เนื้อหาวันที่ : 2017-01-26 15:03:26 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 532 views

พิทักษ์ ศุภบัณฑิตย์กุล

 

 

อันความเพียรพยายามนั้นเป็นสิ่งดี ยิ่งใครมีความเพียรมากเท่าใด โอกาสที่จะเรียนรู้ได้มากและประสบความสำเร็จก็มีมากเท่านั้น หลายคนมองเรื่องความเพียรเป็นเรื่องหลักธรรมหรือเป็นเรื่องความอดทนที่เป็นคำสอนและมักมองว่าเรื่องจริง ชีวิตจริงนั้นความเพียรเข้ามามีส่วนน้อยมาก ปัญหามันมีมากมาย คงต้องย้อนถามกลับไปว่าที่คิดเช่นนี้เพราะมีความเพียรมากน้อยเท่าไรกับชีวิตที่ผ่านมา

 

     พนักงานทุกคนทุกองค์กรล้วนแล้วแต่เคยเจอกับปัญหาการทำงานกันทั้งสิ้น อาจเป็นจากเนื้อหาการทำงานหรือจากทีมงาน ทุกปัญหาล้วนมีแนวทางหรือวิธีการแก้ไข เพียงแต่จะค้นพบหรือช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ดีขนาดไหน ความเพียรพยายามในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกคน เพราะมันคือพลังขับเคลื่อนที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ องค์กรใดสร้างแรงขับนี้ได้ย่อมที่จะมีโอกาสก้าวสู่องค์กรชั้นแนวหน้า แล้วความเพียรนี้จะก่อเกิดหรือสร้างความเข้าใจให้กับพนักงานทุกคนได้อย่างไร

 

“ความเพียร” คืออะไร

 

          เชื่อได้ว่าทุกคนย่อมรู้จักคำว่า “ความเพียร” ทว่าจะเข้าใจความหมายของคำนี้มากน้อยแค่ไหนย่อมต้องใช้เวลาเรียนรู้และประสบการณ์ที่ต่างกัน พนักงานหลายคนมีความอดทนพยายามในการทำงานเป็นอย่างมาก สู้ทนทำงานจนได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็นตัวอย่างอันดีของพนักงานอีกหลายๆ คน แต่บางคนทำงานเหนื่อยหนักแต่ไม่ได้รับความสนใจเลยจากหัวหน้างานต้องทนทำอยู่อย่างนั้นไปเรื่อย ๆ สุดท้ายแล้วก็ต้องลาออกเพราะหมดความอดทน จึงเป็นเรื่องที่ต้องมาตามหาเหตุผลของแต่ละคนว่าทำไมจึงทนไม่ไหว ทำไม่จึงไม่หาทางออกที่ดีกว่านี้ เพราะการลาออกเป็นทางออกของการยุติปัญหาแต่มันยังคงเป็นเรื่องที่ติดตัวพนักงานคนนั้นไปอีกนาน บางทีปัญหาที่เกิดอาจจะเป็นผลมาจากนิสัยการทำงานของพนักงานเองก็ได้

 

          ในบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” ที่ในหลวงทรงพระราชนิพนธ์ไว้นั้นเป็นตัวอย่างอันดีมากในเรื่องของความเพียร ทรงใช้บทพระราชนิพนธ์เรื่องนี้เป็นตัวอย่างสอนเรื่องของความเพียรพยายามให้กับพสกนิกรได้ทราบผ่านเรื่องราวของพระมหาชนกที่มีความเพียรพยายามในการทำเรื่องต่าง ๆ ให้สำเร็จได้อย่างน่าอัศจรรย์ มีความเพียรมากกว่าที่คนหลาย ๆ คนจะกล้าที่จะอดทนทำต่อไปอีกกระทั่งเป็นผลสำเร็จ พนักงานหลายคนทำงานด้วยความอุตสาหะและมุ่งที่จะสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตตัวเองจากผลงาน ขณะเดียวกันก็มีพนักงานอีกหลายคนมุ่งมั่นทำงานกับงานที่ท้าทายความสามารถ พนักงานที่อดทนทำงานกระทั่งผ่านพ้นขั้นตอนต่าง ๆ ได้ และมีผลงานที่ดีเยี่ยมย่อมที่จะมีความสุขกับชีวิตการทำงาน ตรงข้ามกับพนักงานที่ไม่ประสบความสำเร็จกับการทำงานชีวิตการทำงานในแต่ละวันดูจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ มองไม่เห็นความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่

 

          อะไรกันที่จะมาช่วยฉุดพนักงานที่กำลังหมดไฟในการทำงาน ถ้าคุณทำงานได้ดีแล้วเพื่อนร่วมงาน ผู้บริหาร ย่อมที่จะเห็นคุณค่าของคุณ แต่เมื่อไรที่คุณทำงานด้อยประสิทธิภาพแสดงว่าคุณไม่เข้าใจกับงานที่ทำหรือมีปัญหากับตัวเอง ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอันเกิดจากปัญหาหนี้สิน การดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน หรือมีนิสัยเข้ากับเพื่อนร่วมงานยาก ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหา เมื่อทราบถึงปัญหาตัวเองก็ย่อมจะต้องใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง จัดการกับปัญหาส่วนตัวได้ก็มาจัดการกับปัญหาที่ทำงาน สนุกกับชีวิตการทำงานในแบบของคนที่มีสติ มีความพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เท่านี้ก็เป็นพื้นฐานของความเพียรแล้ว เพราะเมื่ออดทนแก้ไขปัญหาได้ย่อมมีโอกาสเดินหน้าต่อไปอีก และเมื่อมีสติพร้อมทำงานก็ย่อมที่จะทำงานอย่างรอบคอบ แก้ไขปัญหาทุกเปราะอย่างตั้งใจไม่ย่อท้อ การทำอย่างมีเหตุผลไม่หนีปัญหาเช่นนี้เองที่กลายเป็นความเพียรพยายามอย่างไม่รู้ตัว

 

สามัคคีเสริมความเพียรกลายเป็นพลัง

 

          อย่างที่กล่าวมาในข้างต้นว่าเมื่อไรก็ตามที่เราจัดการกับปัญหาข้างหน้าด้วยสติปัญหามากกว่าการเดินหนีปัญหา เราย่อมจะมองเห็นช่องทางในการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข ในองค์กรต่าง ๆ ย่อมที่จะมีทีมงานที่ย่อยแยกตำแหน่งต่าง ๆ ตามกระบวนการทำงาน คำว่าทีมงานเป็นความหมายว่าต้องทำงานร่วมกัน ดังนั้นทุกคนในทีมย่อมต้องทำงานอย่างเต็มความสามารถ รักที่จะทำงานพร้อม ๆ กันกับเพื่อนร่วมงานทุกคน การประสานความร่วมมือจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างผลผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพให้กับองค์กร ใครเก่งเรื่องไหนก็ระดมสมองระดับความคิดและความสามารถในการทำงานเข้ามาเสริมส่วนที่ต้องเติมแต่ง ใครถนัดในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นติชมก็ทำหน้าที่ไป ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ความเห็นที่แตกต่างไม่ใช่ความแตกแยกของทีมงานแต่เป็นอีกมุมมองที่ต้องช่วยกันปรับแก้ให้ได้ผลผลิตที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

               

          เมื่อเราสร้างความเข้าใจของทีมงานได้ พนักงานทุกคนก็ลดความกังวลในการทำงานเพราะได้ประสานงานกันตลอด มีคนช่วยคิดช่วยแก้ไขผิดถูกมาช่วยกันทำให้งานออกมาดีที่สุด ความเพียรพยายามที่ทุกคนต่างมีอยู่แล้วในตัวเองก็จะยิ่งเพิ่มพลังมากยิ่งขึ้นเพราะทำงานแล้วมีความสุข ความสามัคคีจึงเป็นอีกพลังที่จะมาเสริมพลังความเพียรที่ทุกคนร่วมกันทำงาน

 

สร้างความชัดเจนต่อสิ่งที่อดทนทำ

 

          การจะทำอะไรให้สำเร็จแต่ต้องใช้เวลานั้นเป็นเรื่องปกติที่คนทำงานต้องพบเจอ แต่บางครั้งการอดทนทำต่อไปเรื่อย ๆ นั้นอาจเป็นเรื่องน่าเบื่อ พนักงานเองต้องถามตัวเองบ่อย ๆ ว่าต้องมาทำเพื่ออะไร อย่างนี้คงเป็นอุปสรรคที่จะสร้างความเพียรให้กับพนักงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มักมาจากความไม่มั่นใจในงานที่ทำ อาจเป็นเรื่องของประสิทธิภาพเครื่องมือเครื่องจักร ความรู้ความสามารถของพนักงาน สถานะทางการเงินขององค์กร อะไรก็ตามที่กล่าวมาล้วนเป็นตัวที่สร้างปัญหารบกวนสมาธิในการทำงานของพนักงาน สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือเรียกขวัญและกำลังใจพนักงานกลับมาให้เร็วที่สุด

               

          การจัดประชุมชี้แจงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นโดยผู้บริหารกับพนักงานเป็นสิ่งที่พึงกระทำอันดับแรก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าพวกเขากำลังทำงานด้วยความมั่นคงในระดับใด ผู้บริหารมีแนวทางแก้ไขปัญหาแล้วอย่างไรบ้าง ณ ขณะนี้องค์กรมีประสิทธิภาพในการรับส่งงานได้มากน้อยขนาดไหน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพนักงานเมื่อพวกเขาอดทนทำงานให้ได้ตามเป้าหมายคืออะไรบ้าง เช่น โบนัสปลายปี เงินพิเศษที่จะมีให้กับทุกคนเมื่อส่งมอบงาน เป็นต้น

               

          บางครั้งการสร้างแรงจูงใจที่ต้องมีช่วงเวลานานมักก่อให้เกิดปัญหาความคับข้องใจบ้าง เช่น งานต้องแก้ไขอีกกี่ครั้ง ฐานะการเงินขององค์กรยังดีอยู่หรือเปล่า ความชัดเจนในการทำงานเพื่อให้พนักงานเลิกกังวลกับปัญหาที่มารบกวนสมาธิในการทำงานจึงเป็นเรื่องของการชี้แจงที่ชัดเจน การสร้างขวัญและกำลังใจให้ทีมงานด้วยการจัดอบรมเรื่องของการสร้างทีมงานเพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของทีมงาน ให้มองเห็นความสำคัญของทำงานแต่ละคน

 

ความเพียรพยายามคือปัจจัยสำคัญมากในการทำงานของทุกองค์กร หากความเพียรลดน้อยถอยลงไปต้องมองให้เห็นปัญหาและแก้ไขอย่างมีสติ เรียกความเชื่อมั่นและชี้แจงเหตุผลที่ทุกคนต้องก้าวข้ามผ่านปัญหาไปด้วยกัน ต้องช่วยกันทำงานให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ความเพียรจะนำพามาซึ่งความสำเร็จถ้าเราเข้าใจถึงความเพียรอย่างแท้จริง

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailandindustry.com
Copyright (C) 2009 www.thailandindustry.com All rights reserved.

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailandindustry.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด