ธีระวัฒน์ หนูนาค จิรายุ ไทยประเสริฐ บริษัท เมเชอร์โทรนิกซ์ จำกัด
.
ความอยู่รอดของอุตสาหกรรมในภาวะแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบันต้นทุนด้านพลังงานโดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า มีสัดส่วนที่สูงมากและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นโรงงานต่าง ๆ จึงต้องมีการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการนำระบบการผลิตแบบอัตโนมัติเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ซึ่งคุณภาพของไฟฟ้าที่ใช้เป็นปัจจัยสำคัญต่อปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมาอีกมากมาย
.
.
ปัญหาคุณภาพไฟฟ้าเป็นอย่างไร
ความเชื่อมั่นในระบบการผลิตทั้งหมด ตั้งอยู่บนความเชื่อถือได้ของคุณภาพไฟฟ้าที่ใช้ในระบบ ปัญหาคุณภาพไฟฟ้าอาจเป็นสาเหตุกระบวนการผลิตติดขัด, เครื่องจักรและอุปกรณ์เสียหายหรือไม่ทำงาน ซึ่งผลของมันอาจเบา ๆ แค่เพียงการจ่ายค่าพลังงานที่แพงเกินกว่าเหตุ หรือ รุนแรงถึงขึ้นต้องหยุดขบวนการผลิตโดยสิ้นเชิง นั่นคือปัญหาคุณภาพไฟฟ้าเข้าขั้นวิกฤติแล้ว
.
.
ระบบต่าง ๆ ที่เป็นเอกเทศในระบบ อาจสร้างความยุ่งยากซับซ้อนของปัญหามากยิ่งขึ้น คอมพิวเตอร์อาจยังคงทำงานปกติดี แต่ระบบเน็ตเวิร์กดาวน์ ก็เลยไม่มีใครสามารถสั่งงานหรือทำรายงานใด ๆ ได้ ขบวนการผลิตทำงานปกติ แต่ระบบควบคุมอุณหภูมิห้องและการระบายอากาศ (HVAC) มีปัญหาไม่ทำงาน การผลิตจำเป็นต้องหยุดโดยปริยาย จะเห็นได้ว่ามีจุดวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้ทั่วไป ปัญหาคุณภาพไฟฟ้าเป็นตัวการที่ทำให้ต้องหยุดการผลิตเป็นพัก ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการสูญเสียเวลาอย่างยิ่ง
.
มูลค่าความสูญเสียจากคุณภาพไฟฟ้า
ปัญหาคุณภาพไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อ 3 ปัจจัยสำคัญ คือ เครื่องหยุดเดิน (Downtime), เครื่องพัง (Equipment Problems) และค่าไฟแพง (Energy Costs)
.
* เครื่องหยุดเดิน ต้นทุนความสูญเสียจากการหยุดงาน พิจารณาได้ 2 กรณี 1. ผลตอบแทนจากผลิตต่อชั่วโมงที่หายไป 2. ต้นทุนการผลิตที่เสียไปเปล่า ๆ
.
ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาถึงขบวนการทางธุรกิจด้วย ว่ามีการสะดุดหยุดลงไปด้วยหรือไม่ ลูกค้าหายไปด้วยหรือไม่ ถ้าหายไปพร้อม ๆ กันกับการหยุดการผลิต มูลค่าความเสียหายคงมากมายเกินกว่าจะแก้ไขกลับคืนโดยง่าย ลูกค้าไปแล้วไปลับไม่กลับมาง่าย ๆ แน่
.
.
* เครื่องชำรุดเสียหาย
ตรงนี้อาจเป็นการยากที่จะคิดมูลค่าออกมา เพราะความเสียหายอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเพราะฮาร์มอนิกสูงเกินจนเครื่องชำรุด หรือไฟบางเฟสผิดปกติทำให้ประสิทธิภาพตกลง จึงต้องสืบสาวให้ชัดเจนก่อน 1. ตรวจค้นปัญหาที่เป็นต้นตอ 2. คิดมูลค่าเสียหายที่แท้จริงของแต่ละสาเหตุ
.
* ค่าไฟฟ้าสูงเกิน
ในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า จำเป็นต้องบันทึกรูปแบบการใช้กำลังไฟฟ้า ทำการปรับระบบ หรือย้ายช่วงเวลาใช้โหลดสูง เพื่อลดค่าของ 1. กำลังไฟฟ้าที่ใช้จริง (kWh) 2. ค่าชดเชยเพาเวอร์แฟกเตอร์ 3. ค่าธรรมเนียมโครงสร้างการใช้กำลัง Peak Load
.
แล้วปัญหาคุณภาพไฟฟ้ามาจากไหน
ปัญหาส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นในโรงงานนั่นเอง โดยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระบบกราวด์ไม่ดี, เดินสายไม่เหมาะสม หรือใช้สายระบบจ่ายขนาดเล็กกว่ามาตรฐาน, ใช้งานเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เกินกำลังที่ออกแบบมา, ขาดการบำรุงรักษาที่ดี เป็นต้น แม้ในระบบที่มีการติดตั้งที่สมบูรณ์แบบ มีการบำรุงรักษาที่ดีเยี่ยมแล้ว ก็ยังอาจเกิดปัญหาคุณภาพไฟฟ้าได้เมื่อมีอายุการใช้งานมากขึ้น
.
ปัญหาคุณภาพไฟฟ้าอาจมีจุดกำเนิดมาจากนอกโรงงานก็ได้ เราต้องอาศัยไฟฟ้าจากภายนอกที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดไฟฟ้าดับ ไฟตกชั่วขณะ หรือเกิดไฟกระชาก ขึ้นเมื่อใด ทุกอย่างคือต้นทุนสูญเสีย เราจะตรวจวัดปริมาณและจัดการกับมันได้อย่างไร
.
.
Fluke มีเครื่องมือสำหรับงานบันทึกและวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า เพื่อการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในทุกลักษณะ ทุกระดับงาน ทั้งเฟสเดียวและ 3 เฟส ตลอดจนการวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน ตรวจพบได้ยาก ที่ไม่อาจค้นพบได้ด้วยเครื่องมือทั่ว ๆ ไป มีซอฟต์แวร์ช่วยในการวิเคราะห์อันชาญฉลาด ช่วยคุณจัดการปัญหาจากคุณภาพไฟฟ้าได้อย่างมืออาชีพ
.
เครื่องบันทึกและวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า ชนิดใช้งานกับไฟฟ้าเฟสเดียว
.
Fluke 345 Power Quality Clamp Meter เครื่องวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้าแบบแคลมป์
Fluke 345 เป็นเครื่องมือที่รวมเอาความสามารถวิเคราะห์และบันทึกคุณภาพไฟฟ้า เข้ากับแคลมป์มิเตอร์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานตรวจเฝ้าระวังโหลดอิเล็กทรอนิกส์
.
ตัวอย่างการใช้งาน
* งานติดตั้งและตรวจค้นปัญหา ไดรฟ์แบบปรับความถี่ และระบบ UPS: ตรวจทานการทำงานให้แน่ใจก่อน โดยการวัดค่าพารามิเตอร์ด้านคุณภาพไฟฟ้า* วัดค่าฮาร์มอนิก: แก้ไขปัญหาฮาร์มอนิกก่อนที่จะสร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์* จับค่ากระแสกระชาก: ตรวจสอบกระแสกระชากช่วงเริ่มต้น กรณีเบรกเกอร์ตัดหรือรีเซ็ตเองบ่อย ๆ * ศึกษาโหลด: สอบทานความสามารถของระบบไฟฟ้า ก่อนการเพิ่มภาระ
.
.
คุณสมบัติ
* วัดกระแส AC/DC โดยไม่ต้องตัดวงจรด้วย Clamp-on ได้สูงถึง 1400 A rms AC และ 2000 A DC * มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด 600 V CAT IV * ให้ความแม่นยำแม้ในสภาพสัญญาณรบกวนสูง ด้วยวงจรกรองความถี่ Low-pass Filter * ทำ Data Logging ได้ เพื่อเก็บค่าความผิดปกติ พารามิเตอร์ต่าง ๆ และฮาร์มอนิก ได้นานทั้งระดับนาที หรือนานเป็นเดือน * ตรวจสอบแบตเตอรี่ โดยวัดค่า DC Ripple (%) ในระบบ * ตรวจวิเคราะห์ปัญหาและบันทึกฮาร์มอนิก * วัดกระแสกระชาก Inrush Current ตั้งแต่ 3 วินาที ถึง 300 วินาที * ใช้งานง่าย จอภาพแสดงผลเป็นรูปคลื่นและแนวโน้ม * ใช้ได้กับระบบไฟ 3 เฟส สำหรับทำ Balanced Loads * มีซอฟต์แวร์ Power Log เพื่อดูกราฟและทำรายงาน
.
Fluke VR1710 เครื่องบันทึกคุณภาพแรงดันไฟฟ้า 1 เฟส
.
Fluke VR1710 เป็นเครื่องบันทึกคุณภาพแรงดันไฟฟ้าเฟสเดียว แบบเสียบปลั๊ก ใช้งานง่ายมาก สำหรับการตรวจจับและบันทึกปัญหาด้านคุณภาพไฟฟ้า เพื่อการสืบสวนหาต้นตอ และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ลดปัญหาการหยุดกระบวนการผลิต เหมาะกับซ่อมบำรุง และการจัดการ Facilities ในโรงงาน และสถานที่ที่คุณภาพไฟฟ้ามีความจำเป็นต่อการทำงาน
.
.
ตัวเล็กนิดเดียว แต่ความสามารถเกินตัว
Fluke VR1710 มีขนาดกะทัดรัดเท่าฝ่ามือ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถในการใช้งานได้อย่างครบถ้วน สำหรับงานบันทึกคุณภาพแรงดันฟ้า 1 เฟส
* บันทึก แรงดันเปลี่ยนแปลง, ไฟดับ, คุณภาพไฟฟ้า ช่วยระบุสาเหตุของปัญหาแรงดันได้อย่างง่ายดาย * ใช้งานง่ายมาก เพียงเสียบปลั๊กเข้าไปในระบบ ก็บันทึกค่าได้ทันที * บันทึกค่าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุการณ์ และแรงดัน ในเครื่องมือตัวเดียว * อ่านค่าข้อมูลเป็นค่าสรุปแบบกราฟิกที่เข้าใจง่าย ช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาคุณภาพแรงดันไฟฟ้า * ดูค่า Min, Max, Average RMS (1/4 Cycle) พร้อมเวลา Time Stamp * แสดงค่าทรานเซียนต์ที่แท้จริง (>100 ?s) พร้อม Time Stamp ด้วยซอฟต์แวร์ที่มีให้มาพร้อม * วัดค่าและดูแนวโน้มของ Short Term Flicker PST (ที่ 10 นาที) และ Long Term Flicker PLT (ที่ 2 ชั่วโมง) * บันทึกค่าฟลิกเกอร์ตรงตามข้อกำหนด EN 61000-4-15, ค่าฮาร์มอนิกย่อย และ THD พร้อมแนวโน้ม * วิเคราะห์เชิงสถิติของเหตุการณ์ เพื่อให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดบ่อย หรือมีค่าผิดปกติมาก * แถมซอฟต์แวร์ PowerLog สำหรับการดาวน์โหลด, วิเคราะห์, และทำรายงานอัตโนมัติ
.
การประยุกต์ใช้งาน
เครื่องบันทึกคุณภาพแรงดันไฟฟ้า Fluke VR1710 สามารถใช้งานได้ในงานเหล่านี้
.
• งานบันทึกแรงดัน คอยตรวจเฝ้าระวังและทำการบันทึกแรงดันจ่าย, วัดแรงดัน RMS, ค่าสูงสุดต่ำสุด, ค่าเฉลี่ย ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าจากเต้าเสียบว่าให้แรงดันคลาดเคลื่อนภายในช่วงที่ยอมรับได้หรือไม่• วัดค่าความเพี้ยนหรือดิสทอร์ชั่น วัดความถี่และฮาร์มอนิก, ตรวจสอบผลกระทบจากโหลดที่มีดิสทอร์ชั่น (เช่น ระบบ UPS, มอเตอร์ไดรฟ์ และอื่น ๆ) ที่มีต่ออุปกรณ์ข้างเคียง ซึ่งฮาร์มอนิกที่สูงเกินไปจะทำให้เกิดความร้อนสูงที่สายนิวตรอน• วัดฟลิกเกอร์ วัดปริมาณผลกระทบของโหลดแบบสวิตชิ่งในระบบแสงสว่าง• ตรวจจับแรงดันทรานเชียนต์ ตรวจจับเหตุการณ์เกิดครั้งเดียวหรือมา ๆ หาย ๆ ที่มีผลต่ออุปกรณ์ โดยเก็บบันทึกเต็มรูปคลื่น พร้อมข้อมูลวันเวลาและความยาวที่เกิด
.
Fluke 43B Power Quality Analyzer เป็นทั้งเครื่องวิเคราะห์ Power Harmonic + มัลติมิเตอร์ + Scope
.
คุณสมบัติ
* วัดและวิเคราะห์ได้ทั้งเฟสเดียว และ 3 เฟส (Balance) * บันทึกค่า Sag & Swell ได้ ทั้งแรงดันและกระแสตลอด 24 ชั่วโมง ละเอียดชนิดลูกคลื่นต่อลูกคลื่น * วัดและดูค่าฮาร์มอนิกได้ถึงลำดับที่ 51 ทั้งของแรงดัน กระแส และกำลัง * เป็นออสซิลโลสโคปขนาด 20 MHz ใช้ดูรูปคลื่นของแรงดันและกระแสได้ที่อินพุตแยกช่องกัน * ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน * วัดค่าฮาร์มอนิก THD และดูองศาเฟสของฮาร์มอนิกได้ * จับทรานเซียนต์ และบันทึกค่าได้ถึง 40 ค่า พร้อมแสดงวันเวลาที่เกิด * สามารถจับกระแสกระชากพร้อมแสดงเวลาที่เกิดว่ายาวนานแค่ไหน * มีซอฟต์แวร์สำหรับวิเคราะห์คุณภาพของกำลังไฟฟ้า แถมให้ด้วยฟรี * สามารถต่อคอมพิวเตอร์ทำ Report ได้
.
.
Fluke VR101S เครื่องบันทึกสภาวะแรงดัน
.
สำหรับเฝ้าดูแรงดัน ณ เต้าเสียบเดียวกับอุปกรณ์ที่ไวต่อคุณภาพของไฟฟ้า เพียงเสียบ VR101 เข้ากับปลั๊กที่ต้องการบันทึกสภาวะแรงดัน มันจะทำงานเฝ้าดูแรงดันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ (Event) ต่าง ๆ เช่น Sag, Swell, Transient, ความถี่หรือแรงดันแกว่งออกนอกค่าที่ตั้งไว้, แรงดันหายไป (ไฟดับ) โดยบันทึกวันเวลาที่เกิดและระยะเวลาที่เกิด เก็บค่าของเหตุการณ์ที่เกิดได้ถึง 4000 รายการในตัวเอง โดยมี LED บนตัวมันกะพริบบอกทุกครั้งที่เก็บแต่ละรายการ
.
.
Fluke VR101S เป็นรุ่นที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ และสายเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ (Optical) เมื่อต้องการเอาข้อมูลออกจาก VR101 เพียงเสียบสายเชื่อมต่อแล้วโหลดข้อมูลลงใน คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ Event View จะวิเคราะห์แล้วแสดงทางจอภาพ
.
เครื่องบันทึกและวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า ชนิดใช้งานกับไฟฟ้า 3 เฟส
.
Fluke 435 Three-phase Power Quality Analyzers เครื่องวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า 3 เฟส Class-A standard พร้อมทำ Data Logging ได้นาน 45 วัน
.
Fluke 435 เครื่องวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า 3 เฟส ช่วยให้คุณสามารถตรวจวิเคราะห์ คาดการณ์ และระบุตำแหน่งของปัญหาในระบบจ่ายไฟฟ้า ทั้งชนิด 3 เฟส และ 1 เฟส
.
การตรวจค้นปัญหา ทำได้อย่างรวดเร็วด้วยการแสดงผลการจับเหตุการณ์และแนวโน้มบนจอภาพ พร้อมกันกับการบันทึกเหตุการณ์ยังคงเป็นไปโดยต่อเนื่อง ความสามารถครบถ้วนตามมาตรใหม่ของ IEC Standard สำหรับ Flicker, Harmonic และ Power Quality
.
.
คุณสมบัติ
* วัดและวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้าด้วยความละเอียดสูง ตามมาตรฐาน IEC6100-4-30 Class A (Fully) * ตรวจจับทรานเซียนด้วยความเร็วสูงสุด 5 ?S, แรงดันสูงถึง 6 KV * วัดกระแสได้ง่ายด้วย Flexible Clamp 3,000 A x 4 ตัว โดยไม่ต้องใช้ Adapter * ค้นพบปัญหาอย่างรวดเร็วด้วยฟังก์ชัน Monitor ที่นำทุกค่าที่วัดไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานคุณภาพไฟฟ้า EN50160 โดยอัตโนมัติ * เก็บค่า Parameter ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 400 Parameter * สามารถทำการวัดได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ชั่วโมง
.
Fluke 1740 Series Three-Phase Power Quality Loggers Memobox เครื่องบันทึกคุณภาพไฟฟ้า 3 เฟส เก็บบันทึกระยะยาว
.
ใช้งานง่าย สำหรับประเมินคุณภาพไฟฟ้า และตรวจสอบความผิดปกติระยะยาว
Fluke 1740 Series เป็นเครื่องบันทึกแรงดันและกระแสไฟฟ้าที่มีขนาดกะทัดรัด แข็งแรง เชื่อถือได้สูง สำหรับใช้งานประจำวันในการตรวจแก้ไขปัญหาและวิเคราะห์กำลังไฟฟ้าในระบบจำหน่าย มีความสามารถในการเก็บบันทึกค่าได้ 500 พารามิเตอร์พร้อมกัน ได้ยาวนานถึง 85 วัน พร้อมบันทึกเหตุการณ์ผิดปกติ ช่วยในการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าประเภทเกิดบางครั้งบางคราว ที่ยากแก่การตรวจพบ มี 3 รุ่น ให้เลือกใช้งานตามความต้องการของงาน ตั้งแต่รุ่นพื้นฐานจนถึงความสามารถระดับสูง
.
.
Fluke 1743: กันน้ำระดับ IP65 สำหรับเก็บบันทึกค่าพารามิเตอร์ทั่วไปทางไฟฟ้า เช่น V, A, W, VA, VAR, PF, Energy, Flicker, แรงดันผิดปกติ และ THD มีรุ่นเฟสเดียวและ 3 เฟสให้เลือก
.
Fluke 1744: คุณสมบัติเหมือน Fluke 1743 และเพิ่มความสามารถในการตรวจวัดฮาร์มอนิกทั้งแรงดันและกระแส, Interharmonics, Mains Signaling, Unbalance และความถี่
.
Fluke 1745: รุ่นแอดวานซ์ สมบุกสมบันกันน้ำได้ ระดับ IP50 คุณสมบัติอื่นเหมือน Fluke 1744 และเพิ่มจอแสดงผล LCD ที่แสดงค่าแบบ Real-time พ้อมระบบสำรองไฟ (UPS) นาน 5 ชั่วโมง
.
มีซอฟต์แวร์ PQ Log ให้พร้อม ช่วยในการตรวจหาสาเหตุความผิดปกติของไฟฟ้า
.
คุณสมบัติเด่น
* ระบบเสียบปุ๊บใช้ปั๊บ ตั้งค่าได้ง่ายด้วยโพรบตรวจจับกระแสและกำลังไฟฟ้าอัตโนมัติ * ติดตั้งไว้ในตู้ไฟฟ้าได้ ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ตัวเครื่องและอุปกรณ์ใช้ร่วมมีการหุ้มฉนวนไฟฟ้าอย่างดี สามารถติดตั้งในที่แคบ ๆ ข้างสายไฟที่กำลังใช้งานได้เลย * ตรวจความผิดปกติของไฟฟ้าระยะยาว สามารถดาวน์โหลดข้อมูลขณะบันทึก โดยไม่ต้องหยุดการทำงาน * วัดแรงดันด้วยความแม่นยำสูง มาตรฐาน IEC61000-4-30 Class-A ที่ความแม่นยำ (0.1%) * ประเมินค่าระดับคุณภาพไฟฟ้าได้ทันที ตามมาตรฐานคุณภาพไฟฟ้า EN50160 โดยมีสถิติแนบประกอบ
.
Fluke 1735 Three-Phase Power Logger เครื่องวิเคราะห์และบันทึกคุณภาพไฟฟ้า 3 เฟส พร้อมจอสีขนาดใหญ่
.
Fluke 1735 เป็นเครื่องวัดและบันทึกค่าพลังงานและกำลังไฟฟ้า 3 เฟส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานประหยัดพลังงานไฟฟ้าและการตรวจวิเคราะห์ศึกษาเกี่ยวกับโหลด สามารถเซ็ตอัพได้ในเวลาอันสั้น
.
มีโพรบวัดที่ยืดหยุ่น จอแสดงผลเป็นสี เก็บค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าได้ครบถ้วน รวมทั้งฮาร์มอนิก และบันทึกสภาวะแรงดันตกหรือเกิน
.
คุณสมบัติ
* วัดและบันทึกค่าพลังงานและฮาร์มอนิกได้นานถึง 45 วัน * ดูค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุดได้ (Power Demand) และดูค่าผลรวมการใช้ไฟฟ้าได้ (Energy Consumption/kWh) * วัดกระแสได้สูงสุด 3,000A ด้วย Flexible Clamp โดยไม่ต้องใช้ Adapter * วิเคราะห์และจัดทำรายงานอย่างง่ายดายด้วย Power Log Software
.
Fluke 1750 Three-Phase Power Quality Recorder เครื่องบันทึกคุณภาพไฟฟ้า 3 เฟส Class A เชื่อมต่อไร้สายกับ PDA ได้
.
.
Fluke 1750 เป็นเครื่องบันทึกคุณภาพไฟฟ้า 3 เฟส สำหรับงานเฝ้าระวังระบบจ่ายกำลังไฟฟ้า สามารถวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้าด้วยซอฟต์แวร์ Fluke Power Analyze บันทึกทุกเหตุการณ์ของพารามิเตอร์ด้านคุณภาพ ทุกลูกคลื่น ได้ตลอดเวลา
.
ตัวอย่างการใช้งาน
การวิเคราะห์ระยะยาว: สำหรับเหตุการณ์ที่ตรวจพบได้ยาก หรือเกิดไม่แน่นอนสำรวจคุณภาพไฟฟ้า: คุณภาพไฟฟ้าทั้งระบบจ่าย ออกเอกสารรายงานอย่างมืออาชีพรับรองคุณภาพไฟฟ้า: ตรวจทานคุณภาพไฟฟ้าที่ได้รับ ณ จุดบริการเฝ้าระวังคุณภาพกึ่งถาวร: ที่ตัวอุปกรณ์สำคัญ ๆ โดยการจับเหตุการณ์ทางคุณภาพไฟฟ้า เพื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์อ้างอิงที่เป็นสาเหตุความเสียหายได้
.
.
คุณสมบัติ
* ความแม่นยำสูง รับประกันทุกค่าพารามิเตอร์ตามมาตรฐานระบบวัด IEC 61000-4-30 Class A * ติดตั้งใช้งานง่าย มีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบไร้สายด้วย PDA สำหรับการตรวจดูข้อมูลที่บันทึก และทำการตั้งค่าต่าง ๆ ได้โดยง่าย แม้ในพื้นที่ทำงานคับแคบ * เซ็ตอัพโดยไม่ต้องมีค่าเทรชโฮลด์ แต่เพิ่มภายหลังการบันทึกได้ ด้วยซอฟต์แวร์ Fluke Power Analyze * ตรวจจับได้ทุกเหตุการณ์ Cross-channel และ Current Triggering ทุกช่อง ตลอดเวลา * ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล และออกรายงาน ที่ใช้งานง่าย * ระบบปลั๊กแอนด์เพลย์ เสียบโพรบและต่อสายวัด เซ็ตอัพนิดหน่อย ก็พร้อมใช้งาน * ไม่ต้องถอดสลับสาย สามารถสั่งสลับช่องสายวัดด้วย PDA ไร้สาย หรือ PC ได้ * วัดได้ทุกพารามิเตอร์ ทั้งแรงดันและกระแสในทุกเฟส นิวตรอน และกราวด์ * จับเหตุการณ์แคบ ๆ ได้ 5 MHz, 8000 Vpk * จัดเก็บข้อมูลที่บันทึกได้ง่าย ด้วยหน่วยความจำ SD การ์ด หรือผ่าน 100BaseT high-speed Ethernet
.
Fluke1760 เครื่องวิเคราะห์ระบบคุณภาพไฟฟ้า ระดับ Class-A
.
Fluke1760 เครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงจาก Fluke เป็นเครื่องมือสำหรับหาสาเหตุของปัญหาคุณภาพไฟฟ้า 3 เฟส ที่ยากต่อการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือชนิดอื่น มีความสามารถในการบันทึกข้อมูลได้ยาวนาน พร้อมซอฟต์แวร์ช่วยวิเคราะห์ และจัดทำรายงาน
.
Fluke1760 เป็นไปตามมาตรฐาน IEC 61000-4-30 Class-A ซึ่งเป็นบรรทัดฐานสำหรับความแม่นยำ, อัลกอริทึมการวัด, การซิงโครไนซ์กับความถี่ไฟฟ้า และ GPS Time Stamp วิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยการกำหนดโครงร่างตามที่ต้องการหรือใช้ฟังก์ชันการทริกอัตโนมัติ สำหรับการทำงานแบบง่าย นอกจากนี้ยังเชื่อถือได้ในการปฏิบัติงาน ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ด้วย Solid State Memory ตัวเครื่องหุ้มด้วยฉนวน แข็งแรง
.
.
คุณสมบัติ
* วิเคราะห์อินพุตและเอาต์พุตด้านของอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลังเหมือนกับ UPS โดยการกำหนดโครงร่าง สำหรับอินพุต 8V * สามารถกำหนดโครงร่างอัลกอริทึมการวัดและจุดที่เริ่มเปลี่ยนแปลง เพื่อการตรวจจับข้อมูลที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง * วิเคราะห์กระแส Inrush ด้วยการจับรูปคลื่นขนาด 10 MHz * สเปกตรัมของกำลังไฟฟ้า Active และ Reactive ประกอบด้วยมุมเฟสและทิศทาง * บันทึกดิจิตอลหรือระดับอินพุต DC เพื่อวัดพารามิเตอร์ที่มิใช่ไฟฟ้า อย่างเช่น อุณหภูมิ * บันทึกแรงดันที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน จากระบบอิสระจากกันโดยใช้แรงดันอินพุตแตกต่างกัน
.
มาตรฐานการวัดคุณภาพไฟฟ้า IEC 61000-4-30 Class A คืออะไร
IEC 61000-4-30 เป็นการนิยามวิธีการวัดของเครื่องมือในงานคุณภาพไฟฟ้าที่ความถี่ 50 Hz และ 60 Hz ให้เป็นวิธีการมาตรฐานเดียวกัน โดยที่เครื่องมือทุกเครื่องที่มีสมรรถนะตามความต้องการของ Class A ในมาตรฐานนี้ เมื่อนำมาวัดสัญญาณเดียวกันจะให้ค่าผลลัพธ์ที่เหมือนกันทุกประการ แต่ถ้าเครื่องมือที่ได้สมรรถนะตามความต้องการของ Class B จะให้ค่าที่เชื่อถือได้ในการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ
.
61000-4-30 เป็นมาตรฐานตัวหนึ่งของ IEC ที่เป็นการอธิบายว่าเครื่องมือในงานคุณภาพไฟฟ้าควรทำงานอย่างไร เพื่อให้แน่ใจได้ว่าเครื่องมือในงานคุณภาพไฟฟ้าที่ต่างรุ่น ต่างผู้ผลิต ใช้นิยามและเทคนิคการวัดเดียวกันในทุกพารามิเตอร์คุณภาพไฟฟ้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ ทำซ้ำได้ และเปรียบเทียบกันได้
.
ค่าพารามิเตอร์คุณภาพไฟฟ้ามาตรฐาน IEC 6100-4-30 Class A ประกอบด้วย
* Power Frequency * Supply Voltage Magnitude * Flicker, Harmonics, and Interharmonics (by Reference) * Dips/Sags and Swells * Interruptions * Supply Voltage Unbalance * Mains Signalling * Rapid Voltage Changes
.
เครื่องมือวัดคุณภาพไฟฟ้ารุ่นเก่า ๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานนี้ ล้วนใช้นิยามแตกต่างกันและวิธีการวัดที่เป็นของตนเอง ผลก็คือ การวัดค่าของเหตุการณ์เดียวกันด้วยเครื่องมือที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 2 เครื่อง จะให้ผลการวัดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบหรืออ้างอิงกันได้
.
ตัวอย่างข้อกำหนดตามความต้องการของ Class A
ค่าความไม่แน่นอนของการวัด (Uncertainty) ถูกกำหนดไว้ที่ 0.1 % ของแรงดันอินพุตที่ระบุ เครื่องมือวัดคุณภาพไฟฟ้าราคาถูก ๆ ที่มีค่าความไม่แน่นอนสูงกว่า 1 % จะตรวจจับค่า Dips ที่ความผิดพลาดสูงถึง -9 % เมื่อตั้งค่า Threshold ไว้ที่ -10 % ในเครื่องมือวัด Class A เราสามารถตรวจจับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจภายใต้ค่าความไม่แน่นอนการวัดที่ยอมรับได้ในระดับนานาชาติ ซึ่งมีความสำคัญมากในการตรวจรับรองการผ่านข้อกำหนดตามกฎหมาย หรือการเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างเครื่องมือ หรือจากคนละแห่ง
.
รูปที่ 1 กราฟนี้แสดงถึงการที่ค่าความไม่มั่นคงการวัด (uncertainty) 0.1 % ของแรงดันอินพุตที่ระบุ มีผลกระทบต่อค่าความแม่นยำการวัดแรงดันอย่างไร สังเกตที่แรงดัน 230 V มีค่า Uncertainty เป็น 0.1 %
.
Dips, Swells และ Interruptions จะต้องถูกวัดที่เต็มรูปคลื่นสมบูรณ์และอัพเดตทุกครึ่งรูปคลื่น ทำให้ได้ผลรวมของความละเอียดการวัดที่จุดสุ่มข้อมูลทุกครึ่งรูปคลื่น พร้อมทั้งความแม่นยำที่ค่าการคำนวณ RMS เต็มรูปคลื่น
.
เก็บค่าหลายอย่างพร้อมกันในหน้าต่างเวลาเดียว (Aggregation Windows) เครื่องวัดคุณภาพไฟฟ้าจะทำการบีบอัดข้อมูลที่ได้จากการเก็บที่คาบเวลาหลายค่าที่กำหนดพร้อมกันภายในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งในเครื่องมือ Class A จะประกอบไปด้วย
.
* ค่าเวลาเปลี่ยนในช่วง 10/12 Cycle (200 msec) ที่ 50/60 Hz * ค่าเวลาเปลี่ยนในช่วง 150/180 Cycles (3 sec) ที่ 50/60 Hz * ค่าฮาร์มอนิกจะต้องถูกวัดภายในช่วง 200 ms ตามมาตรฐานใหม่ IEC 61000-4-7/2002 เมื่อตั้งค่าช่วงเวลาของ Aggregation Windows เป็น 200 ms จะทำให้ได้ค่าฮาร์มอนิกที่ซิงโครไนซ์กับค่าอื่น ๆ ทั้งหมด เช่น RMS, THD, และ Unbalance
.
รูปที่ 2 กราฟแสดง FFT Bins ที่ถูกบวกเข้าด้วยกันเพื่อคำนวณค่า Magnitudes ของฮาร์มอนิกและอินเตอร์ฮาร์มอนิก
.
อัลกอริทึมที่ใช้ในการคำนวณค่า Harmonics ด้วย FFT จะต้องทำให้เครื่องวัดคุณภาพไฟฟ้า Class A ทุกเครื่อง ให้ค่า harmonic magnitudes ที่เท่ากัน
.
มีการซิงโครไนซ์กับเวลามาตรฐานภายนอกเพื่อระบุเวลาบันทึกที่แม่นยำตรงกัน ใช้ข้อมูลร่วมกันได้แม้ใช้เครื่องวัดคนละตัว โดยกำหนดความแม่นยำไว้ที่ +/- 20 ms สำหรับ 50 Hz และ +/- 16.7 ms สำหรับ 60 Hz
.
สนใจโปรดติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เมเชอร์โทรนิกซ์ จำกัด 2425/2 ถ.ลาดพร้าว ระหว่างซอย 67-69 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพ ฯ 10310 โทรศัพท์ 0-2514-1000, 0-2514-1234 โทรสาร 0-2514-0001, 0-2514-0003 http://www.measuretronix.com , E-mail: info@measuretronix.com
.