เนื้อหาวันที่ : 2016-03-31 13:10:41 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 737 views

ซิสโก้เปิดต้วนวัตกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ช่วยเสริมการใช้งานไฮบริดคลาวด์ให้เติบโต

ซิสโก้ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ทางด้านเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ในสามส่วนหลักๆ ได้แก่ ระบบเครือข่าย, ระบบโครงสร้างไฮเปอร์คอนเวิร์จ และระบบจัดการไฮบริดคลาวด์แบบอัตโนมัติที่จะช่วยให้การสร้างไฮบริดคลาวด์เพื่อรองรับแอพพลิเคชั่นเป็นศูนย์กลางนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้ ซิสโก้ได้เป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมดาต้าเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่องด้วยสวิตช์ Nexus ที่พร้อมรองรับ SDN ด้วยความเร็วระดับ 10/25/40/50/100Gbps ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่าในราคาที่คุ้มค่าสูงสุดในวงการ สำหรับตอบโจทย์ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับคลาวด์ แพลทฟอร์มระบบสวิตช์นี้รองรับทั้งความสามารถในการเพิ่มขยายระบบขนาดใหญ่, การรับส่งข้อมูลทุกรูปแบบ, ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการทำงานที่จำเป็นต่อระบบคอนเทนเนอร์ (Container) และไมโครเซอร์วิส (Microservices) ที่ทำงานแบบกระจายตัว รวมถึงการรับส่งข้อมูลเครือข่ายได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่สูญเสียข้อมูลใดๆ เพื่อให้รองรับต่อระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ IP และระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ อุปกรณ์สวิตช์รุ่นใหม่เหล่านี้จะช่วยทำให้ลูกค้าของซิสโก้มีความล้ำหน้าเชิงนวัตกรรมนำหน้าเทคโนโลยีอื่นๆ ได้ถึง 2 ปีเลยทีเดียว

ในขณะเดียวกัน ซิสโก้ยังได้เปิดตัว Cisco HyperFlex Systems ที่พัฒนาต่อยอดจากแพลทฟอร์มประมวลผล UCS ชั้นนำแห่งวงการของซิสโก้ ซึ่งได้นำแนวทางของสถาปัตยกรรมระบบแบบใหม่มาสู่ระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ Cisco HyperFlex Systems ได้ช่วยให้ระบบเครือข่าย, ระบบประมวลผล และระบบจัดเก็บข้อมูลสามารถบริหารจัดการแบบอัตโนมัติตามนโยบายที่กำหนดได้อย่างง่ายดาย เพื่อรองรับแอพพลิเคชั่นระดับองค์กรให้ได้เป็นจำนวนมากที่สุด โดย Cisco HyperFlex นั้นมีความล้ำหน้ากว่าโซลูชั่นไฮเปอร์คอนเวิร์จในยุคแรกที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดทางด้านประสิทธิภาพ, ความยืดหยุ่น และการบริหารจัดการให้ได้อย่างง่ายดายที่จำเป็นต่อการใช้งานภายในระบบ IT ในปัจจุบันอย่าง ไมโครเซอร์วิส, คอนเทนเนอร์, แอพพลิคั่นแบบใหม่ๆ และคลาวด์ Cisco HyperFlex นี้ช่วยทำให้ฐานผลิตภัณฑ์ของซิสโก้ในกลุ่ม Software-defined Infrastructure มีความครอบคลุมครบถ้วนยิ่งขึ้น ด้วยระบบประมวลผลจาก UCS, ระบบเครือข่ายจากโซลูชั่น ACI และ SDN จนปัจจุบันนี้มีระบบ HyperFlex สำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล

นอกจากนี้ ซิสโก้ยังได้ประกาศเจตจำนงค์ในการเข้าซื้อกิจการของบริษัท CliQr Technologies Inc. โดยที่แพลทฟอร์ม CliQr Cloud Center จะช่วยให้ลูกค้าของซิสโก้สามารถบริหารจัดการไพรเวตคลาวด์, ไฮบริดคลาวด์ และพับลิคคลาวด์ได้แบบอัตโนมัติอย่างง่ายดายและครบถ้วน CliQr ได้นำเสนอแพลทฟอร์มเดียวที่ใช้งานได้ง่ายเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการวงจรชีวิตของแอพพลิเคชั่นทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติบนสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด IT ทั้งที่ง่ายดายและซับซ้อนได้ทั้งหมด แพลทฟอร์มของ CliQr จะช่วยทำให้แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจที่หลากหลายสามารถทำงานบนโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งบนเครื่อง Server เปล่า, บนคอนเทนเนอร์ และบนระบบ Virtualized อย่างครอบคลุม

การประกาศเหล่านี้เป็นหนึ่งในหลายๆ นวัตกรรมทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ซิสโก้วางแผนจะเปิดตัวสู่ตลาดในปี 2016 โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถมีดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความปลอดภัยในระดับสูง, ใช้งานได้ง่าย, รองรับการเพิ่มขยายได้ และมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าซึ่งตอบรับต่อความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้อย่างทันท่วงที และเร่งให้การใช้งานไฮบริดคลาวด์เติบโตขึ้นได้นั่นเอง

Cisco HyperFlex Systems

ด้วยการต่อยอดจากเทคโนโลยี Cisco UCS ที่ได้รับรางวัลมา Cisco HyperFlex Systems จึงได้กลายเป็นระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จแห่งอนาคตที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำหน้า และกลายเป็นโซลูชั่นไฮเปอร์คอนเวิร์จแรกของวงการที่มีความสมบูรณ์พร้อมครบถ้วน กลุ่มผลิตภัณฑ์ HyperFlex นี้จะช่วยขยายฐานธุรกิจให้แก่ Cisco UCS และโครงสร้างระบบแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีฐานลูกค้าอยู่มากกว่า 50,000 องค์กรทั่วโลก ซีรีส์ HyperFlex นี้จะเป็นแพลทฟอร์มในอุดมคติสำหรับลูกค้าที่ต้องการติดตั้งแอพพลิเคชั่นระดับองค์กรภายในดาต้าเซ็นเตอร์, ดาต้าเซ็นเตอร์ในสาขาอื่น และสาขาขององค์กร ซึ่งมูลค่าของระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จนี้ถูกคาดไว้ว่าจะกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐภายใน 3-4 ปีถัดจากนี้

ลูกค้าของ HyperFlex จะได้รับประโยชน์ดังนี้:

  • ติดตั้งใช้งานได้แบบ Plug-n-play ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที จากเมื่อก่อนที่การติดตั้งระบบต้องใช้เวลาหลายวัน โดยยังสามารถเพิ่มขยายส่วนประมวลผล, ระบบเครือข่าย และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น, ปรับแต่งให้รองรับต่ออนาคตได้ โดยไม่ขึ้นกับระบบเดิมที่มีอยู่ 
  • มีบริการในการจัดการข้อมูลที่ทรงพลัง เช่น การโคลนระบบได้อย่างรวดเร็ว และการทำ Snapshot ได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบใดๆ พร้อมทั้งการทำ Inline Deduplication และ Inline Compression ที่จะช่วยให้ปริมาณข้อมูลที่ต้องจัดเก็บมีขนาดลดลงถึง 80% 
  • ถูกพัฒนามาด้วยกระบวนการทางวิศวกรรมเพื่อให้ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนถึง 30% และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับโซลูชั่นอื่นๆ ของคู่แข่ง รวมถึงยังสามารถขยายตลาดไฮเปอร์คอนเวิร์จให้รองรับ Workload รูปแบบใหม่ๆ ขององค์กรได้

สวิตช์และซอฟต์แวร์แห่งอนาคตของซิสโก้: ความเร็วและการรับส่งข้อมูล

นวัตกรรมภายใน ASIC ของซิสโก้นี้เป็นพลังขับเคลื่อนให้แก่สวิตช์แห่งอนาคต และทำให้ลูกค้าของซิสโก้สามารถใช้งานระบบเครือข่ายความเร็ว 25/50/100Gbps ได้ด้วยค่าใช้จ่ายและจำนวนพอร์ตเทียบเท่ากับระบบเครือข่ายความเร็ว 10/40Gbps ในปัจจุบัน โดยมีแบนด์วิดธ์สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่า

สวิตช์ Nexus 9000 รุ่นล่าสุดมีความสามารถดังนี้:

  • ล้ำหน้าที่สุดในวงการด้วยประสิทธิภาพระดับ 100Gbps และรองรับการทำงานแบบ Non-blocking ได้สูงขึ้นถึง 25% โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 50% เมื่อเทียบกับโซลูชั่นอื่นๆ ที่ใกล้เคียง อีกทั้งยังมีความทนทานสูงกว่า และประหยัดพลังงานกว่า 
  • สามารถรับส่งข้อมูลระบบเครือข่ายได้แบบ Real-time ด้วยความเร็ว 100Gbps เต็มประสิทธิภาพของสายรับส่งข้อมูล พร้อมทั้งยังรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่ายได้ด้วยเทคโนโลยี NetFlow และการแก้ปัญหาภายในระบบเครือข่ายทั้งหมดได้อย่างครอบคลุม 
  • สามารถเพิ่มขยายระบบได้ถึง 10 เท่าเพื่อรองรับจำนวน IP Address และอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้ในระดับคลาวด์ และรองรับได้นับล้านคอนเทนเนอร์ต่อพื้นที่ 1 ตู้แร็ค 
  • สามารถให้บริการคลาวด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ด้วยความสามารถในการปรับแต่งประสิทธิภาพที่ต้องการรองรับและการควบคุมความหนาแน่นของข้อมูลเครือข่าย ทำให้ลูกค้าสามารถรองรับการใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ IP, ไฮเปอร์คอนเวิร์จ และโครงสร้างระบบแบบเบ็ดเสร็จได้ด้วยระบบเครือข่ายเดียวที่รับส่งข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ไม่มีการสูญหาย ซึ่งจะทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำงานได้เสร็จเร็วขึ้นถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับแพลทฟอร์มอื่นๆ 
  • รองรับการมาของระบบเศรษฐศาสตร์ระดับคลาวด์ที่จะเริ่มมีการย้ายมาใช้งานระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จแทนด้วยแอพพลิเคชั่นแบบไมโครเซอร์วิสและคอนเทนเนอร์ 

นอกจากนี้ ซิสโก้ยังมีการประกาศเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อให้ ACI รองรับสวิตช์ Cisco Nexus 7000 ทำให้การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีของลูกค้ามีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นในระยะยาวสำหรับการติดตั้งระบบที่มีความเป็นสากลมากขึ้น 
  • อุปกรณ์สวิตช์ Cisco Nexus 3000 รุ่นใหม่ ที่เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการโซลูชั่นฮาร์ดแวร์ ด้วยการเสริมชิประดับชั้นนำที่รองรับประสิทธิภาพระดับ 25/50/100Gbps เข้าไป ทำให้ปัจจุบันซิสโก้มีฐานผลิตภัณฑ์สวิตช์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่หลากหลายที่สุด และเป็นผู้นำทางด้านยอดขายของระบบแพลทฟอร์มฮาร์ดแวร์สวิตช์ ด้วยยอดขาย Nexus 3000 ที่มีจำนวนพอร์ตรวมกันเกินกว่า 10 ล้านพอร์ตแล้ว

บริหารจัดการแบบอัตโนมัติด้วย Cisco Nexus Fabric Manager

Cisco Nexus Fabric Manager รุ่นล่าสุดได้ช่วยทำให้การบริหารจัดการวงจรชีวิตของระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการเลือกและคลิกจากหน้าบริหารจัดการบนเว็บ พร้อมเสริมความสามารถในการทำ Snapshot และการกู้คืนได้แบบอัตโนมัติ  Nexus Fabric Manager ยังสามารถสร้างเครือข่ายแบบ VXLAN และจัดการ VXLAN ได้ด้วยตัวเอง ทำให้การกำหนดค่าต่างๆ บนสวิตช์ที่มีความซับซ้อนเกิดขึ้นเองได้โดยอัตโนมัติผ่านการจัดการอย่างง่ายดายโดยผู้ใช้งาน แม้แต่ผู้จัดการฝ่าย IT ก็ยังสามารถสร้างระบบเครือข่ายแบบ VXLAN ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ภายใน 3 ขั้นตอน ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายด้วยการทำ Zero Touch Provisioning และยังสามารถอัพเกรดสวิตช์ทั้งหมดในระบบเครือข่ายให้ใช้งานซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดได้ภายในการคลิกเมาส์เพียง 4 ครั้ง

ข้อความสนับสนุนสำหรับสวิตช์ Nexus รุ่นใหม่ล่าสุด

“ธุรกิจของเราต้องการแบนด์วิดธ์เป็นปริมาณมากและระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่กว่า 180 Petabytes สำหรับลูกค้าของเรา” อัชลาน มูเนอร์, หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมระบบคลาวด์แห่ง Shutterfly กล่าว “สวิตช์ Cisco Nexus 9200 รุ่นใหม่นี้ได้ถูกระบุว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้กับควมต้องการของเราที่มีในปัจจุบันด้วยความเร็วที่สูงสุดถึง 100Gbps ซึ่งด้วยการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เราก็สามารถรองรับความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาของผู้ใช้งานของเราได้ในขณะที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มเติมไปพร้อมกัน อีกทั้งยังทำให้เราสามารถนำเสนอบริการที่ใหม่กว่าและดีกว่าได้โดยไม่ทำให้ประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าต้องเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อธุรกิจของเราเป็นอย่างมาก และด้วยการบริหารจัดการได้แบบอัตโนมัติ เราก็สามารถติดตั้งสวิตช์และเราเตอร์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องกำหนดค่าด้วยตัวเอง และประหยัดเวลาในการทำงานของทีมงาน 3-4 คนได้ทุกๆ ครั้ง”

“ฉันกำลังรอคอยแพลทฟอร์ม Nexus 9000 รุ่นใหม่เพราะแพลทฟอร์ม 9200, 9300-EX และ 9500 จะช่วยให้เราที่ดูแลระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยสามารถจัดการกับข้อมูลเครือข่ายที่นักเรียนเรียกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก” เดวิด ชร็อก, ผู้ดูแลระบบเครือข่ายของ Avans University of Applied Sciences กล่าว

“แพลทฟอร์ม Nexus 9200 และ 9300-EX รุ่นใหม่จะทำให้เราก้าวนำในการแข่งขันด้วยเครือข่ายความเร็ว 10/25/40/50Gbps สำหรับการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ทั่วไป และด้วยเครือข่ายความเร็ว 40/50/100Gbps ในระบบเครือข่ายหลัก” ปีเตอร์ เอลเบิร์ท, กรรมการผู้จัดการของ PPRO’s Hosting Provider ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าว

“Cisco Nexus 9200 เป็นสวิตช์แบบ Top of Rack แห่งอนาคตที่จะช่วยขยายขอบเขตและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโซลูชั่นที่มีอยู่ในปัจจุบันได้” เทรย์ เลย์ตัน, รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีแห่ง VCE แผนก Converged Platforms ของอีเอ็มซี กล่าว “สวิตช์เหล่านี้ตอบโจทย์ความต้องการของแอพพลิเคชั่นจำนวนมากที่ใช้ระบบประมวลผลและ IO เป็นจำนวนมากบนระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จที่ VC VxRack Systems พยายามตอบโจทย์ ตัวอย่างเช่น โดยทั่วไปแล้วลูกค้าที่มี VxRack นับร้อยหรือนับพันเครื่องจะใช้ประสิทธิภาพถึงหลักล้าน IOPS พร้อมทั้งต้องการแบนด์วิดธ์หลายร้อย Gigabit ต่อวินาที ซึ่ง Cisco Nexus 9200 ก็จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้”

บริการคลาวด์ที่ใหญ่ระดับคลาวด์ด้วยเศรษฐศาสตร์ระดับคลาวด์

นวัตกรรมทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของซิสโก้จะช่วยให้องค์กรที่มี IT เป็นหลักสามารถเปลี่ยนไปใช้ไฮบริดคลาวด์ได้เร็วขึ้นเพื่อเติมเต็มความต้องการทางธุรกิจในทุกวันนี้และในอนาคตถัดๆ ไป

  • ความใหญ่ระดับคลาวด์: ความเร็วระดับ 1/10/25/40/50/100Gbps ที่รองรับ IP Address และอุปกรณ์ในเครือข่ายจำนวนมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า พร้อมรองรับคอนเทนเนอร์ถึงล้านคอนเทนเนอร์ต่อ 1 ตู้แร็ค 
  • บริการคลาวด์: ระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ, การรับส่งข้อมูลแบบ Real-time, การจัดเก็บข้อมูลชั่วคราวแบบอัจฉริยะเพื่อให้ข้อมูลเครือข่ายไม่สูญหายเลย, แอพพลิเคชั่นทำงานได้เสร็จเร็วขึ้นถึง 50% และความสามารถในการตรวจสอบทุก Packet ทุก Flow ที่ทุกระดับความเร็วได้ 
  • เศรษศาสตร์ระดับคลาวด์: เพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนและรองรับอนาคตได้ด้วยความเร็ว 25Gbps ที่ราคาเท่ากับ 10Gbps และความเร็ว 100Gbps ที่ราคาเท่ากับ 40Gbps

ระบบนิเวศน์ของ ACI ที่ขยายใหญ่ขึ้น

ซิสโก้กำลังขยายระบบนิเวศน์ของ ACI ให้ใหญ่ขึ้นด้วยความร่วมมือกับผู้นำทางด้านเทคโนโลยีหลายราย: Infoblox ที่ช่วยให้การปรับแต่งและแก้ไขระบบเครือข่ายเป็นไปได้โดยอัตโนมัติ; N3N ที่ช่วยให้การตรวจสอบระบบเครือข่ายของ ACI ครอบคลุมไปได้ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์; Tufin ที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบ, ควบคุม และเปลี่ยนแปลงการรักษาความปลอดภัยเป็นไปได้อย่างอัตโนมัติบนทุกๆ สภาพแวดล้อม; vArmour ที่ช่วยให้สามารถทำ Micro-segmentation ได้ถึงระดับ Application พร้อมมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลความปลอดภัย; และ Veritas ที่ช่วยรวบรวม, ปกป้อง, วิเคราะห์ และปรับปรุงการจัดเก็บข้อมูลทั่วโลกของลูกค้าได้

นอกจากนี้ ซิสโก้ยังต้อนรับผู้พัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีอีกหลายรายเข้าสู่ระบบนิเวศน์ของ ACI ที่ใช้จุดแข็งของระบบบริหารจัดการโดยอัตโนมัติของ ACI ผ่านทาง REST API ที่เปิดให้เข้าถึงได้ เพื่อให้สามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็วสูงสุด, ปลอดภัย, ควบคุมได้ และติดตั้งได้อัตโนมัติแบบคลาวด์ โดยรวมแล้ว สมาชิกใหม่ๆ มีดังต่อไปนี้:

  • ระบบบริการแอพพลิเคชั่นตามนโยบายที่กำหนด: Vnomic
  • ไฮบริดคลาวด์: Apprenda, One Convergence
  • ระบบบริหารจัดการข้อมูล: Veritas
  • ระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล: DataTorrent, N3N, ScienceLogic
  • ระบบรักษาความปลอดภัย, บริหารจัดการ และบริหารจัดการโดยอัตโนมัติ: Infoblox, Tufin, vArmour 

โอกาสใหม่ๆ สำหรับ Channel Partner

โซลูชั่นใหม่ๆ เหล่านี้จะทำให้ Channel Partner ของซิสโก้มีผลิตภัณฑ์ทางด้านดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจรที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้บริการลูกค้าของตนได้ดีขึ้น “โซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ใหม่ของซิสโก้จะทำให้พาร์ทเนอร์ของเราช่วยให้ลูกค้าของพวกเขาปรับปรุงไปสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มุ่งเน้นแอพพลิเคชั่นเป็นศูนย์กลางและตอบโจทย์ความต้องการของ DevOps และเหล่านักพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้” เคน ทอมเบรตตา, รองประธานฝ่ายโกลบอลพาร์ทเนอร์ของซิสโก้ กล่าว “เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้และบริการระดับมืออาชีพแบบใหม่แก่พาร์ทเนอร์ของซิสโก้ได้”