|
ปัจจุบัน เราคงต้องยอมรับกันว่า เป็นยุคของ "การค้าเสรี" ที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของการกีดกันทางการค้าในรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่เรื่องของกำแพงภาษี หรือการจำกัดโควตาการนำเข้าเช่นในอดีตที่ผ่านมา หากแต่ได้มีการยกเอาประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรฐานคุณภาพสินค้า การใช้แรงงานเด็กและสตรีอย่างผิดกฎหมาย รวมไปจนถึงประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อม มาเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าของบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังขยายผลไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป ซึ่งได้มีการรวมตัวกันออกมาตรฐานต่าง ๆ มาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการรับสินค้าที่ส่งเข้ามาจากประเทศอื่น ๆ ไปจำหน่ายในประเทศของตน ไม่ว่าจะเป็น ISO 9001, GMP, HACCP, British Retail Consortium (BRC) Food and Packaging, International Food Standard (IFS) และ EUREPGAP เป็นต้น
|
| . |
|
โดย "ISO 14000 Series" หรืออนุกรมมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) ก็เป็นอีกมาตรการหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้เพื่อการนี้ด้วยเช่นกัน โดย ISO 14000 Series นี้ เป็นชุดของมาตรฐานที่ประกอบไปด้วยมาตรฐานหลายเล่ม เริ่มต้นตั้งแต่หมายเลข 14001 จนถึง 14100 (ปัจจุบัน ISO กำหนดเลขสำหรับมาตรฐานในอนุกรมนี้ไว้ 100 หมายเลข) โดยแต่ละเล่มก็เป็นเรื่องของมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกในการจัดการกับผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นให้องค์กรมีการควบคุมกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการ ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
|
| . |
|
จนถึงวันนี้ ISO 14001 ฉบับแรก เวอร์ชัน 1996 ซึ่งองค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (INTERNATIONAL ORGANIZATION FOR STANDARDIZATION: ISO) ได้ประกาศใช้มาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1996 หรือ พ.ศ. 2539 ก็มีอายุครบ 8 ขวบปีไปเรียบร้อยแล้ว และก็เช่นเดียวกันกับมาตรฐานฉบับอื่น ๆ ที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหลังจากได้ประกาศใช้ไปแล้วทุก 5 ปี ตามข้อกำหนดขององค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศ เพื่อความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการในระดับสากล
|
| . |
|
ซึ่งมาตรฐาน ISO 14001: 1996 นี้ ก็ได้มีการปรับปรุงกันไปแล้วครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2545 แต่ไม่ได้ปรับเปลี่ยน เวอร์ชัน และก็เป็นที่รู้ ๆ กันในแวดวงผู้ดำเนินการด้านระบบบริหารคุณภาพและจัดการสิ่งแวดล้อม ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีการประกาศใช้มาตรฐาน ISO 14001 ฉบับใหม่ เวอร์ชัน 2004 ซึ่งมีความสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 9001: 2000 มากขึ้นแทน
|
| . |
|
ส่วนเรื่องที่ว่าระบบบริหารคุณภาพและระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ถูกนำเข้ามาผูกกันได้อย่างไร นี่ก็เป็นเพราะว่าปกติแล้ว ทางผู้ประกอบการ โดยเฉพาะโรงงานต่าง ๆ ซึ่งได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 ซึ่งมีการประกาศใช้เวอร์ชันแรกมาตั้งแต่ ปี 1994 และได้ปรับปรุงเป็นเวอร์ชัน 2000 ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันนั้น ก็มักจะนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 140001 : 1996 เข้าไปใช้งานในองค์กรของตนด้วย และเพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคลไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ ทางองค์กรเหล่านี้ จึงมักจะให้บุคลากรที่รับผิดชอบด้านระบบบริหารคุณภาพ เข้ามาดูแลด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กันเสียเลย ซึ่งบุคคลเหล่านี้ เราเรียกกันว่า ตัวแทนฝ่ายบริหารด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อม นั่นเอง และก็เช่นเดียวกัน คณะผู้ร่างมาตรฐานก็ได้พยายามที่จะทำให้มาตรฐานทั้งสองมีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากที่สุด เพื่อให้สะดวกกับการนำไปประยุกต์ใช้งานในสภาวการณ์จริง ดังนั้นเมื่อมีการปรับปรุงแก้ไข ISO 9001 จากเวอร์ชัน 1994 เป็น 2000 ก็ได้มีการปรับปรุงให้สามารถนำไปประยุกต์เข้ากับข้อกำหนดของ ISO 14001: 1996 ได้โดยง่าย ส่วน เจ้า ISO 14001 ฉบับใหม่ล่าสุด เวอร์ชัน 2004 ที่กำลังจะประกาศใช้นี้ ก็จะถูกปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับ ISO 9001 : 2000 เช่นกัน ฟังดูงง ๆ ไหมนี่ ? แต่เอาเป็นว่าทางองค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) เขาก็ได้เพียรพยายามที่จะ ‘จูน’ ข้อกำหนดของ ISO 14001 ให้เข้ากับ ISO 9001 ได้มากที่สุดก็แล้วกัน
|
| . |
|
แต่ทั้ง ๆ ที่กำหนดกันไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะออกประกาศร่างมาตรฐานฉบับสุดท้าย หรือ The Final Draft International Standard (FDIS) 14001: 2003 ได้ในราวเดือนสิงหาคมนี้ แต่ (อีกนั่นละ) ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน เพราะจวบจนวันนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้า FDIS 14001: 2003 จะได้กำหนด ‘คลอด’ ออกมาแต่อย่างใด แม้คณะกรรมการร่างมาตรฐานจะได้ทำการถกปัญหากันไปหลายครั้งหลายครา ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ซึ่งตอนนี้ก็คาดการณ์กันเอาไว้ว่า น่าจะมีการประกาศร่างฉบับสุดท้ายนี้ได้ในช่วงสิงหาคม– ตุลาคมปีนี้ ส่วนประกาศฉบับจริง หรือ Published ISO 14001: 2004 นั้น น่าจะออกมาให้เรายลโฉมกันได้ ไม่ปลายปีนี้ ก็คงเป็นราว ๆ ต้นปีหน้า ซึ่งก็คงต้องรอกันไปก่อน แต่ระหว่างนี้ ทางผู้เขียนก็มีความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานฉบับนี้มาฝากกัน ถือซะว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยไปพลาง ๆ ระหว่าง ‘ร้องเพลงรอ’ ประกาศร่างฉบับทางการ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ผู้เขียนก็จะนำรายละเอียดของเจ้า ISO DIS 14001: 2003 มาฝากกันอีกทีหนึ่ง
|
| . |
|
และขอออกตัวไว้ก่อนว่า การที่ในบทความนี้จำเป็นต้องมีข้อความภาษาอังกฤษในวงเล็บเยอะแยะไปหมด ใช่ว่าผู้เขียนจะบ้าเห่อภาษาต่างด้าวแต่อย่างใด หากแต่ต้องการแจกแจงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการใช้คำ (Words) และศัพท์ (Terms) ของมาตรฐานฉบับเดิมและฉบับใหม่ได้อย่างชัดเจน (Clarify) มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ก็อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่าศัพท์เฉพาะ (Technical terms) ที่ใช้ในมาตรฐานนี้มีความใกล้เคียงกันขนาดไหน แถมในบางครั้งก็ยังกินความไม่เท่าคำศัพท์ในภาษาไทยที่เราใช้กันอยู่เสียด้วย ดังนั้นการตัดทอนภาษาอังกฤษในส่วนนั้น ๆ ออกไปเหลือแต่ภาษาไทยเราล้วน ๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการ ‘งง’ กันได้ง่าย ดังนั้นจึงขออภัยท่านผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย หากว่าการแทรกวงเล็บในบางช่วง จะทำให้อรรถรสในการอ่านลดลงไปสักเล็กน้อย
|
| . |
| สำหรับการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐาน ISO 14001: 2004 ที่จะปรากฏให้เราเห็นในมาตรฐานฉบับร่าง ISO DIS 14001: 2003 จะครอบคลุมในหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ |
|
- ขอบข่าย (Scope)
- นโยบาย (Policy)
- การระบุลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อม (Environmental Aspects Identification)
- กฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ (Legal and Other Requirements)
- ทรัพยากร กฎเกณฑ์ ความรับผิดชอบ และอำนาจสั่งการ (Resource, Roles, Responsibility and Authority)
- ความรู้ความสามารถ การฝึกอบรม และการสร้างจิตสำนึก (Competence, Training and Awareness)
- การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ (Communication)
- การจัดทำเอกสารในระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System Documentation)
- การควบคุมเอกสาร (Document Control)
- การเตรียมความพร้อมเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Preparedness and Response)
- การประเมินข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Evaluation of Legal Compliance)
- สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ปฏิบัติการแก้ไขและป้องกัน (Nonconformance and Corrective and Preventive Action)
- การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ (Other minor changes)
|
| . |
|
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ในมาตรฐานใหม่จะไม่บังคับให้ต้องจัดทำเอกสารวิธีการปฏิบัติงานออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร (Documented Procedures) อีกต่อไป ยกเว้นกรณีที่จำเป็นต้องมีเพื่อประโยชน์ในการควบคุมการปฏิบัติงาน แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังคงต้อง จัดให้มีและดำรงไว้ (Establish and Maintain) ซึ่งการปฏิบัติงานและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) อยู่ดีนั่นแหละ ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ว่าจะมีเอกสารวิธีการปฏิบัติงาน หรือ Procedure หรือไม่ก็ตาม แต่เราต้องสามารถที่จะพิสูจน์ให้บรรดาผู้ตรวจประเมินระบบ (Auditor/Assessor) เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเรามีระบบปฏิบัติงานและบริหารระบบ EMS ขององค์กรเราจริง ๆ
|
| . |
|
ขอบข่าย (Scope)-หัวข้อ 4.1
|
|
ในมาตรฐานฉบับใหม่นี้ทางองค์กร จะต้องให้คำจำกัดความหรือกำหนดขอบข่ายของระบบ
EMS ของตนเอง ซึ่งจะต้องสอดคล้องตรงกันกับระบบการบริหารงาน (The management system) รวมถึงกิจกรรม (Organization’s Activities) ผลิตภัณฑ์ (Products) และการบริการ (Services) ต่าง ๆ ขององค์กร
|
| . |
|
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำจึงแยกออกเป็น 2 ส่วน ด้วยกัน อย่างแรก คือทำการกำหนดขอบข่ายของระบบ EMS รวมถึงระบุชนิดของกิจกรรม การปฏิบัติงาน บริการ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งจำเป็นต้องมีการระบุออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยอาจจะกำหนดไว้ในนโยบายสิ่งแวดล้อม (Environment Policy) ของบริษัทก็ได้ จากนั้นก็ต้องทำการประเมินดูว่าระบบ EMS ของเรามีความสอดคล้องหรือเพียงพอต่อข้อกำหนดของ ISO 14001 ฉบับใหม่เพียงไร โดยการประเมินนี้อาจจะทำไปพร้อม ๆ กับการตรวจติดตามระบบ
EMS หรือทำกันในตอนที่มีการประชุมทบทวนของฝ่ายบริหาร (Management Review Meeting) ก็ได้
|
| . |
|
คำนิยาม (Definitions)
|
| มีการเปลี่ยนแปลงคำนิยามของศัพท์แสงที่ใช้ในมาตรฐานหลายคำด้วยกัน ดังนี้ |
|
- ผู้ตรวจติดตามระบบ (Auditor) ดึงนิยามของคำว่า Auditor มาจากมาตรฐาน ISO 9002: 2000 เลยทีเดียว และมีความเชื่อมโยงไปถึงเรื่องความรู้ความสามารถของผู้ตรวจติดตามระบบด้วย ดังนั้นเราก็ต้องกลับไปดูว่าได้มีการกำหนดคุณสมบัติหรือความรู้ความสามารถที่ผู้ตรวจติดตามระบบต้องมีไว้หรือไม่
|
| . |
|
- การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continual Improvement) มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เพื่อเน้นให้รู้ว่าระบบต้องไม่หยุดนิ่ง คือไม่ใช่ว่าเคยเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น แต่ต้องมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
|
| . |
|
- ระบบการตรวจติดตามการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System Audit) เปลี่ยนการเน้นความสำคัญของขอบข่ายการตรวจติดตาม จากเรื่องการเป็นไปตามข้อกำหนดของระบบ EMS (Conformance of the EMS) ไปเน้นเรื่องหลักเกณฑ์ในการตรวจติดตามระบบ
EMS (The EMS Audit criteria) แทน
|
| . |
|
- ผลการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Performance) เปลี่ยนจากการเน้นความสำคัญในเรื่องระบบบริหารจัดการ (The management system) เป็นระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร (An organization’s management of its environment aspects) แทน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าได้มีการกำหนดการปรับปรุงผลงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Performance Improvement) ไว้ว่าอย่างไร ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่ากันว่า สอดคล้องตามที่ข้อกำหนดเขาว่าเอาไว้หรือไม่
|
| . |
|
- การป้องกันการเกิดมลพิษ (Prevention of Pollution) ได้มีการระบุถึงวิธีการและทางเลือกที่ใช้ในการป้องกันการเกิดมลพิษมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมการปนเปื้อนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Creation, Emission และ Discharge ดังนั้นเราจึงต้องทำการตรวจสอบดูว่าได้นิยามการป้องกันการเกิดมลพิษในรูปต่าง ๆ ไว้อย่างครบถ้วนตามที่ระบุในข้อกำหนดใหม่หรือไม่
|
| . |
|
นโยบาย (Policy)-หัวข้อ 4.2
|
|
นโยบายสิ่งแวดล้อมขององค์กรจะต้องสอดคล้องกับขอบข่ายของระบบ
EMS ของบริษัท ที่ได้กำหนดไว้ในหัวข้อ 4.1 และต้องมั่นใจว่านโยบายสิ่งแวดล้อมขององค์กรนั้นต้อง
|
|
- ถูกกำหนดโดยผู้บริหารระดับสูง
- ครอบคลุม สอดคล้อง และไม่เกินขอบข่ายของระบบ
EMS ของบริษัทที่ได้กำหนดเอาไว้
- ครอบคลุมทุกกิจกรรม ทุกผลิตภัณฑ์และทุกบริการที่อยู่ภายในขอบข่ายระบบ
EMS ของบริษัท
- ศัพท์ต่าง ๆ ที่ใช้ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนด ระเบียบ และกฎหมายต่าง ๆ
- ไม่ขัดแย้งกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมฉบับอื่น ๆ ที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม
- มีการแจกจ่ายไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึงไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำงานให้กับองค์กร (Person working for organization) ผู้ที่ทำงานในฐานะตัวแทนองค์กร (Person working on behalf of organization) หรือองค์กรต่าง ๆ เช่น ผู้รับจ้างช่วง (Sub-contractors) ผู้รับจ้าง (Contractors) พนักงานชั่วคราว (Temporary staff) และพนักงานสาขา (Remote workers)
|
| . |
|
การระบุลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อม (Environmental Aspects Identification)-หัวข้อ 4.3.1
|
|
เปลี่ยนคำว่า หรือ (or) เป็นคำว่า และ (and) แต่ต้องอยู่ภายในขอบข่ายระบบ
EMS ของบริษัท มาตรฐานใหม่ได้กำหนดให้มีการระบุถึงลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกชนิดที่บริษัทอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเรื่องของการควบคุมและผลกระทบของปัญหา ตลอดจนแนวทางการวางแผน พัฒนาและปรับปรุงกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการบริการในรูปแบบใหม่อีกด้วย
|
| . |
|
และคำที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของปัญหา ถูกเปลี่ยนจาก "…ที่คาดว่าอาจก่อให้เกิดผลกระทบ" (…over which it can be expected to have an influence) เป็น "…ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบ" (…those which it can influence) นั่นก็หมายความว่าในการระบุลักษณะปัญหาหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เราต้องระบุลงไปอย่างชัดเจนเลยว่า จะ เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้น
|
| . |
|
จุดแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ก็คือการเปลี่ยนคำที่ชวนให้สับสนงุนงงอย่างคำว่า "นิติบัญญัติ" (Legislative) "กฎข้อบังคับ" (Regulatory) และ "ข้อกำหนดทางกฎหมาย" (Legal requirements) มาใช้คำว่า "ข้อกำหนดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม" (Environmental legal requirements) แทน
|
| . |
|
ส่วนคำว่า "นิติบัญญัติ" (Legislative) จะถูกเปลี่ยนไปเป็น "กฎหมาย" (Legal) แทน เพราะคำว่า "นิติบัญญัติ" (Legislative) จะหมายความถึงแค่กฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาเท่านั้น ซึ่งต่างจากคำว่า "กฎหมาย" (Legal) ซึ่งกินความกว้างไปถึง "กฎข้อบังคับ" (Regulatory) "ผลการตัดสินของศา" (Court Decisions) และอื่น ๆ ด้วย ซึ่งเราจะต้องทำการกำหนดระเบียบปฏิบัติงานในการพิจารณาข้อกำหนด กฎหมายและระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร และปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเหล่านั้น
|
| . |
|
ทรัพยากร กฎเกณฑ์ ความรับผิดชอบ และอำนาจสั่งการ (Resource, Roles, Responsibility and Authority)-หัวข้อ 4.4.1
|
|
ในข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับใหม่ จะมุ่งเน้นความสำคัญไปที่เรื่องของทรัพยากร (Resource) กฎเกณฑ์ (Roles) และอำนาจสั่งการ (Authority) เช่นเดียวกันกับความรับผิดชอบ (Responsibility) และยังมีการเปลี่ยนไปใช้คำว่า ‘Ensure the availability’ แทนคำว่า ‘Provide’ ด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับบริษัทที่มีอัตราการเปลี่ยนคนทำงานสูง ๆ (High staff turnover) ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลาออกของผู้ตรวจติดตามระบบ (Auditor) ซึ่งทางองค์กรจะต้องมีแผนการสรรหาผู้ตรวจติดตามระบบคนใหม่ไว้รองรับสำหรับกรณีดังกล่าวด้วย เช่น อาจจะใช้ที่ปรึกษา ผู้รับจ้างช่วง หรือผู้ตรวจติดตามระบบจากองค์กรในเครือเดียวกันมาทำหน้าที่แทน เป็นต้น
|
| . |
|
ความรู้ความสามารถ การฝึกอบรม และการสร้างจิตสำนึก (Competence, Training and Awareness)-หัวข้อ 4.4.2
|
|
มาตรฐานฉบับใหม่จะใช้คำว่า "ผู้ที่ทำงานให้กับองค์กร" (Person working for organization) หรือ ‘ผู้ที่ทำงานในฐานะตัวแทนองค์กร’ (Person working on behalf of organization) ซึ่งกินความกว้างกว่าแค่การใช้คำว่า ‘ลูกจ้าง’ (Employee) หรือคำว่า ‘สมาชิก’ (Members) อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน และจะต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่เกี่ยวข้องในระบบ
EMS ขององค์กรอีกด้วย
|
| . |
|
นอกจากนี้ยังมีการเรียงลำดับย่อหน้าใหม่ และให้ความสำคัญกับลำดับของการเรียงย่อหน้าเสียด้วย กล่าวคือในมาตรฐานนี้จะเน้นในเรื่องความรู้ความสามารถของบุคลากร (Competence) ซึ่งแยกออกเป็น 2 เรื่องด้วยกัน อย่างแรกก็คือต้องกำหนดระดับการส่งผลกระทบต่อระบบของแต่ละบุคคล (Potential significant impacts) และสอง จะต้องระบุว่าบุคคลคนนั้น เป็น ‘ผู้ที่ทำงานให้กับองค์กร’ หรือ ‘ผู้ที่ทำงานในฐานะตัวแทนองค์กร’
|
| . |
|
ซึ่งเราต้องมั่นใจว่าได้มีการประเมินความรู้ความสามารถของบุคลากรทุกคนที่ทำงานให้กับองค์กร หรือทำงานในฐานะตัวแทนองค์กร เช่นผู้รับจ้างช่วง (Sub-contractors) ผู้รับจ้าง (Contractors) พนักงานชั่วคราว (Temporary staff) และพนักงานสาขา (Remote workers) และมาตรฐานฉบับล่าสุด ที่กำลังจะออกมา ก็ยังยินยอมให้ทางองค์กร สามารถกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรม (Training needs) เพื่อที่จะได้จัดให้มีการฝึกอบรมต่าง ๆ กันได้เองอีกด้วย
|
| . |
|
การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ (Communication)-หัวข้อ 4.4.3
|
|
มีการระบุให้ชัดเจนขึ้นว่าองค์กรต้องทำอะไรบ้าง กรณีที่ต้องการจะสื่อสารภายนอกองค์กร (Communicate Externally) เพื่อให้บุคคลภายนอกรับทราบถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่บริษัทอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในหัวข้อนี้จะส่งผลกับหน่วยงานที่ใช้การสื่อสารภายนอกองค์กรเท่านั้น
|
| . |
|
การจัดทำเอกสารในระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System Documentation)-หัวข้อ 4.4.4
|
| ข้อกำหนดในหัวข้อนี้ถูกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 9001: 2000 ดังนั้นรายการเอกสารและบันทึกที่จำเป็น (The list of required documents and records) จึงต้องมีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน |
| . |
|
การควบคุมเอกสาร (Document Control)-หัวข้อ 4.4.5
|
|
ในหัวข้อนี้ ก็มีการเปลี่ยนให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 9001: 2000 เช่นเดียวกัน
|
| . |
|
การเตรียมความพร้อมเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Preparedness and Response)-หัวข้อ 4.4.7
|
|
ระเบียบปฏิบัติในภาวะฉุกเฉินหรือในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ จะต้อง "ระบุถึงความรุนแรงที่สถานการณ์ฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุต่าง ๆ จะก่อให้เกิดขึ้นได้ รวมทั้งบอกถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม" (Identification of potential emergency situations and potential accidents that can have (an) impact(s) on the environment, and how it will respond to them) และยังต้องกำหนดวิธีที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ รวมถึงการป้องกัน หรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
|
| . |
|
การประเมินข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Evaluation of Legal Compliance)-หัวข้อ 4.5.2
|
|
จุดที่น่าสังเกตมากที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในหัวข้อนี้ก็คือ มีการแยกเอาข้อความในย่อหน้าสุดท้ายของหัวข้อ 4.5.1 ออกมาเป็นหัวข้อ 4.5.2 เพื่อเน้นความสำคัญของการประเมินข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ ๆ (Periodic evaluation of legal compliance) นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขให้คลอบคลุมถึงการประเมินข้อกำหนดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ซึ่งองค์กรต้องปฏิบัติตามอีกด้วย
|
| . |
|
สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ปฏิบัติการแก้ไขและป้องกัน (Nonconformance and Corrective and Preventive Action)-หัวข้อ 4.5.3
|
|
ในหัวข้อนี้มีแนวทางของปฏิบัติการป้องกันที่ชัดเจน 2 แนวทาง คือ หนึ่ง ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ และ สอง การป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งเราจะต้องกลับไปดูกระบวนการปฏิบัติในปัจจุบัน ว่าได้มีการกำหนดวิธีการขจัดสาเหตุของสิ่งที่ไม่เป็นตามข้อกำหนดได้อย่างถาวร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ‘ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย’ ได้หรือไม่ (Action to eliminate the causes of potential non-conformities to prevent their occurrence
|
| . |
|
สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ปฏิบัติการแก้ไขและป้องกัน (Nonconformance and Corrective and Preventive Action)-หัวข้อ 4.5.3
|
|
ในหัวข้อนี้มีแนวทางของปฏิบัติการป้องกันที่ชัดเจน 2 แนวทาง คือ หนึ่ง ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ และ สอง การป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งเราจะต้องกลับไปดูกระบวนการปฏิบัติในปัจจุบัน ว่าได้มีการกำหนดวิธีการขจัดสาเหตุของสิ่งที่ไม่เป็นตามข้อกำหนดได้อย่างถาวร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ‘ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย’ ได้หรือไม่ (Action to eliminate the causes of potential non-conformities to prevent their occurrence
|
| . |
|
การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ (Other minor changes)
|
|
- บันทึก (Record)-หัวข้อ 4.5.4 ข้อกำหนดในเรื่องบันทึกหรือ Records นี้ จะกินความรวมไปถึงเอกสารข้อมูลทุกชนิดที่เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานและผลของกระบวนการด้วย และก็ไม่มีการกำหนดถึงระยะเวลาในการจัดเก็บบันทึกอีกต่อไปแล้ว แม้ว่ายังต้องมีการระบุถึงเรื่องของการเก็บรักษาบันทึกอยู่ก็ตาม (Recorded retention times are no longer required, although record retention still has to be specified)
|
| . |
|
- การตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System Audit)–หัวข้อ 4.5.5 หัวข้อนี้จะถูกเปลี่ยนให้สอดคล้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 9001: 2000 และต้องมั่นใจได้ว่าโปรแกรมการตรวจติดตามได้ถูกดำรงไว้ (Maintained) โดยจะต้องมีการปรับปรุงให้โปรแกรมมีความทันสมัยทุกครั้งที่มีการเลื่อนหรือปรับโปรแกรมใหม่
|
| . |
|
- การทบทวนของฝ่ายบริหาร-หัวข้อ 4.6 ก็เหมือนกับข้อกำหนดในหัวข้ออื่น ๆ คือถูกปรับให้อยู่ในแนวทางเดียวกันกับ ISO 9001: 2000 และได้มีการกล่าวถึงรายละเอียดของ Inputs และ Output Checklist จากการทบทวนของฝ่ายบริหารมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องมีการระบุโอกาสในการปรับปรุงพร้อมเป้าหมาย (Opportunities for improvement and targets) ไม่ใช่แค่ระบุจุดมุ่งหมาย (Objectives)
|
| . |
|
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับแนวทางการเปลี่ยนแปลงของ ISO 14001 ? สำหรับผู้เขียนก็รู้สึกว่าการที่มาตรฐานนี้ขยับเข้าไปใกล้มาตรฐาน ISO 9001: 2000 มากขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ฟังดูดี เพราะคงจะทำให้ทำงานทำการกันได้ง่ายขึ้น เพราะใช้บรรทัดฐานเดียวกัน ไม่ซ้ำซ้อนหรือสับสน แต่ก็อย่างที่บอก แค่ ‘ฟังดูดี’ แต่ไม่รู้ว่าเวลาที่มาตรฐานฉบับจริงออกมาบังคับใช้ จะทำให้เกิดการ ‘ป่วน’ ได้ขนาดไหน ซึ่งก็คงต้องค่อย ๆ เรียนรู้และตีความข้อกำหนดใหม่กันต่อไป ก็แหม ! ใช่ว่าทาง ISO ท่านจะโหดขนาดออกมาตรฐานใหม่ปุ๊บ ยกเลิกของเก่าปั๊บเสียเมื่อไหร่กัน ก็ดูอย่าง ISO 9001 สิ ท่านยังให้เวลาในการปรับเปลี่ยนระบบจาก ISO 9001, 9002, 9003: 1994 มาเป็นเวอร์ชัน 2000 ตั้ง 3 ปี แต่คราวนี้แว่ว ๆ ข่าวมาว่า ISO อาจจะให้เวลาน้อยกว่านี้ในการเปลี่ยนจาก ISO 14001 เวอร์ชัน 1996 เป็น 2004 ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนหรอก เพราะบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างมาตรฐานท่านยังเถียงกันไม่จบนี่นา ฉะนั้นอย่าเพิ่งตื่นเต้นตกใจ รอดูกันไปก่อนว่าเดือนตุลาคมนี้เจ้า ISO DIS 14001: 2003 จะออกมาให้เราได้เห็นกันจริงหรือไม่
|
| . |
|
สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเข้าไปดูกันได้ที่
- เว็บไซต์ขององค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (INTERNATIONAL ORGANIZATION FOR STANDARDIZATION: ISO): http://www.iso.org/iso/en/iso9000-14000
- เว็บไซต์ของ Lloyd’s Register Quality Assurance (LRQA): http://www.lrqa.com/comsite/template.asp?name=comnews_iso14001
|
| . |
| ข้อมูลอ้างอิง |
|
- A New Environment ? By Dr Anne-Marie Warris, LRQA Global Product Manager EMS, and UK expert to ISO 14001 Revision, Lloyd’s Register Quality Assurance
- From ISO 14001:1996 to ISO DIS 14001:2003 – what are the differences ? By Lloyd’s Register Quality Assurance
|