในอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นได้มากขึ้น ปัจจุบันคราสส์เทคได้มีการนำสินค้าเข้ามาอยู่ในความดูแลมากกว่า 30 แบรนด์ ซึ่งส่วนมากจะเป็นแบรนด์จากฝั่งยุโรปโดยเฉพาะจากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีความชำนาญเป็นพิเศษทางด้านเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ชั้นนำ ที่ถูกคัดเลือกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นแนวหน้าและอยู่ในอันดับที่ 1-2 ของโลก”

ทำความรู้จักกับสินค้าและบริการของคราสส์เทค
 “สำหรับธุรกิจหลักของคราสส์เทคก็คือการเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลและอุปกรณ์สำหรับงานเหล็ก ให้คำแนะนำปรึกษาในการเลือกใช้งาน รวมถึงการให้บริการหลังการขาย ด้วยผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่คราสส์เทคให้บริการอยู่นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มหลักด้วยกันก็คือ กลุ่มแรก เป็นเครื่องจักรสำหรับงานเหล็กแผ่น (Machine Tools) เช่น เครื่องจักรสำหรับงานตัด, งานเชื่อม, งานเจาะฉลุ, งานตัด, งานขึ้นรูป, งานพับ, งานม้วน, งานเจาะ และเครื่องจักรสำหรับงานแปรรูปโลหะหลากหลายประเภทการใช้งาน

กลุ่มที่สอง เป็นเครื่องจักรที่ไม่ใช่งานเหล็กแผ่น เช่น เครื่องจักรพิเศษสำหรับงานชิ้นส่วนรถยนต์ หรือเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมงานโครงสร้างสาธารณูปโภค

กลุ่มที่สาม จะเป็นสินค้าประเภท Accessories สำหรับเครื่องจักรจำพวก Machining Centers ซึ่งจะประกอบด้วยอุปกรณ์สำหรับจับยึดชิ้นงาน (Chuck & Mandrel), เครื่องกลึง, ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Work holding System ทั้งหมด

กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มสินค้าประเภทอุปกรณ์และเครื่องมือ (Power Tools) สำหรับงานเหล็กทั้งหมด เช่น เครื่องเจาะสว่าน, ฐานแม่เหล็กสำหรับงานเจาะรูเหล็กรูปพรรณโครงสร้าง, กรรไกรไฟฟ้าสำหรับงานตัดเหล็กแผ่น, เครื่องรีดตะเข็บ, เครื่องบากมุมเหล็กแผ่นก่อนเชื่อม, เครื่องลับดอกสว่าน, เครื่องลับใบเลื่อยวงเดือน, อุปกรณ์ไขควง, ประแจ และดอก Bits สำหรับไขควงไฟฟ้า เป็นต้น

กลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มสินค้าประเภท Laser Technology และ Fastening Technology ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่คราสส์เทคเน้นการตลาดเป็นพิเศษเพราะเพิ่งเริ่มทำตลาดในไม่กี่ปีที่ผ่านมา” คุณกิตติกล่าว

ลูกค้าทางด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญและแนวโน้มความต้องการ
         “อุตสาหกรรมขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับคราสส์เทค ก็คงต้องเน้นทางด้านงานเหล็กแผ่น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอนาคตอันใกล้ก็จะเป็นอุตสาหกรรมทางด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ หรือกังหันลม เป็นต้น โดยลูกค้าของคราสส์เทคประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และอีก 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นลูกค้าคนไทย ที่เป็นอุตสาหกรรมรับจ้างผลิต (Job Shops) ซึ่งสามารถผลิตชิ้นงานออกมาเพื่อส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุตสาหกรรมอื่นที่มีความต้องการใช้ชิ้นงานที่เป็นเหล็ก”

      นอกจากนี้ คุณกิตติยังกล่าวเสริมว่า “แนวโน้มความต้องการของอุตสาหกรรม ก็คงจะเป็นเรื่องของความต้องการทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น โดยคราสส์เทคเองก็มีกลุ่มสินค้าประเภท Laser Technology ซึ่งในอนาคตจะมีการใช้งานเครื่องจักรประเภทนี้เป็นที่แพร่หลายขึ้นเพื่อทดแทนงานเชื่อมหรืองานตัดแบบดั้งเดิม (Conventional Welding & Cutting) เพราะมีกระบวนการที่ง่ายและช่วยลดขั้นตอนในการทำ Finishing ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นลดลง คุณภาพดีกว่า ส่วนเครื่องจักรประเภท Fastener Technology ที่ได้นำเข้าเทคโนโลยีจากเยอรมนีนั้น เนื่องจากเรามองเห็นว่า งานประกอบชิ้นส่วนที่มีคุณภาพ และความละเอียดสูงในประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตขึ้น ซึ่งจะเป็นเป็นโอกาสให้เครื่องจักรประเภทนี้มีความต้องการสูงขึ้นทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไอที หรืออุตสาหกรรมทางด้านอิเล็กทรอนิกส์”


ทิศทางของตลาดเครื่องจักรกลและแนวโน้มในอนาคต
         “สถานการณ์ตลาดเครื่องจักรยังมีโอกาสที่ดี เนื่องจากเราได้อานิสงค์จากการที่อาเซียนจะเข้าสู่การเป็น Global Market ในไม่กี่ปีข้างหน้า ในภาคพื้นเอเชียก็จะกลายเป็น One Market ที่ลูกค้าจากต่างประเทศ จะสามารถหาแหล่งซื้อ (Sourcing) จากภายนอกประเทศได้โดยปราศจากอุปสรรคทางการค้า (Barrier Trade) ฉะนั้นการแข่งขันทางการค้าก็จะมีความรุนแรงขึ้น เพราะเราไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะภายในประเทศอีกแล้ว ซัพพลายเออร์รายใดสามารถจัดหาสินค้าที่มีราคาถูกกว่า คุณภาพดีกว่า หรือการบริการที่ดีกว่า ก็จะมีความได้เปรียบ

 ดังนั้นบทบาทของเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีสูง มีความทันสมัย ก็จะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ค้าสามารถแข่งขันกันทางด้านราคา คุณภาพ และบริการที่ดีตามมา ดังนั้นแนวโน้มในอนาคต ตลาดเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวของลูกค้าได้ ก็ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากเช่นเดียวกัน” คุณกิตติกล่าว 

 

 

มุมมองต่อการเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
     “แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนในแนวทาง ว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2558) จากการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC นั้น อุตสาหกรรมไทยจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงอะไรบ้าง แต่สิ่งที่คาดการณ์ได้ก็คือ ตลาดการแข่งขันก็จะกว้างขึ้นอย่างที่กล่าวไปแล้วตอนต้น ดังนั้นผู้ผลิตเองก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งในเรื่องคุณภาพสินค้าและการบริการที่ดี ราคาที่สมเหตุสมผลภายใต้ต้นทุนที่ยอมรับได้ หากผู้ค้าไม่มีการพัฒนาลูกค้าก็จะสูญหาย เพราะลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น สามารถที่จะหาแหล่งซื้อจากประเทศข้างเคียงได้ ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็น่าจะเป็นผลบวกทั้งต่อผู้ค้าที่จะได้มีการพัฒนาขึ้นและในส่วนของผู้บริโภคเองก็จะได้รับสินค้าที่ดีด้วย” 


       คุณกิตติกล่าวเสริมว่า “ในส่วนของคราสส์เทคนั้นไม่ได้มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากเราเป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย ไม่ได้เป็นผู้ผลิตต้นน้ำ ดังนั้นการดำเนินงานจึงเพียงแต่ให้มีความสอดคล้องไปกับเทคโนโลยีของซัพพลายเออร์เท่านั้น ส่วนผลกระทบต่อภาพรวมนั้น ยังมองว่าเป็นเรื่องดีหากจะมีการรวมอำนาจการต่อรองเอาไว้ เพราะถ้าปริมาณความต้องการของตลาดมีน้อยก็จะทำงานได้ลำบาก ลดต้นทุนได้ยาก แต่หากปริมาณความต้องการของตลาดมีมาก เราก็สามารถที่จะลดต้นทุนได้ง่ายขึ้น”


ความคาดหวังจากการเข้าร่วมงานกับ Metalex 2011
 “คราสส์เทคเข้าร่วมงานกับทางเมทัลเล็กซ์ทุกปีตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจจนถึงวันนี้ก็กว่าสิบปี มีการขยายพื้นที่บูธเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของบริษัท หลายปีที่ผ่านมาเราใช้พื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตรหรือมากกว่านั้น ซึ่งแต่เดิมเราใช้เพียง 120 ตารางเมตร และผลตอบรับจากการเข้าร่วมงานก็เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งทำให้เรามีฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทุกปี”


 “การเข้าร่วมงาน Metalex จะเป็นหน้าต่างที่ช่วยให้เราได้แนะนำสินค้าเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กับผู้ที่สนใจได้ตรงกลุ่ม แม้ว่าปัจจุบันลูกค้าสามารถหาข้อมูลเครื่องจักรได้อย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนเสมือนกับการได้เห็นเครื่องจักรจริง ได้ชมการสาธิตหรือสัมผัสกับการทำงานของเครื่องจักรจริงจากหน้างาน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน หรือแม้แต่ให้คำปรึกษาแนะนำ แก้ไขปัญหา รวมถึงการเลือกใช้งานเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับท่านได้” คุณกิตติกล่าว

สินค้าไฮไลต์ที่จะนำไปแสดงในงาน Metalex 2011
   “สำหรับสินค้าที่เป็นไฮไลต์ซึ่งจะเปิดตัวในงานนี้ก็คือ เครื่องตัดเลเซอร์ TRUMPF: TruLaser 3030 (L20) ซึ่งเป็นเครื่องตัดเลเซอร์ที่ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อน ด้วยการรวมเอาไว้ซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีล่าสุด และกำลังของเลเซอร์ที่สูง ออกแบบการทำงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ด้วยหัวตัดเพียงหัวเดียวและกำลังของเลเซอร์ที่สูงนี้จึงสามารถตัดงานได้ทุกขนาดความหนาของโลหะแผ่น และทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ภายในงานนี้ก็จะมีการเปิดตัวสินค้าแบรนด์น้องใหม่ RUF ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำหรับบดอัดเศษวัสดุที่เหลือจากการผลิต ทั้งเศษเหล็ก เหล็กหล่อ หรือเศษอะลูมิเนียม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถจัดเก็บเศษวัสดุได้อย่างเป็นระเบียบ ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ รวมถึงทำให้เกิดความสะอาดต่อโรงงาน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกทาง นอกจากนี้ในแต่ละกลุ่มสินค้า ก็จะมีสินค้าใหม่มานำเสนอในงานทั้งในส่วนของสินค้าประเภท Fastener Technology รวมถึงสินค้าในกลุ่ม Accessories เป็นต้น”

TRUMPF: TruLaser 3030 (L20)
      เครื่องตัดเลเซอร์ TruLaser 3030 (L20) เป็นเครื่องตัดเลเซอร์ประสิทธิภาพสูง ทำงานด้วยหัวตัดเดียว และกำลังของเลเซอร์สูง จึงสามารถตัดงานได้ทุกขนาดความหนาของโลหะแผ่น ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยของแกนขับเคลื่อนที่ ระยะการตัดแกน X 3000 มม. แกน Y 1500 มม. แกน Z 115 มม. ความเร็วแกนสูงสุด 140 เมตรต่อนาที และนอกจากนี้ TruTops Laser ซอฟต์แวร์อัจฉริยะยังทำให้เครื่องตัดเลเซอร์ของ TRUMPF ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิเคราะห์ไฟล์งานและเส้นขอบในการตัด รวมถึงสร้างเป็นโปรแกรมที่สมบูรณ์ในการต่อเชื่อมเข้ากับการทำงาน

 

 


RUF: เครื่องอัดเศษโลหะ
      เครื่องจักรรุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับงานบดอัดเศษโลหะที่เหลือจากการผลิต ทั้งเศษเหล็ก เหล็กหล่อ หรือเศษอะลูมิเนียม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถจัดเก็บเศษวัสดุได้อย่างเป็นระเบียบ ง่ายต่อการจัดเก็บและจำหน่าย ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บเศษวัสดุเหลือทิ้ง รวมถึงทำให้เกิดความสะอาดต่อโรงงาน และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม 

 


การเติบโตของคราสส์เทคและกลยุทธ์การดำเนินงาน
     “ในปีที่ผ่านมาคราสส์เทคมีการเติบโตมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปีนี้โดยภาพรวมคาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ คราสส์เทคมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน นั่นคือ การให้ความสำคัญกับการบริการทั้งทีมงานขาย หรือทีมบริการหลังการขาย ด้วยการพัฒนาคุณภาพของบุคลากรให้แข็งแกร่งด้วยการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง มีการลงทุนในเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยไว้สำหรับรองรับการให้บริการลูกค้า สุดท้ายคือบริษัทมีการซัพพอร์ตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับโลกให้กับลูกค้า จุดนี้เป็นปัจจัยให้เราประสบความสำเร็จ”


      “ส่วนแนวคิดในการทำงานก็คือ เราต้องให้ความสำคัญกับความต้องการของแต่ละส่วนทั้งในส่วนของลูกค้าและลูกน้องที่เป็นพนักงานของบริษัท ลูกค้ามีความต้องการอะไร เราต้องสามารถสนองความต้องการของลูกค้าได้ ความรับผิดชอบเป็นส่วนสำคัญ เพราะหากลูกค้าซื้อของไปแล้วก็ต้องใช้ได้ตามที่เขาคาดหวังไว้ ในส่วนของลูกน้องก็เช่นเดียวกัน อนาคตและการเติบโตก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเราต้องดูแลรวมถึงมีช่องทางที่จะผลักดันให้เขาสามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงานที่เขารับผิดชอบในอนาคตต่อไปได้” คุณกิตติกล่าว

ฝากทิ้งท้ายสำหรับนักอุตสาหกรรม
    “ปัจจุบันเทคโนโลยีของเครื่องจักรกล มีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ผลิต แม้ว่าต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนปฏิบัติการจะถูกลง สามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง ประสิทธิภาพการทำงานที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ลดขั้นตอนในการทำ Finishing ทำให้ลดเวลา ลดแรงงาน และในส่วนของพนักงานก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับการผลิตในรูปแบบเดิม”

     คุณกิตติกล่าวเสริมว่า “เมื่อเครื่องจักรมีราคาแพง มีออปชั่นที่ครบครัน ซื้อมาแล้วต้องใช้ให้คุ้ม ใช้ให้เต็มประสิทธิการทำงานของเครื่อง และอีกข้อสำคัญคือ ลูกค้าต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษา บางคนคิดว่าเมื่อเครื่องจักรมีราคาแพงแล้วแทบไม่ต้องดูแลรักษา ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะเครื่องจักรก็เหมือนรถยนต์ ที่ต้องมีรอบการเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่น เปลี่ยนฟิลเตอร์ หยุดเช็คระบบการทำงาน ทำความสะอาดตัวเครื่อง ต้องมีรอบระยะเวลาการบำรุงรักษาตามคู่มือเครื่อง ซึ่งหากไม่มีการบำรุงรักษาที่เหมาะสม ประสิทธิภาพของเครื่องจักรก็จะด้อยลง แม้ว่าในส่วนของคราสส์เทคจะมีทีมที่จะคอยดูแลให้คำปรึกษา รวมถึงแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าอยู่แล้ว แต่หน้าที่การป้องกันรักษาต้องเกิดจากความร่วมมือของลูกค้าด้วย”

    “คราสส์เทคไม่เพียงเฉพาะเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่เป็นสแตนดาร์ดเท่านั้น แต่ยังให้คำแนะนำปรึกษา ให้โซลูชั่นในการแก้ปัญหากับลูกค้าไปด้วย เช่น บางครั้งลูกค้ามีเครื่องจักรอยู่แล้ว แต่ผลผลิตไม่สูง คุณภาพของสินค้าออกมาไม่ดี เราก็มีการเข้าไปให้คำแนะนำปรับปรุงการใช้งานเครื่องจักรให้สามารถผลิตชิ้นงานออกมามีคุณภาพที่ดีขึ้น ในเรื่องของการลงทุนเครื่องจักรใหม่ก็เช่นเดียวกัน บางครั้งเราใช้เวลาในการเสนอแนวคิดนานมาก

ต้องมีการทดลองพิสูจน์ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในแนวคิดที่เรานำเสนอว่าสามารถทำได้ แก้ไขปัญหาได้ ซึ่งเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ตัวลูกค้าเองก็ใช้เราเป็น Reference ก็มีการบอกปากต่อปากกันไป ซึ่งทำให้เราประสบความสำเร็จได้อีกทางหนึ่ง” คุณกิตติกล่าวทิ้งท้าย

     ผู้อ่านสามารถร่วมสัมผัสกับนวัตกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีทางด้านโลหะการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน และพบกับสินค้าไฮไลต์ของ KRASSTEC ได้ที่บูธ ……..ในงาน Metalex 2011 ตั้งแต่วันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2554 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด