เนื้อหาวันที่ : 2016-03-15 12:14:10 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 620 views

มาร์ค เพลิทิเยร์

ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย

 

 

 

 

          ในอดีตที่ผ่านมา ชุมชนธุรกิจมักจะโดนกล่าวหาว่าละเลยเรื่องวิกฤติสภาพภูมิอากาศกันอยู่บ่อยครั้ง มองอีกในมุมหนึ่ง ภาคสาธารณะ ถูกมองว่าตอบรับความริเริ่มใหม่ได้ช้าเกินไป ซึ่งเป็นความริเริ่มที่อาจจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพลิกผลกระทบที่อันตรายที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กลับเป็นอีกมุม

 

 

          หากในตอนนี้ ภาพต่าง ๆ เริ่มเด่นชัดมากขึ้น นั่นคือภาพที่องค์กรธุรกิจต้องเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศชั้นนำของโลกพร่ำบอกถึงความจำเป็นในการจำกัดสภาวะโลกร้อนให้อยู่ที่ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส และปฏิบัติการใดบ้างที่ภาครัฐบาลของชาติต่าง ๆ ได้ตั้งปฏิญาณในการดำเนินการกันไว้

           หน่วยงานรัฐบาลจากทั่วโลกกำลังเริ่มประกาศ “การกำหนดเป้าหมายสนับสนุนในระดับประเทศอย่างมุ่งมั่น” (INDCs–Intended Nationally Determined Contributions) ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่มุ่งมั่นเพื่อกำจัดวิกฤติสภาพภูมิอากาศให้หมดไป ในขณะที่สิ่งนี้ดูจะเป็นความมุ่งหวังที่ไกลเกินความคาดคิดของหลายคน หากก็ยังคงมีช่องว่างสำคัญระหว่างการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นักวิทยาศาสตร์ล้วนกล่าวว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น และการดำเนินการเหล่านี้อาจจะส่งผลให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ ทั้งนี้ นายบันคีมูน ได้จัดการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงนิวยอร์ก โดยมีการกล่าว กระตุ้นประชาสังคม หน่วยงานธุรกิจและเมืองต่าง ๆ ให้หันมาร่วมดำเนินการเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว

          และในตอนนี้ ชุมชนธุรกิจก็ได้เห็นร่วมกันอย่างแพร่หลาย ว่าการกำจัดคาร์บอนในสังคมเป็นส่วนสัมพันธ์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนามนุษยชาติ เนื่องจากคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในเชิงพาณิชย์จากการเปลี่ยนถ่ายไปสู่เศรษฐกิจที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ

          องค์กรธุรกิจหลายแห่งกำลังดำเนินการกันโดยตรงด้วยตัวเอง เพื่อสาธิตว่าได้มีการดำเนินการบางอย่าง ไม่ใช่แค่พูดว่าจะทำเช่นในประเด็นต่อไปนี้

          • การตั้งเป้าเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอน ให้สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์และการเรียกร้องในส่วนของเป้าหมายระยะยาวทั่วโลกเพื่อกระตุ้นการลงทุนเพื่อลดคาร์บอนให้ต่ำลง

          • การติดตั้งมาตรการด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้พลังงานรวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้อง

          • จัดหาพลังงานหลักจากแหล่งพลังงานทดแทนเพื่อขับเคลื่อนให้ภาคพลังงานลดปริมาณคาร์บอน และ

          • เรียกร้องในเรื่องของการตีราคาคาร์บอนที่คุ้มค่า เพื่อส่งสัญญาณไปยังตลาดและขับเคลื่อนให้เกิดการตัดสินใจในการลดคาร์บอนลง

          และแน่นอนว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้บางภาคส่วนเสียผลประโยชน์ กระทั่งอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลก็ยังเข้าใจได้ว่าหากมีการดำเนินงานแต่เนิ่น ๆ รวมถึงร่วมด้วยช่วยกันเปลี่ยนแปลง ทุกคนก็จะกลายเป็นผู้ชนะในเศรษฐกิจแบบใหม่นี้

          แต่องค์กรธุรกิจกำลังมาถึงจุดที่พบกับข้อจำกัดในการที่ไม่สามารถดำเนินการบางอย่างได้ด้วยตัวเอง ทำให้องค์กรส่วนใหญ่ในตอนนี้เริ่มมองหาทางทำงานร่วมกับภาครัฐฯ และผู้กำหนดนโยบายระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดนโยบายที่ชาญฉลาดและมีเป้าหมายในเรื่องสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยสร้างตลาดและผลักดันให้มีการลงทุนในเรื่องนี้ได้

          ณ จุดนี้ ยานพาหนะที่ใช้ไฟฟ้าหรือรถที่ใช้ระบบไฮบริด ก็ยังคงมีราคาแพงกว่ารถที่ใช้น้ำมันเบนซิน หรือดีเซลอยู่ หากก็ยังมีข้อได้เปรียบชัดเจนในเรื่องของสภาพแวดล้อม และนโยบายที่ชาญฉลาดก็สามารถกระตุ้นตลาดได้ นวัตกรรมก้าวกระโดดนี้นับเป็นหัวใจสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการช่วยให้ทุกคนและทุกภาคส่วนใช้พลังงานได้อย่างฉลาดมากขึ้น และนโยบายเหล่านี้ ก็สามารถกระตุ้นเรื่องดังกล่าวได้ ประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานในอาคารที่มีอยู่ปัจจุบันส่วนใหญ่จะอิงกับเรื่องของการวัดประสิทธิภาพในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ให้ประโยชน์หลายอย่างทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่มันจะไม่เกิดขึ้นหากเจ้าของไม่ได้โดนสั่งให้ดำเนินการในช่วงที่มีการปรับปรุงอาคาร ครั้งหนึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม เคยมีค่าใช้จ่ายและมีความเสี่ยงมากกว่าโรงพลังงานถ่านหิน แต่ปัจจุบัน สามารถแข่งขันกับทางเลือกพลังงานแบบดั้งเดิมในหลายแห่งทั่วโลกได้ เรื่องนี้ถูกกระตุ้นด้วยการเติบโตของประเทศที่มีนโยบายในการตีค่าคาร์บอน เศรษฐกิจมีส่วนช่วยผลักดันการลดปริมาณคาร์บอนลดลงได้รวดเร็วกว่าบรรดาประเทศที่ไม่มีนโยบายดังกล่าว

          ความท้าทายยังคงเป็นเรื่องใหญ่ ปีแล้วปีเล่า เราจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเงินลงทุนเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดทั่วโลก เป็นแหล่งพลังงานใหม่และทำให้เป็นสินทรัพย์ด้านพลังงานที่พอเพียง เรื่องนี้จะสำเร็จได้ก็ด้วยแนวทางและกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อผลักดันเศรษฐกิจควบคู่ไปพร้อมกัน การนำเสนอนโยบายเหล่านี้ต้องมีความน่าเชื่อถือพอที่จะรองรับกรณีธุรกิจเพื่อให้ดำเนินการได้ดั่งหวัง

          หลายองค์กรมีความสมัครใจที่จะร่วมดำเนินการ รวมถึงการเป็นพันธมิตรร่วมกับผู้กำหนดนโยบายในโครงข่ายการดำเนินการเหล่านี้ และนี่เป็นสาเหตุให้เครือข่ายธุรกิจหลัก ๆ จากทั่วโลกร่วมแรงร่วมใจกัน และเชื้อเชิญผู้กำหนดนโยบายของโลกมาร่วมพูดคุยในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและธุรกิจ ณ กรุงปารีส (Business & Climate Summit) ในวันที่ 20-21 พฤษภาคม ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญทางธุรกิจที่จะปูทางไปสู่ COP21 ที่เป็นการร่วมด้วยช่วยกันแสดงให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ต่างกำลังเดินมาในแนวทางนี้ เพื่อเราจะร่วมปรับเปลี่ยนทิศทางการทำธุรกิจ โดยเคารพเรื่องการจำกัดสภาพภูมิอากาศให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส และสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้เฟื่องฟูในอนาคตด้วยปริมาณคาร์บอนต่ำ

 

 

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

 

          ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านระบบการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น โดยมีรายได้ประจำปีงบประมาณ 2557 คิดเป็นมูลค่า 25 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท ในปี 2557 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีพนักงาน 170,000 คนไว้คอยให้บริการลูกค้าในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการพลังงานและกระบวนการทำงานได้อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ ประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ นับตั้งแต่สวิตช์ไฟแบบเรียบง่ายที่สุด ไปจนถึงระบบการทำงานที่ซับซ้อน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และการบริการที่ช่วยให้ลูกค้ายกระดับประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ และการดำเนินงานได้แบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อของเราจะช่วยปรับโฉมอุตสาหกรรม เปลี่ยนเมือง และช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “Life is On” www.schneider-electric.com

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด