Management

เปลี่ยนแรงต้านเป็นแรงหนุน

พิทักษ์ ศุภบัณฑิตย์กุล

 

 

ในการเข้ารับหน้าที่ใหม่ กับทีมงานใหม่ หรือกับองค์กรใหม่ หากเป็นคนที่มีความสามารถและอุปนิสัยใจคอดีเยี่ยมแน่นอนว่าปัญหาในการยอมรับคงจะน้อยมาก ตรงข้ามกับคนที่มีความสามารถแต่อุปนิสัยแย่ หรือบางคนยังไม่ทันจะได้แสดงความสามารถและการสร้างสานสัมพันธ์ก็โดนปิดกั้นแถมยังคอยคัดค้านต้านทานการนำเสนองานตลอด อย่างนี้ก็ปวดหัวกันพอดี

 

     แรงต้านและแรงผลักดันนับว่าเป็นแรงที่ส่งไปข้างหน้า แต่เมื่อใดที่มันอยู่ตรงหน้ามันคือกำแพงกั้นเราดี ๆ นี่เอง ทำอย่างไรจะฝ่าผ่านไปได้ และยิ่งมีหลายชั้นยิ่งต้องอาศัยความสามารถ ศิลปะในการจูงใจ และอาศัยความอดทน การเอาชนะใจทีมงานนั้นบางทีก็ง่ายนิดเดียวเพียงแค่เราทำตัวอ่อนน้อม สุภาพ จริงใจ และแสดงความสามารถให้พวกเขาเห็นให้เร็วที่สุด แต่มันก็เป็นไปได้ง่ายบ้าง ยากบ้าง ตามจังหวะและสถานการณ์ ดังนั้นหากจะพิชิตชัยนำความสามารถของตัวเองเอาชนะใจทีมงานให้ได้ก็ต้องอาศัยแรงผลักดันมาเป็นแรงส่งให้แล้วจะทำอย่างไร

 

เปิดรับแรงต้านด้วยรอยยิ้ม

 

          อย่างแรกที่จะต้องสร้างความประทับใจก่อนก็คือ “การผูกมิตร” รอยยิ้มและความอ่อนน้อมเป็นการลงทุนที่ประหยัดและง่ายที่สุด ประเดิมก่อนเลยครับ ทักทายปราศรัยอย่างสุภาพ อ่อนน้อม ซึ่งอาจจะโดนหมั่นไส้บ้างตามสภาพ ก็ต้องยอมรับว่าเราเป็นเด็กใหม่ถึงแม้ว่าอายุและประสบการณ์จะมากโขอยู่แต่การเข้าหาทีมงานใหม่ต้องใจสู้และยอมรับแรงต้านให้ได้

               

          รอยยิ้มที่ส่งไปกับการทักทายที่พอเหมาะพอดีเชื่อว่าต้องเรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมงานได้ระดับหนึ่ง บางคนปากหวานตีสนิทเกินพอดีทั้งที่ก็เป็นคนอย่างนั้นอยู่แล้ว บางคนพูดเพราะแต่แววตาไม่ไปทางเดียวกัน ยิ่งกำลังโดนจับผิดอยู่ด้วยแล้วยิ่งไม่เหมาะเลยกับการแสร้งยิ้ม ต้องยิ้มจากความรู้สึกดีจริง ๆ คิดไว้เสมอว่าเราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน ต้องทำงานให้ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และเราคือคนที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเราย่อมทำได้จะดีแค่ไหนค่อยว่ากันอีกที หากกลัวโน่นนี่นั่นคงได้ทำอะไรพลาดมากมายเพราะขาดความมั่นใจ

 

ศึกษางานก่อนประชุมเสมอ

 

          ความเป็นมืออาชีพถูกกำหนดให้ไว้กับพนักงานที่ได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญเสมอ ดังนั้นหากคุณคือพนักงานที่คัดเลือกเข้ามาเพื่อภารกิจสำคัญมาก ๆ จะต้องนำพาทีมงานฝ่าวิกฤตให้ได้ นั่นย่อมหมายความว่าคุณกำลังแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่พร้อมกันกับความคาดหวังที่สูง ทว่าแรงต้านหรือความคิดในแง่ลบมาตามมาหลอกหลอนตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อไรก็ตามหากคุณทำการบ้านมาเป็นอย่างดี การประชุมงานวันนั้นคุณสามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ตอบคำถามได้คล่อง แรงต้านจะกลายเป็นแรงดันให้คุณทันที

               

          อีกเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณดึงแรงต้านมาเป็นแรงผลักดันอย่างแนบเนียนก็คือ คุณต้องให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงาน เช่น ต้องถามเขาในเรื่องที่คุณยังไม่ค่อยเข้าใจ ให้เขาเป็นที่ปรึกษาและให้เครดิตเขาด้วยในตอนที่คุณได้รับคำชมจากผลงานชิ้นนี้ หรือคุณควรให้เพื่อนร่วมงานช่วยกันแสดงทัศนคติต่อสิ่งที่คุณนำเสนอ เปิดใจให้กว้างอย่างจริงใจ อันไหนดีก็ชื่นชม อันไหนที่ดูแล้วมันไม่ค่อยเข้าท่าก็ขอบคุณเขาและไม่ต้องตำหนิความคิดเขาทันทีแต่ลองให้คนอื่นแสดงความคิดเห็นบ้างเพื่อเป็นการเปรียบเทียบในเชิงระดมสมอง ไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดแต่เอาความคิดเห็นของแต่ละคนมาประชันกันเอง

 

พยายามไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

          ถ้าหากว่าคุณกำลังเจอกับเพื่อนร่วมงานที่กำลังตั้งท่าจะต่อต้านคุณ การที่คุณฝืนเดินสวนออกไป แน่นอนว่าคุณต้องโดนผลักอกหงายหลังออกมา แต่ถ้าคุณค่อย ๆ ขยับเข้าหาพวกเขาแล้วแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณกับเขาเป็นพวกเดียวกัน แรงต้านมันก็จะกลายเป็นแรงผลักดันให้คุณทำงานได้อย่างเข้มแข็งมากขึ้น นั่นคือการเข้าหาเพื่อนร่วมงานเหมือนอย่างที่กล่าวมาในข้างต้น แต่บางครั้งในองค์กรมักจะมีพนักงานที่นิสัยต่างกันออกไป บางคนชอบคนประจบ บางคนตรงมาก ๆ ใครทำผิดนิดเดียวโดนตำหนิทันที จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและศึกษาความเป็นตัวตนหรือนิสัยใจคอของเพื่อนร่วมงานด้วย

 

          การเข้าอยู่ในกลุ่มเพื่อนร่วมงานใหม่บางครั้งการตัดสินใจกระทำสิ่งใดแล้วมีผลกระทบในทางเสียหายกับองค์กรเราเองก็จำเป็นที่จะต้องชี้แจง เตือน หรือถอยออกมาไม่เข้าร่วมด้วย เช่น การทุจริต การละเลยหน้าที่ เราไม่จำเป็นต้องเลือกเข้าข้างคนผิด แต่ให้เข้าข้างคนทำถูกที่ยังรอการยอมรับในตัวเรา เวลาจะช่วยให้เราสามารถพิสูจน์ตัวเองได้

 

พลังจากแรงความศรัทธา

 

          ในการทำงานของแต่ละองค์กรย่อมมีระบบ มีกระบวนการ ดังนั้นพนักงานแต่ละแผนกย่อมต้องมีการสื่อสารกันในระบบการทำงานและนอกระบบการทำงาน นั่นก็คือเมื่อการทำงานมีคุณภาพ ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานดี พนักงานในสายงานย่อมที่จะบอกต่อถึงคุณภาพการทำงานของพนักงานใหม่ การทำงานร่วมด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ มั่นใจในผลงาน นี่คือการเรียกศรัทธาจากเพื่อนร่วมงาน เมื่อสร้างได้แล้วก็จงสร้างต่อไปเรื่อย ๆ เพราะพลังจากแรงศรัทธานั้นมีอานุภาพมากมาย ภาพลบต่าง ๆ ในความคิดจะหายไปแต่จะแทนที่ด้วยพนักงานใหม่คนหนึ่งที่ก้าวเข้ามานำพาความสำเร็จ ความสุข มาให้ทีมงาน

 

          แรงต้านจะกลายเป็นแรงผลักดันให้เราได้สักวันเพียงแต่ว่าช่วงแรกนั้นจำเป็นที่จะต้องทำงานให้เห็น แสดงความจริงใจ และที่สำคัญคือแรงผลักดันจะทรงพลังได้ต่อเมื่อคนที่โดนผลักดันได้สร้างความน่าเชื่อถือ มีความมั่นใจ และพร้อมที่จะรับคำติชมต่าง ๆ 

  

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด