เนื้อหาวันที่ : 2012-02-29 09:34:46 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1438 views

มืออาชีพ ต้องคิดในทางบวก

การทำงานที่จริงจังและมุ่งมั่นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ และทำอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการพัฒนา คำว่าพัฒนา จึงหมายความรวมถึงการเพิ่ม ดีขึ้น และมีความหมายเป็น ทางบวก

พิทักษ์ ศุภบัณฑิตย์กุล
     
          เมื่อกล่าวถึงนักกีฬาอาชีพเราจะนึกถึงการตั้งใจฝึกซ้อม การจริงจังในการแข่งขัน และการวางตัวที่มีระเบียบ พร้อมกันกับการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตนเองและสโมสร พนักงาน เจ้าหน้าที่ องค์กรทั่วไปก็เช่นกัน การเป็นมืออาชีพ มันบ่งบอกถึงการทำเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ดังนั้นการทำงานที่จริงจังและมุ่งมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ และทำอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการพัฒนา ดังนั้นคำว่าพัฒนา จึงหมายความรวมถึงการเพิ่ม ดีขึ้น และมีความหมายเป็น “ทางบวก”

          ทางบวกย่อมดีกว่าทางลบ ดังนั้นการทำงานเพียงลำพังอาจเหมาะสมกับการทำงานบางอย่าง แต่กับงานที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อพัฒนาองค์กรจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันของคนที่มากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป และมันก็เริ่มด้วยการบวกแรงกาย แรงใจ และแรงพัฒนาที่จะมุ่งสู่จุดหมายได้อย่างเร็วขึ้น มีนิยามในการทำทีมฟุตบอลอาชีพกล่าวไว้คือ ทีมที่จะประสบความสำเร็จ ย่อมต้องมาจากโค้ชที่ดีและนักฟุตบอลที่ดี (ทีมที่ดี) ซึ่งนั่นคือการแบ่งหน้าที่การทำงานที่ชัดเจนเช่นเดียวกับองค์กรธุรกิจอื่น ๆ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายพัฒนาบุคลากร ฝ่ายฝึกอบรม และพนักงานต่างมีหน้าที่สอดคล้องกันองค์กรย่อมจะประสบความสำเร็จได้ไม่ช้าก็เร็ว

ผลจากการเป็นบวก
          แน่นอนว่าการมองในทางบวก หรือคิดในทางบวก ก่อให้เกิดผลที่ดีมากกว่าเสียตามความหมาย แต่ในบางครั้งมันอาจเป็นผลที่มาจากเรื่องแย่ ๆ หรือความผิดพลาดได้ เช่น พนักงานระดับผู้บริหารคนหนึ่งมันใช้เวลาทำงานออกไปเดินห้าง เดินดูสินค้าต่าง ๆ แล้วก็กลับมานั่งทำงานต่อในช่วงเย็น ในบางวันก็มีการเรียกประชุมด่วน ทำให้พนักงานต้องอยู่ทำงานกันดึกเป็นประจำ

ความคิดในเบื้องต้นของพนักงานก็คือ การทำงานแบบไม่กำหนดเวลาเช่นนี้ทำให้การกลับบ้านมีปัญหา การนัดหมายกับเพื่อนหรือญาติต้องคลาดเคลื่อน เหนื่อยกับการทำงานมากกว่าปกติ และรำคาญกับการทำงานที่เร่งรีบ ส่วนผู้บริหารเองหากมองในมุมลบก็คือ รู้สึกว่าพนักงานมีความขี้เกียจทำงานที่หนักกว่าปกติ แม้ว่ายินดีจ่ายเงินล่วงเวลาให้ อย่างไรพนักงานทุกคนก็ควรยินดีอยู่ทำงาน และไม่ควรมาตรงกลับตรงเวลาทุกวัน เพราะงานคืองาน ต้องทำให้หนักเข้าไว้

หากคิดอย่างนี้คงเป็นความคิดที่สวนทางกันมากกว่าจะไปด้วยกันเพราะต่างคิดเข้าหาตัวเอง มองความคิดตัวเองเป็นหลัก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องการพัฒนางานแต่ก็อาจจะผิดจากรูปแบบปกติ และเป็นการบังคับให้ทำงานโดยมีเงินล่วงเวลาเป็นค่าตอบแทน ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะยินดีกับการรับเงินล่วงเวลาทุกครั้งไป

          กรณีตัวอย่างที่กล่าวมา หากมีการทบทวนลักษณะการทำงานที่ชัดเจนและวางแผน แบ่งตำแหน่งหน้าที่การทำงาน รวมถึงการสื่อสารให้เข้าใจในทางบวกจะก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนในการทำงานมากกว่าเดิม นั่นคือ หากผู้บริหารวางนโยบายสำรวจตลาด เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือบริการ ก็ควรวางแผนและส่งเจ้าหน้าที่ด้านตลาดไปสำรวจรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์แล้วนัดประชุมเพื่อไม่ให้กระทบกับงานปกติ

ส่วนพนักงานระดับปฏิบัติงานก็รู้สึกมีความสุขกับชีวิตการทำงานเพราะรู้กำหนดการทำงานต่าง ๆ มีเวลากับครอบครัวและงาน เงินล่วงเวลาที่ต้องจ่ายก็ไม่ต้องจ่ายมาก เพราะควบคุมเวลาได้ การสื่อสารที่ชัดเจนว่าเรากำลังทำอะไร สถานการณ์ขององค์กรเป็นอย่างไร จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างไร เชื่อได้ว่ามุมมองที่ส่วนทางจะกลายเป็นมุมที่มองร่วมกันได้ ความรู้สึกดี ๆ และความสำเร็จจะมาเยือนในที่สุด

คิดบวกแบบฟุตบอลอาชีพ
          ทีมฟุตบอลอาชีพเขาคิดบวกกันเป็นเรื่องปกติ และต้องฝึกให้เป็นนิสัย เพื่อที่จะผ่านปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ การยิ้มรับการฝึกที่หนัก เพราะมันหมายถึงประสิทธิภาพของตัวนักกีฬาเอง และของทีม การวางแผนการซ้อมที่ต้องจริงจังและชัดเจนมีการจดสถิติ การสังเกตการณ์คู่ต่อสู้ การเก็บข้อมูลทีมต่าง ๆ ที่จะต้องแข่งขันด้วย

นอกจากนี้ยังมีกองเชียร์ที่ติดตามเชียร์ทีมรักของเขาตลอดฤดูกาลแข่งขัน อย่างที่เราเห็นจากข่าวหรือการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพไม่ว่าจะเป็นลีกของอังกฤษ เยอรมัน อิตาลี หรือแม้แต่ลีกอาชีพของบ้านเราที่ตอนนี้กำลังบูมหนัก เราเห็นกองเชียร์ยกพลมาเชียร์แม้กับการแข่งขันบางนัดที่ดูชื่อชั้นแล้วมีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ แต่พวกเขาก็มาเชียร์เพราะมันเป็นทีมเดียวกัน พวกที่มีใจรักและคิดบวก นั่นคือแพ้ชนะไม่เป็นไรขอมาทำหน้าที่เชียร์ทีมรักของเขา

ส่วนนักกีฬาและสตาฟฟ์โค้ชก็ทำหน้าที่เพื่อให้กองเชียร์ที่พวกเขารักได้มีรอยยิ้ม มีชัยชนะ มอบความสุขให้กันและกัน ทั้งหลายทั้งปวงที่ทุกส่วนตั้งใจทำคิดในทางบวก มองกันในแง่ดี ผู้สนับสนุน ก็มองเห็นและยื่นเงินสนับสนุนเพื่อแลกกับภาพลักษณ์องค์กร หรือผลิตภัณฑ์ที่ดีตรงกับความเป็นทีมที่ดีของทีมนั้น ๆ นี่คือ ฟุตบอลอาชีพที่ต้องคิดในทางบวก เฉกเช่นเดียวกับองค์กรธุรกิจทั่วไป

คิดบวกได้บวก คิดลบได้ลบ จริงหรือ ?
          จากประสบการณ์คุมทีมฟุตบอลระดับสโมสรและการคุมทีมระดับนักเรียนแม้ว่ามันจะต่างในเรื่องระดับความสามารถ แต่เชื่อได้เลยว่า สิ่งสำคัญของการเป็นทีมที่ดีคือการมีทัศนะคติที่ดี คิดในทางบวก ผมเน้นตลอดเพราะมันคือเรื่องจริง บ่อยครั้งที่คุมทีมไปแข่งขันแล้วมักจะได้ยินเสียงเด็ก ๆ ในทีมบ่นในลักษณะกลัวแพ้ เช่น วันนี้คงโดนเละแน่ หลังเรารั่วไป หน้าเราคงยิงเขายาก ไม่รู้จะตกรอบแรกหรือเปล่า

ถ้าผมได้ยินใครกล่าวคำพูดในทางลบ หรือทำลายขวัญกำลังใจของทีม ผมจะเรียกเขามาคุย และถามเขาว่ากลัวหรือกับสิ่งที่เขาพูด คุณไม่ได้เล่นคนเดียว ยังมีเพื่อนคุณ มีผม มีกองเชียร์ พวกเขาพร้อมจะลุยกับเรา คุณจะกลัวทำไม แพ้ก็แพ้ แต่ขอให้เต็มที่ก่อน อย่างไรเราก็ทีมเดียวกัน ยิ้มด้วยกัน ร้องไห้ก็ด้วยกัน คุณพร้อมไหม

          มันอาจเป็นเรื่องยากกับการฉุดให้คนมีกำลังใจลุกขึ้นมาสู้ แต่ผมเชื่อว่ามันต้องทำ และพยายามทำให้ได้ หากการพ่ายแพ้มันทำให้เราแย่ เราคงไม่มีแชมป์ที่มาจากทีมที่เกือบตกชั้นในปีก่อน หรือเราคงไม่ได้เห็นทีมน้องใหม่ที่ก้าวขึ้นมาเล่นระดับลีกที่สูงกว่าในปีหน้า

ผมเชื่อว่าการคิดบวกและการสร้างทัศนคติที่ดีเป็นการมองในมุมที่สร้างสรรค์เป็นเรื่องดี และต้องฝึกต้องปลูกฝัง เพื่อเราจะได้มีรอยยิ้มร่วมกัน พร้อมจะเผชิญกับเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตการทำงาน เพราะเรายิ้มนั่นหมายถึงกำลังใจเรายังอยู่ เราจะสู้ร่วมกันกับทุกคนที่ยิ้มกับเรา...เพราะคิดบวกย่อมมีแรงบวก และอีกหลาย ๆ แรงที่มาช่วยบวกแรงไปสู่จุดหมาย

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด