Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

หน้าหลัก | ค้นหา | ข่าว | สารบัญเว็บ | ห้องสมุด |
Like facebook
 
หน้าแรกธุรกิจ | เศรษฐกิจ | ธุรกิจการตลาด | อสังหาริมทรัพย์ | การเงินการลงทุน | ผู้บริหาร-ซีอีโอ | ดูข่าวย้อนหลัง
 

แผนการปฏิวัติพลังงานในห้วงเวลาวิกฤตเศรษฐกิจ

หมวด : ข่าวธุรกิจการตลาด
โพสต์โดย : ไทยแลนด์อินดัสตรี้ดอทคอม วันเวลา่ : 2009-03-12 09:03:51 เปิดอ่าน : 1018
Share
 
 
 

ในห้วงเวลาของวิกฤตเศรษฐกิจนี้ ความจำเป็นในการสนับสนุนแผนการปฏิวัติพลังงานของกรีนพีซยิ่งมีแรงส่งเพิ่มมากขึ้น แผนการปฏิวัติพลังงานแสดงให้เห็นว่า เราจะจัดการกับวิกฤตของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไร โดยการลงทุนในระบบพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลให้กับสภาพเศรษฐกิจ

 

นี่เป็นแผนการปฏิวัติพลังงานโลกฉบับที่สอง นับจากที่มีการจัดพิมพ์รายงานฉบับแรกในเดือนมากราคมปี 2550 หลายต่อหลายประเทศมองเห็นผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่ได้จากระบบพลังงานหมุนเวียน

 

รายงานฉบับนี้ได้คำนวณการประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงโดยรวมสำหรับภาคพลังงาน ซึ่งจะเพิ่มไปถึง 18.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2573 หรืออยู่ในราว 7.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น การประยหัดต้นทุนโดยการลดความต้องการพลังงานซึ่งใช้มาตรการประสิทธิภาพพลังงานในภาคการขนส่งและภาคการผลิตความร้อนคิดเป็นเงินนับล้านล้านเหรียญสหรัฐ นอกเหนือจากการประหยัดที่ได้กล่าวมาข้างต้นในภาคการผลิตไฟฟ้า

 

สถานการณ์ปัจจุบัน

ในขณะนี้ ทั้งรัฐบาลและประชาชนทั่วโลกกำลังประสบปัญหาจากราคาพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งผันผวนขึ้นลงไปตามกลไกของตลาดโลก ตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (Brent crude oil) เท่ากับ 55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงที่มีการนำเสนอรายงานแผนการปฏิวัติพลังงานฉบับแรก จนถึงกลางปี 2550 ราคาของมันได้เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

 

 และจากนั้นลดลงไปอยู่ที่ประมาณ 70 เหรียญสหรัฐ ราคาเชื้อเพลิงอื่นๆ ยิ่งคาดการณ์ได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนถ่านหิน ก๊าซและยูเรเนียมก็มีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน นี่ไม่เพียงพอแต่ส่งกระทบต่อต้นทุนในภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง แต่รวมถึงค่าไฟฟ้าตามบ้านเรือนอีกด้วย

 

โดยการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน สถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้เป็นปัจจัยอีกต่อไป ในทางตรงข้าม (ยกเว้นกรณีของชีวมวล) แหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ทั้งหมดไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง ทันทีที่มีการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนสามารถจัดส่งพลังงานอย่างเป็นอิสระ จากตลาดพลังงานโลกและในราคาที่คงที่

 

ตัวอย่างเช่น ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในปัจจุบันจนถึงปี 2573 ภายใต้แผนพลังงานที่เป็นไปตามปกติขององค์การพลังงานระหว่างประเทศนั้นอาจสูงมากถึง 15.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการลงทุนด้านพลังานหมุนเวียนและการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมภายใต้แผนการปฏิวัติพลังงานได้ทั้งหมด

 
โอกาส

รัฐบาลของประเทศในกลุ่มองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้มาถึงทางสองแพร่ง เมื่อพิจารณาถึงการสร้างความมั่นคงของระบบการจัดหาพลังงานในอนาคต โดยที่โรงไฟฟ้านับร้อยแห่งในกลุ่มประเทศดังกล่าวจะต้องแทนที่ด้วยโรงไฟฟ้าใหม่ ระดับของการลงทุนทั่วโลก โดยรวมที่ต้องใช้กับโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ไปจนถึงปี 2573 นั้นมีมูลค่า 11-14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจัยเร่งที่สำคัญของการลงทุนในการผลิตพลังงานใหม่จะมาจากการปลดระวางโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุ

 

หน่วยงานด้านพลังงานจะต้องเลือกเทคโนโลยีของตนภายในอีก 5 ถึง 10 ข้างหน้า บนพื้นฐานของนโยบายพลังงานของประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้การเปิดเสรีทางการตลาดพลังงานหมุนเวียนและเป้าหมายของการลดการปล่อยคาร์บอน ในห้วงเวลาที่รัฐบาลกำลังมองหาโอกาสของการลงทุนที่มั่นคง การให้เงินกู้กับโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและแสงอิทตย์นั้นเป็นหนึ่งในหลายๆ ทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

 

การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนยังเปิดให้มีโอกาสการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกการผลิตไฟฟ้าจากลมและแสงอาทิตย์มีการใช้แรงงานที่เข้มข้นมากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์และด้วยเหตุนี้เอง จึงเกิดการจ้างงานที่จำเป็นเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเยอรมนี มีการจ้างมากกว่า 235,000 คน ในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์มีการจ้างงานมากกว่าอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ทั้งหมดในเยอรมนี อุตสาหกรรมพลังงานลมในเยอรมนีจ้างงานมากกว่า 85,000 คนคิดเป็นสองเท่าของจำนวนคนงานเหมืองแร่ในประเทศ

 

สภาพพลังงานหมุนเวียนโลกประมาณว่าจะมีการจ้างงาน 2.1 ล้านตำแหน่งภายในปี 2573 ในอุตสาหกรรมพลังงานลม และสมาคมอุตสาหกรรมเซลสุริยะแห่งยุโรปก็ประมาณว่าภายในปี 2563 จะมีคนราว 2 ล้านคนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ทั่วโลก ดังนั้น แผนการปฏิวัติพลังงานจึงเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของโลกในห้วงเวลานี้

 

การลงทุนที่ใช้ในการผลิตพลังงานภายใต้แผนการปฏิวัติพลงงานอยู่ในราว 14.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่แผนการพลังงานที่ดำเนินไปตามปกติขององค์การพลังงานระหว่างประเทศจะอยู่ในราว 11 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น จะมีเงินลงทุนเพิ่มอีก 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐที่จะนำไปใช้ในอีก 20 ปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาโดยภาพรวม จะเห็นว่า การลงทุนต่อปีโดยเฉลี่ยที่ต้องการในแผนการปฏิวัติพลังงานคิดเป็น 1.39 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลงร้อยละ 25 และประหนัดเงินต่อปีอยู่ในราว 7.50 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

 

ผลรวมของตัวเลขดังกล่าว ไม่อาจเปรียบเทียบได้กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น การล้มละลายในภาคการเงินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ งบประมาณ 2.5 ล้านล้านยูโร ถูกอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพทางการเงิน หรือสงครามในอิรักซึ่งใช้งบประมาณมากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญยูโร เห็นได้อย่างชัดเจนจากวิกฤติทางการเงินที่ผ่านมาว่า เจตจำนงทางการเมืองอยู่ที่ไหน เงินก็ไปที่นั่น

 

การลงทุนต่อปีเฉลี่ยในภาคพลังงานในแผนการปฏิวัติพลังงานระหว่างปี 2548 และ 2573 อยู่ในราว 5.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับจำนวนงบประมาณที่ใช้อุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วทั้งโลกในเวลา 2 ปี ดังนั้น เราต้องยกเลิกเงินอุดหนุนที่ให้กับเชื้อเพลิงฟอสซิลและนำมาลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพทางพลังงาน

 

การลงทุนและการตัดสินใจด้านเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ได้เกิดขึ้นทั่วโลก การลงทุนส่วนหใญ่ในภาคการผลิตพลังงานใหม่ๆ จะเกิดขึ้นในจีน ตามด้วยอเมริกาเหมือนและยุโรป ส่วนเอเชียใต้รวมถึงอินเดีย และในเอเชียตะวันออกซึ่งมีประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น นั้นก็เป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญในลำดับต้นของการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน

 
อะไรคืออุปสรรคที่ต้องข้ามพ้น

ในยุโรป โครงการซื้อขายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EU Emission Trading Scheme) อาจมีผลกระทบมาก ในแง่ที่ว่าเงินลงทุนส่วนใหญ่นั้นจะไปที่ไหน โครงการไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลหรือพลังงานหมุนเวียนและการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วม ระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกที่ออกแบบเป็นอย่างดีในสหรัฐอเมริกานั้น ก็จะมีผลกระทบในลักษณะเดียวกันต่อพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานในสหรัฐอเมริกา

 

ในประเทศกำลังพัฒนาสถาบันการเงินระหว่างประเทศจะมีบทบาทหลักต่อทางเลือกของเทคโนโลยีในอนาคตและอาจเป็นผลในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการเจรจาพิธีสารเกียวโต ซึ่งผลักดันให้มีการเร่งพัฒนาพลังงานและหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานโดยความช่วยเหลือด้านเงินทุนจากประเทศพัฒนาแล้วเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศกำลังพัฒนา

 

อนาคตของการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนมักจะขึ้นอยู่กับทางเลือกทางการเมืองทั้งของรัฐบาลแต่ละประเทศและประชาคมโลก ในขณะเดียวกัน กรีนพีซเชื่อว่ามาตรฐานทางเทคนิคที่เข้มงวดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับประกันว่าเครื่องทำความเย็น ระบบทำความร้อน คอมพิวเตอร์และยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่านั้นจะนำออกขายสู่ท้องตลาด ผู้บริโภคมีสิทธิ์ในการเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่จะไม่ต้องจ่ายไฟเพิ่มขึ้นและไม่ทำลายสภาพภูมิอากาศของโลก

 
พลังงานหมุนเวียนทำได้

โชคไม่ดีที่คนจำนวนมากยังคงเชื่อว่าเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนนั้นสามารถทำได้ในสิ่งที่เราต้องการ ทศวรรษแล้วทศวรรษเล่าของความก้าวหน้าทางเทคนิค เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เช่น กังหันลม แผงเซลสุริยะ โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าความร้อนสุริยะและอื่นๆ ได้ก้าวขึ้นไปสู่กระแสหลัก

 

ตลาดพลังงานหมุนเวียนของโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจ ในปี 2550 ผลตอบแทนนั้นมีมูลค่า 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นเกือบสองเท่าของปีก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมีความหลากหลายอย่างมากทั้งในเรื่องของความอ่มตัวทางเทคนิคและทางเศรษฐศาสตร์ แต่มีแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากมายที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นซึ่งรวมถึง พลังงานลม ชีวมวล แผงเซลสุริยะ ความร้อนจากแสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ มหาสมุทรและพลังงานน้ำ (ขนาดเล็ก) ลักษณะที่มีร่วมกันของพลังานเหล่านี้คือไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือปล่อยออกมาน้อย และขึ้นอยู่กับแหล่งธรรมชาติที่ไม่มีวันหมด

 

เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนบางชนิดนั้นมีความสามารถในการแข่งขันแล้วและมีความคุ้นทุนเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการพัฒนาในเชิงเทคนิคและเป็นสินค้าที่ใช้กันแพร่หลายขณะเดียวกัน การที่ราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงเพิ่มขึ้น เมื่อการปล่อยคาร์บอนถูกทำให้เป็นมูลค่าทางการเงิน พลังงานหมุนเวียนก็จะยิ่งแข่งขันได้เพิ่มมากขึ้น

 .
ถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม หากโลกจำเป็นต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ช่วงเวลาในการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียนนั้นค่อนข้างสั้นโดยเปรียบเทียบ และหากเรายังคงดำเนินแผนการพลังงานที่เป็นไปตามปกติเหมือนที่เป็นมา การตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือโรงไฟฟ้าก๊าซในวันนี้จะนำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาลเราจะยิ่งตกอยู่ในกับดักพลังงานสกปรกอย่างเชื้อเพลิงฟอสซิล และแบกภาระต้นทุนในอนาคตของมันเพิ่มขึ้นอีกในช่วง 40 ปีข้างหน้า

.

อุตสาหกรรมพลังงานและหน่วยงานด้านพลังงานจำเป็นมีภาระความรับผิดชอบมากขึ้นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการตัดสินใจด้านการลงทุนในปัจจุบันจะกำหนดแนวทางการจัดหาพลังงานของคนรุ่นต่อไป เราเชื่อมั่นอย่างสูงว่า การจัดกาพลังงานของคนรุ่นต่อไป จะต้องเป็น "ยุคพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด (Solar Generation)" นักการเมืองจากประเทศอุตสาหกรรมจำเป็นต้องคิดใหม่ทันทีเกี่ยวกับยุทธศาสตร์พลังงานของตน

 .

ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนา จะต้องเรียนรู้ความผิดพลาดของประเทศที่พัฒนาแล้วและลงทุนในด้านพลังงานหมุนเวียนแทนที่จะเป็นถ่านหินและนิวเคลียร์ และมุ่งสร้างเศรษฐกิจบนรากฐานอันแขงแกร่งของการจัดหาพลังงานที่มีความยั่งยืน

.

พลังงานหมุนเวียนขยายสัดส่วนเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 2 เท่า ของการจัดหาพลังงานของโลกไปจนถึงร้อยละ 30 ภายในปี 2573 ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สิ่งที่ยังขาดอยู่คือเจตจำนงทางการเมืองในการสนับสนุนการจัดวางระบบพลังงานหมุนเวียนในทุกภาคส่วนในระดับโลกพร้อมๆ กับมาตรฐานด้านประสิทธิภาพทางพลังงานที่มีศักยภาพมหาศาล ภายในปี 2573 ราวครึ่งหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าของโลกสามารถได้มาจากพลังงานหมุนเวียน

.

ในห้วงเวลาแห่งความไร้เสถียรภาพทางเศราฐกิจ การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนคือฉากเหตุการณ์ที่อย่างน้อยที่สุดมี 3 ฝ่ายได้ประโยชน์ นั่นคือ ประฌยชน์ต่อความมั่นคงทางพลังงานประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ และประโยชน์ต่อสภาพภูมิอากาศโลก

.
เขียนโดย สเวน เทสเก ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานหมุนเวียน กรีนพีซสากล
 
 
บันทึกหน้านี้ บันทึกหน้านี้ ส่งต่อให้เพื่อน ส่งต่อให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ พิมพหน้านี้ โหวตเรื่องนี้ โหวตเรื่องนี้
 
   โหวตให้กับเรื่องนี้ จำนวนคนโหวด 1 คน   
     
ความน่าสนใจของเรื่องนี้
น่าสนใจมากที่สุด

      น่าสนใจน้อยที่สุด
 
น่าสนใจมากที่สุด 1 คน
100.00 %
?น่าสนใจมากที่สุด 0 คน
0.00 %
     
 
  เรื่องในหมวดเกี่ยวข้อง
มายด์แชร์ ชี้ปีหน้าแบรนด์ควรบริหารและวิเคราะห์ข้อมูล รับมือความคาดหวังของผู้บริโภคยุคหลายจอ
EUREKA กางแผนปี 58 ลุยธุรกิจเต็มสูบรุกงานออกแบบ-จำหน่ายอุปกรณ์
นิปปอนเพนต์ เดินเกมรุกเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมสีสร้างลวดลาย
แอลจี การันตีตอกย้ำตำแหน่งผู้นำแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก
กรซ ขยายตลาดเพิ่มหลัง สบช่องนโยบายภาครัฐเลิกใช้โฟมบรรจุอาหาร
บริดจสโตนร่วมแสดงนิทรรศการ ในงาน Thailand Industry Expo 2014
ค่าเช่าออฟฟิศกรุงเทพฯ ทุบสถิติใหม่ในครึ่งแรกของปีนี้ แม้อุปสงค์ชะลอตัว
 
 
 
  แสดงความคิดเห็น
     
ชื่อ : *
อีเมล : *
ความคิดเห็น : *
 
 
 
 ข่าวด่วนเศรษฐกิจวันนี้
10:07:35
09:31:24
09:29:10
09:28:11
09:27:03
09:26:19
09:25:35
 
 
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 

  5 อันดับข่าวอัพเดทล่าสุด
 
มายด์แชร์ ชี้ปีหน้าแบรนด์ควรบริหารและวิเคราะห์ข้อมูล รับมือความคาดหวังของผู้บริโภคยุคหลายจอ
 

โฮมโปร เดินหน้าขยายสาขาภาคใต้ ทุ่มกว่า 430 ล้าน เปิดสาขาถลาง ภูเก็ต
 

บุรีธารา ดีเวลลอปเมนท์ รุกภูธรชิงปักหมุดทุกหัวเมืองผุดเมกะโปรเจ็กต์?
 

EUREKA กางแผนปี 58 ลุยธุรกิจเต็มสูบรุกงานออกแบบ-จำหน่ายอุปกรณ์
 

กลุ่มธารารมณ์ทะลุเป้า 1,300 ล้านบาท ตั้งเป้าปี 58 เพิ่ม 10% พร้อมลุยทำเลเดิม
 

 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
  Facebook Thailandindustry.COM
         
 
สารบัญเว็บอุตสาหกรรม
 

อินดัสตรี้ ลิงก์
ข่าว ความรู้ ค้นหาเว็บ สินค้าและบริการ สมัครงาน ตลาดซื้อขาย
อุตสาหกรรม
เศรษฐกิจ
การค้าการลงทุน
พลังงาน
โลจิสติกส์
   
สาระน่ารู้
ถามตอบล่าสุด
ศัพท์อุตสาหกรรม
นิตยสาร
เรื่องน่ารู้วันนี้
   
เว็บอุตสาหกรรม
สารบัญเว็บไทย
เว็บมาใหม่
เว็บยอดนิยม
เพิ่มเว็บไซต์ที่นี่
   
หมวดหมู่ร้านค้า
ร้านค้ายอดนิยม
สินค้าขายดี
สินค้าลดราคา
เปิดร้านค้าใหม่
   
หางาน
ตำแหน่งงาน
ฝากประวัติ
บริษัทหาคน
งานมาใหม่
   
ค้นหาสินค้า
หมวดหมู่สินค้า
ลงประกาศฟรี
ประกาศซื้อขาย
ประกาศแบบพิเศษ
   

thailandindustry.com    
    Copyright © 2010 Thalandindustry.com All rights reserved. free counter statistics