เนื้อหาวันที่ : 2018-02-20 11:39:06 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 562 views

เดลล์ เปิดตัวแลปท้อป XPS 13 ใหม่ เจิดจรัสอย่างมีสไตล์ ทรงพลัง เหนือกว่าในทุกมิติ

เดลล์ (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวแลปท้อป XPS 13 ใหม่ ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมรูปลักษณ์เพรียวบางเบา เฉียบยิ่งขึ้นด้วยจอแสดงผลแบบ InfinityEdge ด้วยความละเอียดสูงระดับ 4K มีให้เลือกใช้เท่ ๆ ใน 2 สไตล์ ได้แก่ Platinum Silver และ Black มาพร้อม Rose Gold และ Alpine White อันเจิดจรัส

อโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร บริษัท เดลล์ อีเอ็มซี ภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่าแลปท้อป XPS เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2012 (Consumer Electronics Show) เครื่อง XPS 13 ยกระดับไปสู่ความเหนือชั้นที่สืบสานอยู่ในสายผลิตภัณฑ์ XPS ในฐานะของแลปท้อปที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก ชนะเลิศรางวัลด้านผลิตภัณฑ์มากกว่าสายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ของเดลล์ อีกทั้งเพิ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติล่าสุดจาก CES 2018 Innovation Award ดังนั้นเดลล์จึงได้รังสรรค์จินตนาการใหม่ให้กับ XPS 13 ด้วยแรงบันดาลใจจากแวดวงแฟชั่น ซึ่งสี Rose Gold ยังคงเป็นสีที่อยู่ในเทรนด์ ขณะที่สีขาวก็ยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสีที่เห็นอยู่ในทุกที่ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ ตลอดจนรองเท้า Sneakers ที่กำลังเป็นที่นิยม ในการเปลี่ยนโฉม XPS 13 ให้เป็นสีขาวนั้นเดลล์พยายามอย่างยิ่งในการเนรมิตผลิตภัณฑ์ที่เรียบหรู สมบูรณ์พร้อมด้วยการผนึกกำลังทีมงานกว่า 10 คน ทุ่มเทระยะเวลาการทำงานกว่า 11,520 ชั่วโมง ทำการทดลองกว่า 50 ครั้งเพื่อรังสรรค์ระบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งภายในและภายนอก โดยทีมออกแบบของเดลล์ไม่ได้ต้องการเพียงเปลี่ยนสีเครื่องให้เป็นสีขาวเท่านั้น หากแต่ต้องการใช้วัสดุที่แท้จริงเพื่อสร้างความมั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะยังคงความงามเสมือนเพิ่งใช้งานเป็นวันแรก แม้จะผ่านการใช้งานมายาวนานหลายปีแล้วก็ตาม

ในการรังสรรค์ส่วนรองข้อมือในสีขาวที่ให้อารมณ์เสมือนเป็นลายถักทอ ทีมงานได้พิจารณาใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป โดยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านสีของวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งทางเลือกคือการใช้วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่เรียกว่า Crystalline Silica ที่มีการถักทอออกมาเป็นสีขาวที่แท้จริง คล้ายกับเนื้อผ้าที่มีการถักทอไปมาถึง 9 ชั้น ทั้งนี้ เดลล์คือรายแรกที่ใช้การถักทอไฟเบอร์กลาสในแลปท้อป การถักทอไฟเบอร์กลาสเป็นสี Alpine White ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับฝาปิดอะลูมินัมของ XPS 13 ใหม่ในสี Rose Gold เพื่อให้ความหรูหราในเวลาที่มอง พร้อมความเรียบลื่นยามสัมผัส สิ่งที่มาพร้อมความสวยงามคือความคงทนด้วยไททาเนียม ออกไซด์ที่เคลือบอยู่ด้านบนพื้นผิวเพื่อความเงางาม ช่วยต้านทานแสงยูวีและรอยเปื้อนเพื่อป้องกันการเกิดคราบ หรือการเปลี่ยนสีไปตามระยะเวลาใช้งาน ตามจริงแล้วหากเกิดรอยเปื้อน ไม่ว่าจะจากสีของปากกาหรือคราบต่าง ๆ ผู้ใช้สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถในการทนทานต่อความร้อนในระดับที่เหนือกว่าโลหะ การถักทอด้วยไฟเบอร์กลาสยังช่วยให้ตัวเครื่องรักษาความเย็นได้มากขึ้น ช่วยรองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

"เดลล์ไม่เพียงสร้างสรรค์แลปท้อปที่สวยงามสู่ตลาด หากใส่ใจในรูปลักษณ์การออกแบบทั้งหมด รวมไปถึงสายเพาเวอร์สีขาวที่เข้าคู่กันอย่างเหมาะเจาะกับอะแดปเตอร์ USB-A/USB-C ทั้งนี้ เดลล์ได้ลงทุนในการผลิตบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลที่ยั่งยืนจากพลาสติกที่เก็บจากมหาสมุทรและที่ทำจากไม้ไผ่เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าด้วยความมั่นใจว่าเดลล์กำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโลก" อโณทัยกล่าวเสริม

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาแล้ว เดลล์ XPS 13 รุ่นใหม่ยังให้สิ่งที่เหนือชั้นกว่าในทุกมิติ โดยปัจจุบันเป็นแลปท้อปขนาด 13 นิ้วที่เล็กที่สุดในโลก พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก มาพร้อมจอแสดงผลแบบไร้ขอบ InfinityEdge ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ลงตัวในกรอบแลปท้อปขนาด 11 นิ้วได้อย่างเหมาะเจาะ โดยตัวเครื่องบางกว่าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3.4 มิลลิเมตร พร้อมความเบายิ่งขึ้น โดยมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 2.7 ปอนด์ ทำให้ XPS 13 เป็นสุดยอดของความคล่องตัวและความทนทานในการใช้งาน

ด้วยการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel 8th Generation Quad Core รุ่นล่าสุด ทำให้ XPS 13 ทำงานด้านโมบายล์ด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อม SSD แบบ Fast Booting ความจุสูงถึง 1 เทราไบต์ ในการใช้งานลูกค้าสามารถคาดหวังได้ถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดของแลปท้อปขนาด 13 นิ้ว โดยรองรับการทำงานได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงในรุ่น FHD และสูงถึง 11 ชั่วโมงบน UHD (Mobile Mark 14) ดังนั้นนอกเหนือจากการทำให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงและเบาลงแล้ว เดลล์ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ XPS 13 ใหม่ให้สูงกว่าเครื่องรุ่นปี 2015 ถึง 2 เท่า ทำให้ XPS 13 เป็นแลปท้อปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาเครื่องรุ่นเดียวกัน

XPS 13 มาพร้อม Dell Power Manager ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับสมดุลของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ การชาร์จไฟ ความร้อน และอะคูสติก นอกจากนี้ Dynamic Power Mode จะให้สมรรถนะการทำงานในระดับสูงสุดสำหรับการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ อาทิ การทำวิดีโอ เรนเดอริ่ง การทำสเปรดชีตในระดับแอดวานซ์ขณะที่มีการตรวจสอบและจัดการอุณหภูมิของระบบได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งหมายความว่า XPS 13 จะยังคงรักษาประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงได้แม้มีการใช้งานต่อเนื่อง ในขณะที่แลปท้อปอื่น ๆ อาจมีประสิทธิภาพลดลง

ในส่วนของวิศวกรรมด้านความร้อน เครื่อง XPS 13 คือแลปท้อปตัวแรกของโลกที่สร้างด้วยฉนวนกันความร้อน GORE™ Thermal Insulation ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนชนิดเดียวกับ Silica Aerogels ที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมด้านงานวิทยาศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและงานวิศวกรรมแบบเต็มพิกัดเพื่อกระจายและลดความร้อน โดยวัสดุดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นฉนวนกันความร้อนของยานสำรวจดาวอังคาร (Mar Rovers) และการจับอนุภาคความเร็วสูง (Hyper Velocity Particle) ในโครงการอวกาศ Stardust โดยวัสดุนี้จะดึงความร้อนออกจากอุปกรณ์โดยตรงเพื่อทำให้ระบบเย็นลงในขณะที่กำลังทำงานอย่างหนัก

"เนื่องจากเราตระหนักดีว่าผู้ใช้ในปัจจุบันนิยมใช้พีซีในการรับชมคอนเทนต์แบบสตรีมมิ่ง เดลล์จึงมอบประสบการณ์ความดื่มด่ำในการรับชมภาพยนตร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยสีสันและรายละเอียดเสียงที่คมชัดทรงพลังมากกว่าเดิม พร้อมกับลดบัฟเฟอร์ลงเพื่อให้ผู้ใช้รับชม Netflix หรือ iFlix ได้อย่างเต็มรูปแบบด้วยจอแสดงผลที่มีความละเอียดกว่า 2.5 ล้านพิกเซลพร้อม 4K Ultra HD เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น +QHD จอแสดงผล rSGB 100% บน XPS 13 ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสีที่ถูกต้องในการแสดงผล ไม่ว่าจะสำหรับมืออาชีพด้านงานกราฟิกหรือการรับชมรายการโปรด" อโณทัยเพิ่มเติม

ประสิทธิภาพที่ทรงพลัง การออกแบบด้วยการใช้วัสดุที่สวยงามและยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมความเป็นมิตรต่อการรีไซเคิล เครื่อง XPS 13 คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดยรุ่นสีเงินอะลูมินัม มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของเดลล์ที่ผลิตจากพลาสติก ซึ่งนำมาจากมหาสมุทร (Ocean Plastic) โดยเป็นขยะพลาสติกที่เก็บกู้มาจากทางเดินน้ำและนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นวัสดุที่ทรงคุณประโยชน์

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ : เส้นใยของไฟเบอร์กลาสในส่วนที่รองมือ (Palm Rest) ฝั่งหนึ่ง หากนำมาเรียงยาวจนสุดจะยาวถึง 117,500 ไมล์ (189,098 กิโลเมตร) หรือเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์ ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน