เนื้อหาวันที่ : 2016-05-25 17:21:36 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 632 views

เอปสัน ผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพและการพิมพ์ระบบดิจิตอลระดับโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ประกาศครองเจ้าตลาดพรินเตอร์อิงก์เจ็ตและโปรเจ็กเตอร์ของไทยอย่างเหนียวแน่น ฉลองครบรอบ 25 ปี พร้อมเผยแผนกลยุทธ์สร้างธุรกิจเติบโตในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสานต่อแคมเปญใหญ่ Epson, Trust in You เพื่อตอกย้ำความไว้ใจของลูกค้า

กองบรรณาธิการ

 

 

 

ทีมผู้บริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด นายอนันต์พล นนทพันธุ์ (กลาง) ผู้จัดการทั่วไปด้านการบริการและบริหารองค์กร นายยรรยง มุนีมงคลทร (ขวา) ผู้จัดการทั่วไปด้านการขาย ผลิตภัณฑ์และการตลาด และ นายคณิน ธรรมภิบาลอุดม (ซ้าย) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ จัดงานแถลงผลประกอบการประจำปี 2015 พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างธุรกิจเติบโตในระยะยาวและเดินหน้าสานต่อแคมเปญใหญ่ Epson, Trust in You เพื่อตอกย้ำความไว้ใจของลูกค้า ณ จังหวัดน่าน

 

 

เอปสัน ผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพและการพิมพ์ระบบดิจิตอลระดับโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ประกาศครองเจ้าตลาดพรินเตอร์อิงก์เจ็ตและโปรเจ็กเตอร์ของไทยอย่างเหนียวแน่น ฉลองครบรอบ 25 ปี พร้อมเผยแผนกลยุทธ์สร้างธุรกิจเติบโตในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสานต่อแคมเปญใหญ่ Epson, Trust in You เพื่อตอกย้ำความไว้ใจของลูกค้า

 

 

          นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีครบรอบ 25 ปี เอปสัน ประเทศไทย บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ในการทำแคมเปญสื่อสารการตลาด ภายใต้ชื่อ TRUST เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้ามาตลอด 25 ปี ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งในเชิงการรับรู้แบรนด์ที่กว้างขึ้น และทัศนคติที่ดีของลูกค้าต่อแบรนด์เอปสัน ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม และช่วยสนับสนุนด้านการขายจนเป็นไปตามเป้าที่วางไว้

 

          "สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมา บริษัทฯ คาดว่าจะรับรู้รายได้รวมจากการขายสินค้าทุกกลุ่ม ทั้งของประเทศไทย และตลาดในภูมิภาคภายใต้การดูแลของเอปสัน ประเทศไทย ได้แก่ ประเทศเวียดนาม พม่า กัมพูชา ลาว และ ปากีสถาน รวมเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8% โดยแบ่งเป็นตลาดประเทศไทยเติบโตเพิ่มขึ้น 6% และตลาดต่างประเทศ เติบโต 16% ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทฯ สามารถรุกขยายเข้าสู่ตลาดกลุ่ม Mid to High เช่น องค์กรธุรกิจขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา และเอเจนซี่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น”

 

 

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด

 

 

          นายยรรยง กล่าวถึงการเติบโตของสินค้าแต่ละประเภทว่า พรินเตอร์อิงก์เจ็ตมีการเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 20% เนื่องจาก กลุ่ม L-Series หรือเครื่องแท็งก์แท้ของเอปสันทำยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดกรุงเทพและต่างจังหวัด พร้อมได้ฐานลูกค้าเพิ่มจากกลุ่มผู้ใช้เครื่องแท็งก์เถื่อนที่เริ่มลดลงเรื่อย ๆ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เอปสันเคยคาดการณ์ถึงแนวโน้มตลาดพรินเตอร์อิงก์เจ็ตว่า ระบบหมึกพิมพ์ความจุสูงจะขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีมูลค่าการขายมากกว่า 70% ของตลาดทั้งหมดภายใน 5 ปี ซึ่งปัจจุบันพรินเตอร์ระบบแท็งก์ก็มีมูลค่าทะลุไปถึง 72% แล้ว เอปสันที่เป็นแบรนด์แรกที่ทำวิจัยและพัฒนาระบบแท็งก์ที่ได้มาตรฐาน และสามารถทำงานคู่กับหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังเดินหน้าสร้างแบรนด์ L-Series และทำตลาดอย่างจริงจัง พร้อมกับเพิ่มไลน์สินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงมี L-Series มากถึง 12 รุ่นอยู่ในตลาดปัจจุบัน ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่โฮมยูส นักศึกษา ธุรกิจโซโห เอสเอ็มอี ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

 

 

 

 

 

          “ในปีที่ผ่านมาเอปสันยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดพรินเตอร์อิงก์เจ็ต ทั้งประเภทซิงเกิลฟังก์ชั่นและมัลติฟังก์ชั่นด้วย สัดส่วนตลาดเชิงมูลค่าถึง 41% เพิ่มจาก 35% ในปี 2557 โดยเฉพาะตลาดธุรกิจโซโหและเอสเอ็มอีที่กลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของพรินเตอร์อิงก์เจ็ต เอปสันก็ยังเป็นหมายเลขหนึ่งของตลาดนี้ ในขณะที่ตลาดคอนซูเมอร์เริ่มลดลง เนื่องจากยอดการพิมพ์ตามบ้านน้อยลงเพราะคนใช้สมาร์ทดีไวซ์กันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในกลุ่มสินค้าพรินเตอร์หมึก พิมพ์ความจุสูง เอปสันยังครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 55%”

 

 

 

 

  

          นายยรรยงกล่าวต่อว่า “กลุ่มสินค้าที่เติบโตมากที่สุดเป็นอันดับสองคือกลุ่มทีเอ็มพรินเตอร์ เช่น พรินเตอร์พิมพ์ใบเสร็จ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 16% เนื่องจากมีห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงร้านค้าปลีก และร้าน อาหารเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก ในส่วนโปรเจ็กเตอร์ มียอดขายเพิ่มถึง 3% ซึ่งถึงแม้ตลาดโดยรวมจะไม่มีการขยายตัว แต่เอปสันก็ยังคงสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 35% โดยบริษัทฯ ได้ใช้กลยุทธ์ในการออกสินค้าใหม่อยู่เสมอ เพื่อไปตอบโจทย์ความต้องการทุกด้าน ของลูกค้าทุกประเภท ทั้งในแง่ของความคุ้มค่า ระดับความสว่าง ฟังก์ชั่นการทำงาน ไปจนถึงความเหมาะสมกับประเภทธุรกิจ ซึ่งปัจจุบัน เอปสันมีโปรเจ็กเตอร์มากกว่า 60 รุ่นอยู่ในตลาด และยังคงชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยี 3LCD ความคุ้มค่าในการลงทุนที่ได้เปรียบคู่แข่ง พร้อมบริการหลังการขายที่ดี ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ลูกค้าที่เน้นใช้งานด้าน พรีเซนเตชั่น อย่าง กลุ่มสถาบันการศึกษา เอเจนซี่โฆษณา ออร์แกไนเซอร์ ต้องการ”

 

 

 

 

 

           “ส่วนกลุ่มพรินเตอร์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม ไม่มีการเติบโตที่โดดเด่นมากนักในปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพโดยรวมของตลาดไม่ได้มีการขยายตัว แต่กลับมีโอกาสการเติบโตอย่างมากรออยู่ในปีนี้ เพราะเอปสันเพิ่งจะเปิดตัว โปรโมชั่นใหญ่พร้อมกันทั่วภูมิภาค ด้วยการลดราคาน้ำหมึกแท้ของพรินเตอร์ Dye Sublimation สำหรับธุรกิจสิ่งทอ 55% และธุรกิจป้ายโฆษณาถึง 70% พร้อมออกสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการ ในขณะที่เร่งขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเพื่อรุกอุตสาหกรรมสิ่งทอและป้ายโฆษณา รวมถึงตลาดต่างจังหวัด”

 

 

          “บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น จากกลุ่มเครื่องเธิร์ดปาร์ตี้หรือเครื่องประกอบที่มีใช้อย่างแพร่หลายใน ปัจจุบัน โปรโมชั่นนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องประกอบสนใจหันมาทดลองใช้พรินเตอร์และหมึกพิมพ์ แท้ของเอปสันกันมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการจะสามารถลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพการผลิต และขยายไลน์ธุรกิจที่เน้นงาน คุณภาพ หรืองานแบบ Made to Order ได้มากขึ้น อีกทั้งยังได้รับการดูแลโดยตรงจากเอปสัน ปัจจุบันเอปสันเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเพียงรายเดียวในตลาด ที่ให้การรับประกันทั้งในส่วนหัวพิมพ์และตัวเครื่องนาน 2 ปี”

 

 

ปี 2559 ตั้งเป้าโต 10% ด้วยแผนกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน

 

          นายยรรยงกล่าวถึงทิศทางธุรกิจในปี 2559 ว่า เอปสัน ประเทศไทย ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 10% โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มสินค้าหลักทั้ง 3 กลุ่มจะมีอัตราเติบโตดังนี้ กลุ่มพรินเตอร์อิงก์เจ็ต 15% พรินเตอร์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม 15% และโปรเจ็กเตอร์ 8% ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ที่เน้นสร้างการเติบโตในระยะยาวได้ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างมูลค่าที่แท้จริงที่ลูกค้าควรได้รับ (Real Customer Value) การสร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ (New Business Value) และการสร้างมูลค่าให้แบรนด์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Brand Value)

 

          “ในกลยุทธ์แรก การสร้างมูลค่าที่แท้จริงที่ลูกค้าควรได้รับ บริษัทฯ จะโฟกัสที่ความพึงพอใจของลูกค้าใน 4 ด้าน ได้แก่ ตัวสินค้าที่ยังเน้นช่วยลูกค้าลดต้นทุนในการทำธุรกิจ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน และมีขนาดที่เล็กและบางเบา เน้นพกพาสะดวก โดยเอปสันมีแผนจะเปิดตัว L-Series รุ่นใหม่ เพื่อครอบคลุมความต้องการของตลาดมากขึ้น และโปรเจ็กเตอร์ความสว่างตั้งแต่ 6,000–25,000 ลูเมนส์ ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ Laser Light Source ให้ระดับแสงสีดำที่ดำสุดได้ ภาพจึงมีมิติและสมจริงมาก ใช้พลังงานน้อยและสร้างความร้อนต่ำ ที่สำคัญมีอายุการใช้งานนานถึง 20,000 ชั่วโมง เหมาะกับงานอีเวนต์กลางแจ้ง รวมถึงสินค้ารูปแบบพกพาสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น พรินเตอร์ใบเสร็จแบบพกพา รุ่น TM-m30 หรือพรินเตอร์ใบเสร็จสำหรับธุรกิจค้าปลีก รุ่น TM-80 Series และแว่นตา อัจฉริยะ Moverio BT-2000 ที่สามารถนำเสนอข้อมูลแบบ 3 มิติ ซึ่งเหมาะกับแวดวงอุตสาหกรรม เป็นต้น”

 

          “ต่อมาคือด้านพันธมิตรตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเอปสันจะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบัน ที่มีอยู่ 166 ราย เป็นอย่างน้อย 180 รายในปีนี้ นอกจากนี้จะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะด้านมากขึ้น เช่น หน่วยงานราชการ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และตลาดเฉพาะทางวิชาชีพ เช่น โรงพยาบาล คลินิก รวมถึง ตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอินโดจีนที่เอปสัน ประเทศไทยดูแลอยู่”

 

          “ด้านแคมเปญการตลาดที่จะเน้นถึงคุณค่าสูงสุดที่ลูกค้าได้รับ โดยเน้นการให้ข้อมูลด้านสินค้าและเทคโนโลยี เพื่อให้ ลูกค้าเกิดความมั่นใจและเกิดประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์เอปสัน ว่าลูกค้าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจ ในราคาที่คุ้มค่าด้วยฟังก์ชั่นที่สามารถตอบสนองทุกโจทย์ความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบในระยะยาว เมื่อเลือกใช้เอปสัน” นายยรรยงกล่าวเสริม

 

          “ด้านการบริการ ปัจจุบันเอปสันเป็นแบรนด์ที่ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าในด้านการให้บริการหลังการขายในระดับที่สูง และบริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ต่อไป เพราะการบริการคือ การสร้าง Brand Loyalty ซึ่งเป็นส่วนของการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ มีการจัดฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่ในส่วนของเทคโนโลยีตัวสินค้า แต่ยังมีทักษะในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น การสื่อสาร การให้บริการ เทรนด์ของเทคโนโลยี เป็นต้น”

 

          นายยรรยงกล่าวต่อว่า “กลยุทธ์ด้านที่สอง คือการสร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ ซึ่งปรัชญาองค์กรของเอปสันที่จะไม่หยุดอยู่ที่สิ่งที่มีในปัจจุบัน เราจะคาดการณ์อนาคตและพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้ามาสร้างความต้องการให้กับลูกค้า และกำหนดเทรนด์ให้กับตลาด สำหรับตลาดประเทศไทย เอปสันจะผลักดันให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าสู่มาตรฐานดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ ที่ยังใช้ระบบอะนาลอกหรือการพรีเซนเตชั่นในรูปแบบเก่า ล้วนแต่เป็นโอกาสทางการตลาดของเอปสันทั้งสิ้น เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอซึ่งมีการใช้ระบบการพิมพ์อนาล็อกเพื่อผลิตงาน ลักษณะ Mass Production เอปสันจะเข้าไปสร้างทางเลือกและโอกาสทางธุรกิจผ่านพรินเตอร์ระบบดิจิทัล ประเภท Dye Sublimation หรือการนำนวัตกรรมทีเอ็มพรินเตอร์ Mobile POS เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในร้านค้าปลีก เพื่อให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ อยู่บนโลกดิจิทัลและโลกไร้สายอย่างสมบูรณ์”

 

          “กลยุทธ์สุดท้าย คือการสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับแบรนด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และทุกกิจกรรมที่เอปสันดำเนินการ ในปีนี้ เอปสัน ประเทศไทยมีแผนที่จะทุ่มงบประมาณไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว ในการทำแคมเปญ Epson, TRUST in YOU เพื่อรักษาความต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยจะนำเสนอในเรื่องคุณค่าของความไว้ วางใจของกลุ่มลูกค้าในอีกแง่มุมที่สามารถจับต้องได้มากขึ้น พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนร่วมกับเอปสันทุกฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจำหน่าย ลูกค้า สังคม ขับเคลื่อนไปจนถึงความสำเร็จร่วมกัน” นายยรรยง ทิ้งท้าย

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด