เนื้อหาวันที่ : 2016-07-28 18:17:01 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 555 views

          สวัสดีคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านครับ เมื่อสองสามปีก่อน คำว่า Grexit (Greece+Exit คือความเสี่ยงที่กรีซอาจจะต้องออกจากยูโรโซน) เป็นความเสี่ยงที่สำคัญ และพูดถึงกันค่อนข้างมาก แต่มาในวันนี้ Brexit กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพูดถึงกันอีกครั้ง

 

          Brexit มาจากคำว่า British + Exit คือ ความเสี่ยงที่สหราชอาณาจักร (United Kingdom หรือ Great Britain) หรือที่คนไทยมักจะเรียกกันว่า อังกฤษ (England) จนเคยชิน อาจจะออกจากสหภาพยุโรป (European Union) ซึ่งมีการจับตากันว่าวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ประชาชานในสหราชอาณาจักรจะลงประชามติอย่างไร ระหว่างการอยู่ต่อหรือขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)

 

          สำหรับเหตุผลของการลงประชามตินั้น แบ่งเป็นสองฝั่งด้วยกัน เหตุผลของฝั่งสนับสนุนให้ถอนตัวนั้น ดูจะเป็นเหตุผลด้านการเมืองเสียมากกว่า ซึ่งฝั่งนี้มองว่า การอยู่ในสภาพยุโรปมีโทษมากกว่าประโยชน์ โดยเฉพาะประเด็นอธิปไตย และการออกกฎหมาย (โดยเฉพาะจากกรณีผู้อพยพ) และเห็นว่ากฎระเบียบต่าง ๆ จากสหภาพยุโรปเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร ต้นทุนทางการคลังก็เสียไปเปล่า ๆ นอกจากนี้ ฝ่ายสนับสนุนเชื่อว่าต้นทุนการออกจากสหภาพยุโรปไม่น่าจะมาก เพราะยังไงน่าจะเจรจากันได้ และยุโรปก็ต้องพึ่งพาสหราชอาณาจักรเหมือนกัน

 

          ส่วนเหตุผลของฝ่ายที่อยากให้อยู่ต่อ กังวลว่าต้นทุนทางเศรษฐกิจของการออกจากสหภาพยุโรปอาจจะสูงมาก และความไม่แน่นอนหลักจากออกจากสหภาพยุโรปอาจจะมีสูงจนทำให้การลงทุนและเศรษฐกิจหยุดชะงักได้ ไม่รู้ว่าเงื่อนไขหลังจากออกจะเป็นอย่างไร สหราชอาณาจักรได้รับประโยชน์จากการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของยุโรป ซึ่งการค้ากว่าร้อยละ 60 ของเศรษฐกิจ เป็นการค้ากับสมาชิกในสหภาพยุโรป ที่ไม่มีกำแพงภาษีระหว่างกัน ซึ่งถ้าออกจากการเป็นสมาชิก นั่นอาจจะหมายความว่าสินค้าและบริการระหว่างสหราชอาณาจักร กับประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรปอาจจะต้องมีภาษีนำเข้าระหว่างกัน สหภาพยุโรปจะยอมให้สหราชอาณาจักรได้ปรับประโยชน์เสมือนเป็นประเทศในเขตการเสรีหรือไม่ แล้วการค้ากับประเทศอื่น ๆ ที่สหภาพยุโรปมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีไปแล้ว จะต้องเจรจากันใหม่หรือเปล่า แล้วระหว่างนั้นการค้าจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังเป็นศูนย์กลางการลงทุนและศูนย์กลางทางการเงินของยุโรป เพราะได้ประโยชน์จากเงื่อนไขและกฎระเบียบที่ใช้เหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสหภาพยุโรป แล้วสหภาพยุโรปไม่ยอมรับระเบียบการดูแลสถาบันการเงินของสหราชอาณาจักรขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันการเงินที่ใช้ลอนดอนเป็นศูนย์กลาง และอีกประเด็นคือ ถ้าออกจากสหภาพยุโรป ไอร์แลนด์เหนือและสกอตแลนด์ที่มีทีท่าอยากแยกตัวจากสหราชอาณาจักรอยู่แล้ว อาจจะใช้เป็นเงื่อนไขในการทำประชามติอีกรอบ เพื่อจะอยู่ต่อกับสหภาพยุโรป

 

          ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทยจากประเด็น Brexit นั้น คาดว่าจะไม่กระทบต่อไทยในเชิงการค้ามากนัก โดยมีสาเหตุมาจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.ไทยและอียูยังไม่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ในขณะนี้ เพราะฉะนั้น Brexit จึงจะไม่น่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักร แต่ในอนาคตหากเกิด Brexit ขึ้นจริงไทยอาจต้องทำ FTA กับสหราชอาณาจักรโดยตรง นอกเหนือจาก FTA Thailand-EU และขอบเขตของ FTA กับอียูนั้นจะไม่ครอบคลุมถึงการค้ากับสหราชอาณาจักร อีกต่อไป และ 2. การส่งออกของไทยสู่สหราชอาณาจักรนั้นคิดเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการส่งออกรวมของไทย โดยสหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าอันดับที่ 18 ของไทย และสินค้าไทยส่งออกไปสหราชอาณาจักร คิดเป็นมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ หรือเพียง 1.5% ของการส่งออกทั้งหมด

 

          ส่วนฟากทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในกรณีเลวร้ายหากเกิดความผันผวนในตลาดเงิน จากปรากฏการณ์ Brexit จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการดิ่งลงของค่าเงินปอนด์เป็นหลัก ผ่านกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ คิดเป็น 0.1-0.2% ของ GDP ไทย หรือมีมูลค่าราว 8,900-20,000 ล้านบาท โดยผลกระทบเหล่านี้จะยังดำเนินต่อเนื่องจนกระทั่งสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากอียูอย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึง 2 ปีจากนี้ ซึ่งนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบที่แท้จริง และจะส่งผลต่อไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น สำหรับบางอุตสาหกรรมในบ้านเราอาจจะได้รับผลกระทบบ้างต่อการค้าระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักร จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดครับ

 

 

 

เศรษฐกาญจน์ อนุวัตรวงศ์

sedthakarn@se-ed.com

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด